หุ่นยนต์สู้โควิด-19 "ฮีโร่"สงครามโรคระบาด

กรุงเทพธุรกิจ นานมาแล้วที่ หุ่นยนต์ต้องตกเป็นจำเลยสังคมหาว่า มาแย่งงานมนุษย์ แต่ในสงครามต้าน ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โรคโควิด-19) มนุษย์ต้องพึ่งพาหุ่นยนต์มากขึ้นทุกที  ด้วยคุณสมบัติรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และต้านทานโรคติดต่อ
          ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน จุดเริ่มต้น การระบาดของโรคโควิด-19 โรงพยาบาลสนาม แห่งหนึ่งใช้หุ่นยนต์ 1 ทีม มาคอยดูแลคนป่วยสลับกับเจ้าหน้าที่ คอยเสิร์ฟอาหาร วัดอุณหภูมิ และสื่อสารข้อมูล
          หุ่นยนต์ตัวหนึ่งชื่อ "คลาวด์ ฟิงเกอร์" มาจากบริษัทคลาวด์มายด์ส ที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในกรุงปักกิ่งและแคลิฟอร์เนีย
          "หุ่นยนต์ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ร่วมพูดคุย เต้นรำสร้างความบันเทิง หรือแม้แต่นำผู้ป่วยออกกายบริหารแบบ ยืดเหยียดก็ทำได้ โรงพยาบาลสนามอัจฉริยะใช้งานหุ่นยนต์ทั้งหมด" คาร์ล จ้าว ประธานคลาวด์มายด์ส กล่าวถึงหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ที่ใช้งานอยู่ในอู่ฮั่น
          หุ่นยนต์ในโรงพยาบาลสนามเหล่านี้ มีแพทย์ทีมเล็กๆ คอยควบคุมจากทางไกล ส่วนคนไข้ต้องสวมสายรัดข้อมูลบรรจุข้อมูลความดันเลือดและข้อมูลสำคัญอื่นๆ
          คลินิกอัจฉริยะจัดการคนไข้เพียงไม่กี่วัน แต่คาดการณ์กันว่าในอนาคตจะนำหุ่นยนต์ มาใช้ดูแลผู้ป่วยด้วยโรคติดต่อ โดยมี เจ้าหน้าที่สาธารณสุขคอยดูแลอยู่ห่างๆ เพื่อความปลอดภัย
          ผู้ป่วยในโรงพยาบาลหลายแห่ง ในประเทศไทย อิสราเอล และที่อื่นๆ ปรึกษาแพทย์ผ่านหุ่นยนต์ บางตัวทำได้ ถึงขนาดฟังปอดผู้ป่วยได้ด้วย
          โรงพยาบาลอเล็กซานดราในสิงคโปร์เตรียมใช้หุ่นยนต์ "บีมโปร" คอยส่งยาและอาหารให้กับผู้ป่วยโควิด-19 หรือ ผู้ต้องสงสัยติดไวรัสในห้องแยกโรค  โดยแพทย์และพยาบาลคอยควบคุมหุ่นยนต์จากคอมพิวเตอร์นอกห้อง และสามารถสนทนา กับผู้ป่วยได้ผ่านหน้าจอและกล้อง
          อเล็กซานเดอร์ ยิป ผู้อำนวยการฝ่ายนวัตกรรมสุขภาพ เผยกับสำนักข่าวแชนเนลนิวส์เอเชียของสิงคโปร์ว่า หุ่นยนต์ ช่วยลดจำนวนจุดสัมผัสกับคนไข้ที่ ถูกแยกตัว จึงลดความเสี่ยงต่อบุคลากรทางการแพทย์
          หุ่นยนต์ยังถูกส่งเข้าไปสแกนหาไวรัสได้ด้วย เช่น เรือสำราญไดมอนด์พรินเซส หลังจากอพยพผู้โดยสารติดเชื้อออกไปหมดแล้ว ทางการส่งหุ่นยนต์เข้าไปตรวจสอบ เพื่อความปลอดภัยนานหลายสัปดาห์
