"ณัฏฐพล"ย้ำเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนครูสอนได้

แต่จำเป็นต้องดึงงบลงทุนจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อรองรับการควบรวมโรงเรียนในอนาคต
          ศึกษาธิการ * "ครูตั้น" ย้ำเทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนการสอนของครูได้ ยันครูจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การสอนมีประสิทธิภาพ แต่จำเป็นต้องดึงงบฯ ส่วนอื่นมาลงทุนจัดซื้ออุปกรณ์ รับการควบรวมโรงเรียนในอนาคต ชี้โรงเรียนจำเป็นต้องฝึกครูหัดจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์
          นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตามที่ตนได้ประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อขอช่องทีวีดิจิทัลประมาณ 7 ช่อง สำหรับการเผยแพร่การจัดการเรียนการสอนของนักเรียนระดับปฐมวัยจนถึงระดับประถมศึกษา เนื่อง จากเด็กกลุ่มดังกล่าวไม่มีทักษะความรู้ รวมถึงอุปกรณ์ในการใช้เทคโนโลยี ทั้งนี้ในส่วนของมัธยมศึกษา จะต้องมีอุปกรณ์ในการสอน ซึ่งหากมีความจำเป็น จะต้องสนับสนุนอุปกรณ์ที่จะใช้ประกอบการเรียน ก็จะเป็นการดำเนินการในลักษณะที่โยกงบประมาณภายในของ ศธ. เช่น เปลี่ยนงบฯ ที่จะใช้สำหรับการซ่อม แซมอาคาร มาลงทุนจัดซื้ออุปกรณ์สำหรับเด็กโต หรือ สำหรับครู เพื่อสร้างความเท่าเทียม เป็นต้น ทั้งนี้ตนมองว่าการดำเนินการในลักษณะดังกล่าว โดยเฉพาะในส่วนของระดับมัธยมศึกษา จะทำให้เราเห็นว่าเด็กแต่ละคนมีความอ่อนหรือความถนัดด้านวิชาการในเรื่องใดบ้าง เพราะเด็กทุกคนจะได้เรียนในระดับที่เท่ากันทั้งหมด ดังนั้นครูจะต้องใช้โอกาสนี้ในการช่วยเหลือเด็กให้ตรงจุด และสร้างความเข้มข้นให้สามารถยกระดับการเรียนการสอนให้มีความเท่าเทียมกัน ถือเป็นการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส
          "อย่างไรก็ตาม เราต้องยอมรับว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการสอน ไม่สามารถทดแทนการสอนของครูได้ และผมยังยืนยันว่า ครูจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การสอนมีประสิทธิภาพ แต่การที่เราลงทุนกับอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆ ก็ถือว่าคุ้มค่า เนื่องจากเป็นแผนงานของ ศธ.ที่จะต้องขับเคลื่อนอยู่แล้ว เพียงแต่จะขยับให้เร็วขึ้นเท่านั้น และตอนนี้สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอน คือ การควบรวมโรงเรียน เพื่อให้ครูที่บางโรงเรียนมีจำนวน 2-3 คน ได้มีรวมกับโรงเรียนอื่นๆ และช่วยเหลือในการฝึกกระบวนการต่างๆ ในการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ซึ่งครูทำได้อย่างแน่นอน โดย ศธ.จะสนับสนุนสื่อในการสร้างความรู้ และทักษะของเรื่องนี้" รมว.ศธ.กล่าว
          นายณัฏฐพลกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในส่วนกรณีของโรงเรียนเอกชนมีการขอร้องเรียกว่ามีการปรับลดเงินเดือนครูนั้น เรื่องนี้คงต้องนำฐานข้อมูลเข้ามาศึกษาในรายละเอียดทั้งหมด เพราะที่ผ่านมาข้อมูลของครูเอกชนจะอยู่ในฐานข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ดังนั้น ศธ.จะนำข้อมูลรายชื่อครูเอกชนทั้งหมดเสนอเพื่อได้รับการเยียวยา จำนวน 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน ตามโครงการเราไม่ทิ้งกันของรัฐบาล เนื่องจากเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง อีกทั้งในส่วนของโรงเรียนเอกชน ทางรัฐบาลก็อยู่ระหว่างการหาแนวทางช่วยเหลือ เช่น การลดหย่อนภาษี เป็นต้น.