โบรกเชียร์ลงทุนหุ้นสื่อสาร รับอานิสงส์"เวิร์กฟอร์มโฮม"

หุ้นกลุ่มสื่อสารรับอานิสงส์ "work from home" ช่วงไวรัสโควิด-19 ระบาด โบรกฯชี้น่าสนใจลงทุน เหตุไม่ได้รับ ผลกระทบเชิงลบจากไวรัส "บล.เมย์แบงก์ฯ" ระบุคนใช้ทำงานที่บ้านดันความต้องการใช้บริการพุ่ง แถมปัจจัยบวกกรณี กสทช.เตรียมชง ครม.ให้ผู้ประกอบการลดหย่อนภาษีจากการให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรี 3 เดือน เชียร์ซื้อ "ADVANC" เก็งกำไร "DTAC" ฟาก "บล.ทิสโก้" หนุนลงทุน "INTUCH-DTAC"
          นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หุ้นกลุ่มสื่อสารช่วงนี้ถือว่ามีความน่าสนใจลงทุน เนื่องจากเป็นธุรกิจไม่ได้รับกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเชิงลบ ในทางกลับกันกลับได้รับผลดี จากกระแสทำงานที่บ้าน (work from home) ที่สูงขึ้น ส่งผลให้มีการใช้ข้อมูล (data) มากขึ้นในกลุ่มประชาชนที่ต้องทำงานที่บ้าน ซึ่งผลพวงจากการใช้ข้อมูลมากขึ้นจะส่งผลให้ความต้องการใช้บริการ เครือข่ายมากขึ้นเช่นกัน เช่น สมัครแพ็กเกจ อินเทอร์เน็ตเพิ่ม เป็นต้น
          นอกจากนี้ กลุ่มหุ้นสื่อสารยังได้รับปัจจัยหนุนจากที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ประชาชนได้ใช้อินเทอร์เน็ตมือถือเพิ่ม 10 จิกะไบต์ (GB) ต่อคนต่อเดือนฟรี เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยจะให้ผู้ประกอบการค่ายมือถือ สามารถนำรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการให้บริการแก่ประชาชนมาขอลดหย่อนภาษีได้
          "ตอนนี้หาหุ้นกลุ่มที่ไม่โดนผลกระทบ จากไวรัสโควิด-19 ได้ยาก ซึ่งหุ้นกลุ่มสื่อสารเป็นกลุ่มที่น่าสนใจ จาก 2 ปัจจัยหนุนข้างต้นที่เป็นปัจจัยเชิงบวก อีกทั้งยังมีลักษณะธุรกิจแบบผูกขาดอยู่กับบริษัทไม่กี่ราย กระแสเงินสดและอัตราการจ่ายเงินปันผลค่อนข้างดี"
          โดยกลยุทธ์การลงทุนในระยะสั้น มองว่าหลังขึ้นเครื่องหมาย XD (ไม่จ่ายเงินปันผล) การลงทุนเพื่อรอรับเงินปันผลอาจไม่ใช่ประเด็นหลัก แต่จากการที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 น้อยกว่าธุรกิจอื่น ๆ และยังมีแนวโน้มว่ากำไร ปี 2563 มีโอกาสเติบโต 5% เมื่อเทียบกับ ปีที่แล้ว จึงเป็นกลุ่มที่ไว้ใจลงทุนได้ โดยแนะนำซื้อ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ที่ราคาเหมาะสม 245 บาท/หุ้น เพราะเป็นเจ้าใหญ่ในธุรกิจสื่อสาร กระแสเงินสดค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มจ่ายเงิน ปันผลต่อเนื่อง
          ขณะที่ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) ที่ 45.00 บาท แนะนำซื้อขายเก็งกำไรระยะสั้น หลังราคาหุ้นปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ส่วน บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ไม่แนะนำลงทุน เนื่องจากผลประกอบการยังไม่คงที่จากที่มีการลงทุนค่อนข้างสูง ทั้งนี้ จากการ คาดการณ์ของตลาดประเมินว่า ในปี 2562 ADVANC จะมีกำไรสุทธิราว 32,000 ล้านบาท ส่วน DTAC 5,600 ล้านบาท หรือเติบโตเฉลี่ยราว 4% YOY
          นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการ อาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า หุ้นกลุ่มสื่อสารจะได้รับอานิสงส์จากพฤติกรรมการทำงานที่บ้านของหลายธุรกิจในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทำให้มีการใช้ข้อมูลมากขึ้น รวมถึงหุ้นสื่อสารที่ประกอบธุรกิจค้าปลีกเทคโนโลยีมีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการทำงานที่บ้านที่มีความต้องการใช้อุปกรณ์ไอทีเพิ่มขึ้น
          โดย บล.ทิสโก้ ระบุว่า หุ้นสื่อสารที่ได้รับอานิสงส์จากปัจจัยข้างต้น และมีความโดดเด่นที่สุด คือ บมจ.อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) แนะนำซื้อราคา เป้าหมาย 68 บาท โดยคาดการณ์ว่า กำไรสุทธิปี 2563 จะอยู่ที่ 12,708 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.66% จากปีก่อนที่มีกำไร 11,083 ล้านบาท ถัดมาแนะนำ DTAC ให้ราคาเป้าหมายที่ 48.00 บาท โดยคาดการณ์กำไรปีนี้อยู่ที่ 5,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.50% ปี 5,422 ล้านบาท
          "กลุ่มสื่อสารถือหุ้นเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคง ถ้าเทียบกับกลุ่มอื่นที่ได้รับ ผลกระทบจากไวรัส ส่งผลให้กำไร ไม่เติบโต แต่ INTUCH และ DTAC ยังสามารถรักษาระดับกำไรไว้ได้ และยังมีการจ่ายปันผลดีอีกด้วย โดยเฉพาะ INTUCH ประกาศจ่ายปันผลเกือบ ๆ 6% และ DTAC จ่ายปันผลประมาณ 3%"
          นายอภิชาติกล่าวด้วยว่า ช่วงที่คนทำงานที่บ้านมีความจำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์ไอที เช่น คอมพิวเตอร์ หรือแล็ปทอป ดังนั้น ในระยะยาวคาดว่ารูปแบบการทำงานจะมีการปรับเปลี่ยนให้มีการสำรองคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ทำงานในบ้านมากขึ้น ซึ่งกระแสดังกล่าวจะส่งผลดีแก่ บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ผู้ประกอบธุรกิจ ค้าปลีกเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม แนวโน้ม กำไรอยู่ระหว่างจัดทำประมาณการ
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) พบว่า ปัจจุบันความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นกลุ่มสื่อสาร (ICT) มีแนวโน้มขาขึ้น โดยตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ผลตอบแทน YTD ติดลบที่ 15.90% ดีกว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET index) ที่ติดลบไปถึง 30.88%