คอลัมน์ เปิดโลกดิจิตอล: เอ็ตด้าชี้ ปี 62 คนไทยใช้เน็ตเพิ่มขึ้น พบ Gen Y ครองแชมป์ 5 ปีซ้อน

 กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com
          เทคโนโลยีดิจิทัลปัจจุบันช่วยอำนวยความสะดวกสบายยิ่งขึ้นทุกวัน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) มีหน้าที่สำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย
          เพื่อรวบรวมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของคนไทย ที่มีแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในมิติต่าง ๆ นำไปต่อยอดการกำหนดยุทธศาสตร์ ส่งเสริม และสนับสนุนการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย ให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับสากลและช่วยให้มีข้อมูลเพื่อใช้ในการดูแลประชาชนให้สามารถใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างสร้างสรรค์และมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้น
          และเพื่อเป็นข้อมูลสนับสนุนการทำตลาดและกลยุทธ์เชิงธุรกิจอื่น ๆ ของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันด้วย โดยพบว่าปี 2562 ที่ผ่านมาคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่า 150% ส่งผลให้ปัจจุบันไทยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 47.5 ล้านคน หรือราว 70% ของจำนวนประชาชนทั้งหมด
          โดยตัวเลขที่พุ่งสูงนับเป็นทั้งโอกาสและภัยคุกคามที่ภาครัฐต้องดูแล ส่งเสริม และเฝ้าระวัง ให้การใช้อินเทอร์เน็ตเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม ความมั่นคงปลอดภัยไปพร้อม ๆ กัน
          ทั้งนี้เอ็ตด้า จึงได้จัด "โครงการสำรวจพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย" (Thailand Internet User Behavior) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ตั้งแต่ปี 2556-ปัจจุบัน ซึ่ง 6 ปีที่ได้เผยแพร่ผลการสำรวจ ได้รับผลตอบรับที่ดีจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน นำข้อมูลไปอ้างอิงและใช้ประโยชน์กันในวงกว้าง
          และจากการสำรวจข้อมูลปี 2562 ผ่านทางออนไลน์ ช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. 2562 โดยมีคนไทยเข้ามาตอบแบบสอบถามกว่า 17,242 คน พบว่า คนไทยใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยวันละ 10 ชั่วโมง 22 นาที เพิ่มขึ้น 17 นาทีจากปี 2561
          พบว่า เพศทางเลือกครองแชมป์ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุด 11.20 ชั่วโมง  รองลงมาคือ เพศชาย 10.25 ชั่วโมง  และเพศหญิง 10.17 ชั่วโมง, Gen Y (19-38 ปี) ยังคงครองแชมป์การใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดติดต่อกัน 5 ปีซ้อน โดยใช้อินเทอร์เน็ต 10.36 ชั่วโมง รองลงมาได้แก่ Gen Z (ต่ำกว่า 19 ปี) อยู่ที่ 10.35 ชั่วโมง ส่วน Baby Boomer  (55-73 ปี) อยู่ที่ 10 ชั่วโมง และ Gen X (39-54 ปี) อยู่ที่ 9.49 ชั่วโมง ตามลำดับ        ส่วนอาชีพนั้นพบว่า นักเรียน/นักศึกษา ใช้อินเทอร์เน็ตสูงสุดอยู่ที่ 10.50 ชั่วโมง รองลงมาคือ พ่อบ้าน/แม่บ้าน 10.38 ชั่วโมง เจ้าของกิจการ/ประกอบธุรกิจส่วนตัว 10.34 ชั่วโมง คนว่างงาน/ไม่มีงานทำ 10.32 ชั่วโมง  และอาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์ 10.30 ชั่วโมง ตามลำดับ
          นอกจากนี้ ภาคเหนือมีจำนวนชั่วโมงการใช้งานสูงสุดที่ 10.30 ชั่วโมง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10.28 ชั่วโมง ภาคกลาง 10.19 ชั่วโมง กรุงเทพฯ 10.19 ชั่วโมง และภาคใต้ 10.17 ชั่วโมง ตามลำดับ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากนโยบายเน็ตประชารัฐที่ครอบคลุมพื้นที่แล้วกว่า 24,700 หมู่บ้าน และฟรี ไว-ไฟ ที่ครอบคลุมชุมชนกว่า 10,000 จุด สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้อย่างทั่วถึง
          อีกทั้งผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่กว่า 91.2% ใช้อินเทอร์เน็ตไปกับโซเชียล มีเดีย (เฟซบุ๊ก, ไลน์, อินสตาแกรม) ซึ่งถือเป็นกิจกรรมยอดฮิต 7 ปีซ้อน รองลงมาคือ ดูหนัง ฟังเพลง 71.2% ค้นหาข้อมูลออนไลน์ 70.7% รับ-ส่งอีเมล  62.5% และการชำระเงินค่าสินค้าและบริการทางออนไลน์ 60.6% ซึ่งปีนี้เป็นปีแรกที่การชำระเงินติด 1 ใน 5 ของกิจกรรมยอดฮิต สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของการทำธุรกรรมทางการเงินของไทยที่เพิ่มขึ้น
          ขณะที่ กิจกรรมออนไลน์ที่กำลังมาแรงและมีการเติบโตเพิ่มขึ้นหากเทียบกับปี 2561 คือ การสั่งอาหารออนไลน์ ได้รับความนิยมมากสุด เพิ่มขึ้นจากปี 61 ถึง 15.1% รองลงมาคือ การชำระค่าสินค้าและบริการ ใช้บริการเพิ่ม 11.4% และการรับ-ส่งสินค้า/พัสดุ/เอกสารทางออนไลน์ เพิ่มขึ้น 11.0% ตามลำดับ
          ส่วนช่องทางที่ผู้ซื้อเลือกใช้เพื่อซื้อสินค้ามากที่สุด ได้แก่ Shopee 75.6% รองลงมาคือ Lazada 65.5%  Facebook Fanpage 47.5% และ Line 38.9% ตามลำดับ
          ในขณะที่ปัญหากวนใจในการใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือ โฆษณาออนไลน์รบกวนการใช้งาน 78.5% รองลงมาคือความล่าช้าในการเชื่อมต่อ 68.7% ปัญหาข้อมูลไม่น่าเชื่อถือ 35.8% แต่ผู้ตอบแบบสอบถาม 73.3% ยังคงเชื่อมั่นในความมั่นคงปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ต ความเชื่อมั่นที่ค่อน ข้างสูงนี้
          การที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยเฉพาะการ ซื้อขายออนไลน์ ส่วนหนึ่งอาจมาจากการใช้งานที่แพร่หลายเกิดความคล่องตัวและชำนาญ อีกทั้งรัฐบาล ผู้ให้บริการสร้างความเชื่อมั่นในระบบมากขึ้น.