ครม.วันนี้เคาะเยียวยาโควิด อัดฉีด1.9ล้านล.

 'บิ๊กตู่'สั่งเพิ่ม-ห่วงไม่ทั่วถึง จ่าย5พันล็อตแรก1.6ล.คน 5กลุ่มอาชีพเฮรอรับ8เมษา
          'บิ๊กตู่'สั่งขยายวงเงินสู้โควิด เยียวยาประชาชน-ธุรกิจ เฟส 3 เพิ่มเป็น 1.9 ล้านล้าน ห่วงกรอบเดิม 1.6 ล้านล้าน ไม่พอ
          ขยายวงเงินสู้โควิด1.9ล้านล.
          เมื่อวันที่ 6 เมษายน แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า ในการหารือร่วมกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เมื่อวันที่ 5 เมษายน มีข้อสรุปว่า จะขยายกรอบวงเงินที่จะใช้ดูแลและเยียวยาเศรษฐกิจ ระยะที่ 3 โดยเพิ่มวงเงินมากขึ้นจากเดิมคาดว่าจะอยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท เพิ่มเป็น 1.9 ล้านล้านบาท เนื่องจากมีความกังวลว่า กรอบวงเงินเดิมจะไม่เพียงพอในการใช้ดูแลประชาชนและพยุงเศรษฐกิจในช่วงต่อจากนี้ โดยจะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในวันที่ 7 เมษายนนี้
          แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังจากนั้นจะให้แต่ละกระทรวงเสนอโครงการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชน รวมถึงให้เสนอโครงการที่เกี่ยวข้องกับด้านสาธารณสุขอีกรอบ เพื่อสรุปตัวเลขเม็ดเงินที่จะใช้อีกครั้ง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้ตรงจุด และถูกกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด
          ดีอีเอสพร้อมตัดงบโปะช่วย10%
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยถึงแนวทางการปรับลดงบประมาณของปี 2563 ลง 10% เพื่อนำไปช่วยแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ได้มอบหมายให้ น.ส.อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดีอีเอส ประชุมร่วมกับหน่วยงานในสังกัดว่าจะสามารถปรับลดส่วนใดได้บ้าง เพื่อนำเสนอกลับมาอีกครั้ง
          "กระทรวงดีอีเอสได้รับการจัดสรรงบประมาณราว 5,000-6,000 ล้านบาท ถึงแม้จะไม่มาก แต่ก็ให้ความสำคัญกับการแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 โดยดูตามความสำคัญ และแม้จะกระทบต่อการบริหารจัดการในโครงการต่างๆ บ้าง แต่ก็จะพยายามทำให้กระทบน้อยที่สุด" นายพุทธิพงษ์กล่าว
          ใช้กองทุนดีอีช่วยฟื้นธุรกิจ
          นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า หลังจากผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 เชื่อว่าประชาชนจะมีความตื่นตัวด้านดิจิทัลเพิ่มขึ้น โดยกระทรวงดีอีเอสได้พัฒนาแอพพลิเคชั่นจำนวน 3 แอพพ์ เพื่อช่วยสนับสนุนมาตรการทำงานจากที่บ้าน หรือเวิร์กฟรอมโฮม เพื่อให้บุคลาการหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ฟรี ขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแล้ว 300,000-400,000 ราย
          นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า นอกจากนี้จะปรับปรุงหลักเกณฑ์การพิจารณา การช่วยสนับสนุน หรือให้ความช่วยเหลือจากกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกองทุนดีอี เพื่อให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูธุรกิจ หรือฟื้นฟูนวัตกรรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เพื่อนำไปต่อยอดโครงการต่างๆ เป็นการเพิ่มเติมจากโครงการเดิมที่ได้รับการอนุมัติไปก่อนหน้านี้
          ปลัดอุตฯถกผู้บริหารโยกงบคืนรัฐ
          รายงานข่าวกระทรวงอุตสาหกรรมแจ้งว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ประชุมผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อหาแนวทางการปรับลดประมาณลง 10% นำมาช่วยแก้ปัญหา โควิด-19 โดยงบประมาณปี 2563 ของกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านบาท สำหรับแนวทางการปรับลดงบประมาณจะพิจารณาจากโครงการที่ไม่สามารถดำเนินการได้ อาทิ งานแสดงสินค้าในต่างประเทศ การประชุมสัมมนา และการจัดศึกษาดูงานต่างประเทศของกระทรวง ที่เลื่อนหรือยกเลิก แต่ภาพรวมวงเงินหลักล้านเท่านั้น
          "เท่าที่พิจารณาดู พบว่ากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม น่าจะเป็นกรมที่กระทรวงสามารถปรับลดงบประมาณมากที่สุด เพราะมีงบในการทำกิจกรรมเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี แต่จะขอพิจารณารายละเอียดอีกครั้ง" แหล่งข่าวกล่าว
          คลังจ่าย5พันล็อตแรก8เม.ย.
          นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการเยียวยาลูกจ้าง ผู้มีอาชีพอิสระ ที่ได้รับผลกระทบ จากโควิด-19 โดยจ่ายให้คนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ว่า ข้อมูลล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนขอรับสิทธิกว่า 24 ล้านคน มีผู้ขอยกเลิกเกือบ 3 แสนคน โดยระบบจะเริ่มแจ้งผลทั้งผู้ผ่านและไม่ผ่านการคัดเลือกในวันที่ 8 เมษายนนี้ ทางเอสเอ็มเอส หรืออีเมล์ โดยผู้ที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกจะเริ่มได้รับเงินเยียวยาในวันเดียวกันเลย การจ่ายเงินจะทยอยจ่ายตามลำดับผลการคัดกรอง ไม่มีการกำหนดโควต้าว่าจะจ่ายวันละกี่คน รวมถึงไม่ใช่การจ่ายทั้งล็อตของเดือนเมษายน เพราะการลงทะเบียนยังไม่สิ้นสุด การตรวจสอบคัดกรองแต่ละคนก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน ถ้าผ่านก็จะรีบจ่ายเงินให้ทันที
          นายธนกรกล่าวว่า สำหรับกลุ่มที่รัฐบาลต้องแสดงความเสียใจ เพราะไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรการคือ นักเรียน นักศึกษา แรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 แต่ภาครัฐมีมาตรการเยียวยาอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ส่วนเกษตรกรภาครัฐกำลังจะมีมาตรการเยียวยาเป็นการเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบบ้างแต่ยังมีทำงานหรือประกอบอาชีพได้ อาทิ คนขายของออนไลน์ โปรแกรมเมอร์ คนงานก่อสร้าง ซึ่งกลุ่มนี้เป็นผู้ที่ยังมีความยืดหยุ่นในการทำงาน สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ ก็จะทยอยออกมาตรการช่วยเหลือตามลำดับต่อไป
          ล็อตแรก1.6ล้านคน
          นายลวรณ แสงสนิท โฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5 พันบาท ผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com จนถึงเวลา 16.00 วันที่ 6 เมษายน ยอดลงทะเบียน 24.3 ล้านคนยกเลิกการลงทะเบียน 3.3 แสนคน ทั้งนี้ในวันที่ 8-9-10 เมษายน จะทยอยส่งเอสเอ็มอีผลการคัดกรองและโอนเงินให้ผู้ที่ผ่านเกณฑ์ในวันเดียวกัน ยอดรวมประมาณ 1.6 ล้านคน อาชีพส่วนใหญ่คือ ค้าขายกว่า 1 ล้านคน และ 4 กลุ่มอาชีพ ได้แก่ แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ มัคคุเทศก์ และขายสลากกินแบ่ง
          นายลวรณกล่าวว่า ส่วนที่เหลือกำลังเร่งทำให้อย่างเต็มที่ เพราะเข้าใจดีว่าเงินเยียวยายิ่งได้เร็วเท่าไรยิ่งเป็นประโยชน์ แต่ข้อมูล 24 ล้านคนต้องใช้เวลาในการประมวลผลระยะหนึ่ง
          นักวิเคราะห์ลุ้นเดือนนี้ดัชนีหุ้นฟื้น
          นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดหุ้นไทยในเดือนเมษายนนี้ว่า น่าจะเป็นเดือนที่คาดหวังการฟื้นตัวของดัชนีหุ้นได้ เนื่องจากมีมาตรการทั้งนโยบายการเงินและการคลังเข้ามาช่วยเต็มที่ ทั้งภาคธุรกิจและภาคแรงงาน อีกทั้งบริษัท ขนาดใหญ่ อาทิ ซีพีเอฟ ซีพีออลล์ และเอสซีบี น่าจะช่วยพยุงการปรับตัวลดลงของดัชนีตลาดได้ ขณะที่ปัจจัยการแพร่ระบาดของโควิด-19 อัตราการติดเชื้อแล้วหายในประเทศเร่งตัวขึ้นเรื่อยๆ แสดงว่าประสิทธิภาพด้านสาธารณสุขของไทยดีมาก รวมถึงการติดเชื้อในยุโรปแม้ยังเป็นหลักหมื่นอยู่ แต่สถานการณ์จะเริ่มทรงตัวได้ จึงคิดว่าโควิด-19 น่าจะถึงจุดสูงสุดของการติดเชื้อได้ในเดือนนี้ ทั้งในประเทศและทั่วโลก ซึ่งพอถึงจุดสูงสุดแล้วน่าจะคล้ายกับจีนคือ ทรงตัวก่อน จากนั้นหุ้นจะทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
          นอกจากนี้ ยังต้องติดตามทิศทางราคาน้ำมัน ที่ขณะนี้น่าจะเป็นจุดต่ำสุดของราคาน้ำมันแล้ว โดยเชื่อว่ารัสเซียและซาอุดีอาระเบีย น่าจะมีการเจรจาเรื่องการปรับลดกำลังการผลิตร่วมกัน ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งจะทำให้หุ้นกลุ่มพลังงานทยอยปรับราคาขึ้นตาม และ ไม่กดดันตลาดต่อไป
          'ซีพี'เตรียมแจกฟรีหน้ากาก
          รายงานข่าวจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี แจ้งถึงความคืบหน้าโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยตามที่นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ประกาศสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อแจกฟรีสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเพื่อคนไทยว่า ขณะนี้โรงงานดังกล่าวมีความพร้อมแล้วกว่า 80% โดยเครื่องจักรนำเข้าจากประเทศจีนเครื่องแรกมาถึงแล้ว สามารถผลิตหน้ากากได้เครื่องละ 50,000 ชิ้นต่อวัน ขณะนี้อยู่ในตอนประกอบเครื่องจักรที่โรงงานและจะทำการทดสอบใน ขั้นตอนถัดไป
          ข่าวแจ้งว่า สำหรับเครื่องจักรเครื่องที่ 2 คาดว่าจะพร้อมนำเข้าจากจีนในวันที่ 9 เมษายนนี้ จะทำให้ทั้ง 2 เครื่องมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 100,000 ชิ้นต่อวัน หรือ 3 ล้านชิ้นต่อเดือน
          บีโอไอจ่อเคาะลงทุนหน้ากาก
          นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ขณะนี้บีโอไอได้อนุมัติคำขอส่งเสริมการลงทุนตั้งโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยให้กับซีพีวงเงินลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท โดยปัจจุบันบีโอไออยู่ระหว่างจัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุน (แพคเกจ) พิเศษ เพื่อกระตุ้นการลงทุนในกลุ่มหน้ากากอนามัย เครื่องมือ และอุปกรณ์การแพทย์ โดยวันที่ 10 เมษายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมบีโอไอ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ซึ่งบีโอไอจะเสนอให้พิจารณาอนุมัติแพคเกจพิเศษดังกล่าว เพื่อกระตุ้นการลงทุนทันที
          "จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด-19 บีโอไอคาดว่าธุรกิจกลุ่มอุปกรณ์การแพทย์ น่าจะมีการลงทุนสูงขึ้น ตามแนวโน้มความต้องการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผลิตหน้ากากอนามัยในประเทศที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนรวม 5 ราย" นายนฤตม์กล่าว
          ธนารักษ์ลุยพัฒนาที่ดินทอ.-ทร.
          นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า หลังจากกรมธนารักษ์ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกับกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อจัดระเบียบสวัสดิการเชิงธุรกิจของทัพบก เนื้อที่ประมาณ 1 ล้านไร่ไปแล้วนั้น ปัจจุบันกองทัพเรือและกองทัพอากาศได้เข้ามาติดต่อเพื่อให้กรมเข้าไปบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้ด้วย โดยตอนนี้ได้รับแจ้งพื้นที่รวมกันแล้วกว่า 10,000 ไร่ ซึ่งกรมธนารักษ์จะเข้าไปตรวจสอบว่าใช้พื้นที่สามารถทำอะไรบ้าง ก่อนจะดำเนินการเก็บค่าเช่าและค่าธรรมเนียมต่อไป
          "ส่วนมากพื้นที่เชิงพาณิชย์ของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ จะเป็นพื้นที่ อาทิ สนามมวย (รามอินทรา) สนามกอล์ฟ สถานีน้ำมัน สนามม้า ซึ่งแต่เดิมไม่ได้มีการคิดค่าเช่า อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่กองทัพบกปัจจุบันเหลือไม่กี่ร้อยไร่ กรมก็จะเข้าไปบริหารจัดการเสร็จสิ้น" นายยุทธนากล่าว
          คิดค่าเช่า5%ขาดทุนเหลือ2%
          นายยุทธนากล่าวว่า ส่วนค่าเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์นั้นกรมจะคิดอัตรา 5% ของผลตอบแทนจากสินทรัพย์ต่อปี หากพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ประกอบธุรกิจเหล่านี้เกิดขาดทุน กรมจะช่วยเหลือโดยเก็บค่าเช่าเพียง 2% ของผลตอบแทนจากสินทรัพย์ต่อปี แต่เจ้าของกิจการจะต้องมีหลักฐานและพิสูจน์ได้ว่าประสบปัญหาขาดทุนจริง
          "กรมเตรียมนำพื้นที่ราชพัสดุที่ปล่อยให้ทิ้งว่าง ในจังหวัดสมุทรปราการและฉะเชิงเทรา จำนวน 100-200 ไร่ มาพัฒนาเป็นแหล่งกระจายสินค้า ทั้งสินค้าโอท็อป ผลไม้ตามฤดูกาล อาหารทะเล เป็นต้น พร้อมพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน อย่างไรก็ตาม สัปดาห์หน้ากรมจะส่งคนไปจัดรูปแบบที่ดินเพื่อนำมาใช้ประโยชน์" นายยุทธนากล่าว
          นายยุทธนากล่าวว่า ส่วนปัญหาการบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุในหลายจังหวัด อาทิ พื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ศรีสะเกษ เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี ปัจจุบันพบว่ามีประชาชนที่ครอบครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย และมีหน่วยงานราชการนำที่ดินไปใช้เชิงพาณิชย์ อยู่ประมาณ 100,000 ราย ทั่วประเทศ พื้นที่รวม 1 ล้านไร่
          ก็จะให้ประชาชนเหล่านี้เข้ามาอยู่ในระบบสัญญาเช่าอย่างถูกกฎหมายผ่านโครงการธนารักษ์ประชารัฐ โดยในปีนี้ตั้งเป้าไว้จำนวน 40,000 ราย และในปี 2564 อีกจำนวน 60,000 ราย โดยกรมจะคิดค่าเช่าที่อยู่อาศัยตารางวาละ 0.25 บาทต่อเดือนเท่านั้น
          'จุรินทร์'เร่งดันราคาปาล์ม
          นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปดูแลราคาปาล์มทันที หลังจากที่พบว่าราคามีการปรับตัวลดลง โดยได้ประสานให้โรงกลั่นน้ำมันปาล์มและโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม เข้าไปซื้อผลปาล์มดิบและน้ำมันปาล์มดิบ ทำให้ขณะนี้ราคาปรับตัวสูงขึ้น และยังได้หารือกับกระทรวงพลังงานขอให้เดินหน้าส่งเสริมการใช้น้ำมันบี 10 ต่อไป และให้นำน้ำมันปาล์มดิบไปผลิตไฟฟ้า โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในส่วนที่ยังค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ ซึ่งจะช่วยดึงน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินออกจากระบบ และทำให้ราคาผลปาล์มสูงขึ้น
          ทั้งนี้ หากมาตรการที่ดำเนินการแล้ว ราคาผลปาล์มยังไม่ถึงกิโลกรัม (กก.) ละ 4 บาท ก็ยังมีโครงการประกันรายได้ ที่จะเข้ามาดูแลเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ให้มีรายได้อีกกระเป๋าหนึ่งรองรับอยู่ ชาวสวนปาล์มไม่ต้องกังวล
          นายจุรินทร์กล่าวว่า สำหรับราคาน้ำมันปาล์มขวดที่จำหน่ายในราคาเต็มเพดานที่ราคาขวดลิตรละ 42 บาท เพราะราคาผลปาล์มดิบ และน้ำมันปาล์มดิบปรับตัวสูงขึ้น แต่ขณะนี้ราคาเริ่มปรับตัวลดลง จึงได้ประสานงานไปยังผู้ผลิตเพื่อขอให้ปรับลดราคาลงมา เพื่อไม่ให้เป็นภาระผู้บริโภคในช่วงนี้ ซึ่งได้รับความร่วมมือที่จะปรับลดลงขวดละ 2-3 บาท ทำให้ราคาจำหน่ายเหลืออยู่ที่ 39-40 บาทโดยเฉลี่ย
          ผู้ตรวจแนะยืดเน็ต10กิกะไบต์
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาล และ กสทช. ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตไวรัสโควิด-19 ลดค่าใช้จ่ายด้านโทรคมนาคม รวมทั้งสนับสนุนการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย 1.สนับสนุนให้ประชาชนสามารถใช้งานอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์เคลื่อนที่ (โมบาย บรอดแบนด์) เพิ่ม 10 กิกะไบต์ต่อคน โดยผู้ใช้ บริการ 1 คนจะได้รับการสนับสนุน 1 เลขหมาย ต่อ 1 ผู้ให้บริการ โดยให้เฉพาะผู้ที่ใช้โปรโมชั่น อินเตอร์เน็ตไม่เกิน 10 กิกะไบต์ ซึ่งสามารถใช้งานได้ 30 วันหลังจากลงทะเบียนรับสิทธิ 2.สนับสนุนการจัดให้มีบริการอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่ (ฟิกส์ บรอดแบนด์) ให้แก่ผู้ใช้งานในปัจจุบัน โดยปรับเพิ่มขนาดความจุเท่าที่ผู้ให้บริการจะสามารถดำเนินการได้ โดยผู้ให้บริการจะเพิ่มระดับความเร็วให้ทันที ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2563 เป็นเวลา 30 วัน
          นายฐากรกล่าวว่า จากการหารือร่วมกับสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีข้อเสนอแนะให้ กสทช.ดำเนินการใน 3 เรื่อง ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุม กสทช. วันที่ 8 เมษายน ประกอบด้วย 1.ขยายระยะเวลาอินเตอร์เน็ตที่เพิ่มให้ 10 กิกะไบต์เกินกว่า 30 วัน 2.ส่วนการสนับสนุนอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ประจำที่เป็น 100 เมกะบิต ให้ กสทช.แจ้งให้ผู้ประกอบการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งสิทธิให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการได้ทราบ และ 3.ให้ กสทช.ขอทราบความต้องการในการใช้อินเตอร์เน็ตของแต่ละสถาบันการศึกษา เพื่อการเรียนการสอนทางออนไลน์ ตามที่มีการขอสนับสนุนโครงการอินเตอร์เน็ตนักศึกษามายัง กสทช. เนื่องจากปิดการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย