"ดีป้า"ทุ่ม90ล้านหนุน"สตาร์ทอัพ"ฝ่าโควิด

 กรุงเทพธุรกิจ "ดีป้า"รื้องบปี 2563 แบ่ง 90 ล้านบาท นำร่องช่วย "ดิจิทัล สตาร์ทอัพ" รีสตาร์ทธุรกิจฝ่าวิกฤติโควิด-19 ผ่านมาตรการ "ดีป้า ดิจิทัล สตาร์ทอัพ ฟันด์" ต้งเป้า 47 ราย คลุม 6 กลุ่มเทคฯสำคัญ หวังประคองดิจิทัลสตาร์ทอัพ พร้อมเร่งพัฒนาบริการดิจิทัลยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย
          นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่า ดีป้าได้ ปรับแผนใช้งบประมาณประจำปี 2563 โดยเปิดมาตรการสนับสนุน และส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล นำร่อง 90 ล้านบาท ส่งเสริม วิสาหกิจดิจิทัล (Digital Startup) ผ่านมาตรการดีป้า ดิจิทัล สตาร์ทอัพ ฟันด์ เน้นครอบคลุมสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีสำคัญตอบโจทย์ประเทศ เช่น เทคโนโลยีเพื่อการเกษตร การศึกษา การเงิน บริการภาครัฐ ท่องเที่ยว และ สุขภาพ รวมถึง การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ หวังประคับประคองกลุ่มดิจิทัลสตาร์ทอัพในช่วงวิกฤติ
          "สถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนา ระบาด ส่งผลโดยตรงกับเศรษฐกิจไทย ดีป้าเห็นความสำคัญการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ในหลายกิจกรรม แต่ในสภาวะแบบนี้ เป็นอุปสรรคในการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการพัฒนาบริการดิจิทัลรูปแบบใหม่ รวมถึง การขยายธุรกิจพอสมควร ดีป้า จึงได้ออกมาตรการนี้ขึ้น เพื่อช่วยเหลือ อุดหนุน กลุ่มดิจิทัล สตาร์ทอัพตั้งเป้า ส่งเสริมทั้งสิ้น 47 ราย ครอบคลุม 6 เทคโนโลยีสำคัญ"
          นายณัฐพล กล่าวว่า การออกมาตรการครั้งนี้ เปิดการขานรับโจทย์การเร่งช่วยเหลือกลุ่มดิจิทัลสตาร์ทอัพไทย โดย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มีคำสั่งให้ดีป้าเร่งหามาตรการฟื้นฟู และเยียวยาโดยเร็ว ดีป้าจึงได้รื้องบปรับแผน ให้ความสำคัญเร่งด่วนกับทุกฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล เริ่มต้นที่กลุ่มสตาร์ทอัพ และยังได้เตรียมแผนปล่อยมาตรการเพื่อสู้ภัย โควิด-19 ต่อเนื่อง ทั้งสำหรับกลุ่มเอสเอ็มอี ร้านค้า หาบเร่ แผงลอย ชุมชนเกษตรกร บุคลากรดิจิทัล คนรุ่นใหม่ รุ่นเก่าเกษียณอายุ ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
          สำหรับการประกาศรับข้อเสนอโครงการ เพื่อขอรับการส่งเสริม ภายใต้มาตรการดีป้า ดิจิทัล สตาร์ทอัพ ฟันด์แบ่งเป็น 2 รอบ รอบแรก เน้นโครงการที่มีเป้าหมายการดำเนินการ ทั่วประเทศใน 6 เทคโนโลยีดิจิทัลสาขาเป้าหมาย และการพัฒนาโซลูชั่นตอบโจทย์เมืองอัจฉริยะ จำนวน 17 ราย แบ่งเป็น ระยะก่อตั้งธุรกิจ (S2) 11 ราย และระยะเติบโตของธุรกิจ (S3) 6 ราย โดยมีระยะเวลาการเปิดรับสมัคร 23 มีนาคม-3 เมษายน 2563
          2.โครงการที่มีเป้าหมายดำเนินการในจังหวัด และสาขาเป้าหมาย ได้แก่ ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี ภูเก็ต กระบี่ มุกดาหาร นครพนม หนองคาย นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พังงายะลา ระยอง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี (แต่ละจังหวัดมีเทคโนโลยีเป้าหมายแตกต่างกัน) จำนวน 30 ราย แบ่งเป็น ระยะก่อตั้งธุรกิจ(S2) 29 ราย และ ระยะเติบโตของธุรกิจ (S3) 1 ราย ระยะเวลาการเปิดรับสมัคร 7 - 24 เม.ย.2563
          อย่างไรก็ตาม ดีป้า เชื่อว่าเทคโนโลยีดิจิทัล จะมีบทบาทมากในช่วงเวลานี้ เมื่อคนต้องรักษาระยะห่าง แต่ทุกการดำเนินการยังต้องขับเคลื่อน หากประชาชนสามารถเลือกประยุกต์ใช้ได้เหมาะสม เทคโนโลยีดิจิทัลจะมีส่วนช่วยอย่างมากในการข้ามผ่านวิกฤตินี้ไปได้ สำหรับมาตรการต่างๆ ได้เริ่มเปิดให้ยื่นข้อเสนอโครงการแล้ว และจะทยอยประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.depa.or.th/thaifightcovid