          ไม่เพียงเท่านั้น โรงพยาบาลกำลังหันมา ใช้หุ่นยนต์ฆ่าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียใน ห้องพัก ห้องประชุม และราวจับประตู อย่างไม่รู้เหน็ดรู้เหนื่อย
          เมลินดา ฮาร์ท ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อ บริษัทซีเน็กซ์ของสหรัฐ เผยว่า ความต้องการหุ่นยนต์ไลท์สไตรค์ของบริษัทเพื่อนำไปใช้ในห้องฆ่าเชื้อพุ่งสูงขึ้น หุ่นยนต์รุ่นนี้ถูกนำไปใช้งานในสถานพยาบาลกว่า 500 แห่ง จำนวนใช้งานเพิ่มขึ้นเนื่องจากการแพร่ระบาด ของไวรัสโคโรนา
          "เราได้รับการสอบถามมาจากทั่วโลก นอกจากโรงพยาบาลแล้ว ศูนย์ดูแลสุขภาพฉุกเฉิน โรงแรม หน่วยงานราชการและ บริษัทยาก็สอบถามกันมา ต้องการนำไปใช้ในห้องฆ่าเชื้อ" ฮาร์ทกล่าว
          ขณะที่ซิริล คับบารา ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทชาร์กโรบอติกส์ในฝรั่งเศส เผยว่า เดือนก่อน บริษัทเริ่มทดสอบแผนกลดการปนเปื้อน ขณะนี้พร้อมรับคำสั่งซื้อแล้ว
          เลสลีย์ รอห์เบอ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย สมาคมเทคโนโลยีผู้บริโภคสหรัฐ เผยว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาเป็นเหตุให้ นวัตกรรมหุ่นยนต์ต้องเร่งพัฒนา
          "เราอยู่ในยุคที่ต้องการเทคโนโลยีแบบนี้ ดูๆ แล้วประโยชน์น่าจะมากกว่าต้นทุน"รอห์เบอกล่าวและว่า ยิ่งเพิ่มความสามารถให้กับหุ่นยนต์ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) เซ็นเซอร์ หรืออื่นๆ ก็ยิ่งดันราคาให้แพงขึ้น และต้องเพิ่มการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่หุ่นยนต์จำเป็นต้องใช้ด้วย
          นอกจากหุ่นยนต์แล้ว นวัตกรรมอื่นๆ  ที่นำมาใช้ในช่วงโรคระบาด เช่น โดรนติดเซ็นเซอร์และกล้อง ใช้สแกนฝูงชนหาสัญญาณการติดเชื้อไวรัสโคโรนา
          ทีมวิจัยของ มหาวิทยาลัยเซาท์ ออสเตรเลียร่วมมือกับ "ดราแกนฟลาย" บริษัทผลิตโดรนแคนาดากำลังทำนวัตกรรมนี้
          จาวัน ซิงห์ ชาห์ล อาจารย์มหาวิทยาลัย เซาท์ออสเตรเลียเผยว่า โดรนชนิดนี้ ใช้การสังเกตมนุษย์เพื่อระบุโอกาสการมีอยู่ ของไวรัส ซึ่งอาจใช้เป็นส่วนหนึ่งของ ระบบเตือนภัย หรือประเมินจำนวน ผู้ติดเชื้อในกลุ่มประชากรได้อย่างเป็น ระบบ โดยทีมงานของเขาทำงานกับ อัลกอริธึมในคอมพิวเตอร์ ที่สามารถ ตรวจหาการไอ จาม การพูดในอาคาร ผู้โดยสารสนามบิน ตรวจวัดชีพจรและอุณหภูมิมนุษย์จากที่ไกลได้
          แม้โควิด-19 จะสร้างความเสียหายแก่โลกอย่างมหาศาล แต่อีกนัยหนึ่ง โรคร้ายก็เป็นตัวเร่งพัฒนานวัตกรรม เพื่อสร้างประโยชน์แก่มนุษย์ไป พร้อมๆ กัน