ลงทะเบียน5พัน แค่24ชม. มียอด17ล้านคน

 รอเช็กคุณสมบัติ ต้องมี-หลักฐาน จับไข่แพง 21 ราย
          ยอดลงทะเบียน “เราไม่ทิ้งกัน” รับเงินเยียวยาจาก พิษโควิด-19 พุ่งทะลุ 17 ล้านคนแล้ว ก.คลัง เร่งคัดกรอง ยันคุณสมบัติครบได้รับ 5 พันแน่ ขณะที่ ปอท.เตือนระวัง 44 เว็บปลอม หลอกล้วงข้อมูลส่วนตัว เร่งหาต้นตอจับกุม “บี ดีอีเอส” สั่ง “ไทยเซิร์ต” ป้องกันแฮกเกอร์เจาะป่วน สรรพากรเผย ไม่เอาข้อมูลตรวจภาษีย้อนหลัง ส่วนแบงก์พาณิชย์-แบงก์เฉพาะกิจของรัฐ กลับมาเปิดให้บริการตามปกติ “โฆษกพาณิชย์” เผยผลจับกุมจับผู้ค้าไข่ไก่เอาเปรียบประชาชน 21 ราย มีโทษหนักทั้งจำและปรับ ผู้ว่าฯโคราชงง ไข่หายไปไหน ส่วนที่อยุธยาเด้งเจ้าคณะตำบล ฝืนคำสั่งรัฐและสงฆ์ จัดงานบวชในวัดสามวิหาร
          ภายหลังรัฐบาลประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.- 30 เม.ย.63 มีคำสั่งปิดสถานที่หลายแห่งเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้สินค้าอุปโภคและบริโภคขาดตลาดและมีราคาแพง อาทิ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ แอลกอฮอล์ และไข่ไก่สด ส่วนหนึ่งมาจากการกักตุนเก็งกำไร รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีสั่งการแก้ไขพร้อมสืบสวนหาผู้อยู่เบื้องหลังการกักตุนและจับกุมมาดำเนินคดี ขณะเดียวกันเปิดให้ลูกจ้างและผู้ที่ได้รับผลกระทบลงทะเบียนที่ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อรับสิทธิตามมาตรการเยียวยาเป็นเงิน 5,000 บาท (3 เดือน) ในเวลา 18.00 น. วันเสาร์ที่ 28 มี.ค.63 ได้รับความสนใจจากประชาชนล้นหลาม โดยช่วง 5 นาทีแรก มีผู้เข้ามาลงทะเบียนมากถึง 20 ล้านคน สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
          คลังเร่งตรวจสอบคุณสมบัติ
          ความคืบหน้าในการลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในกลุ่มแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว และกลุ่มอาชีพอิสระ เข้ามาลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวว่า หลังจากนี้กระทรวงการคลังจะเร่งตรวจสอบข้อมูลเพื่อหาผู้ที่ผ่านเกณฑ์ให้เร็วที่สุดภายใน 7 วันทำการ ก่อนจ่ายเงินให้ผู้ที่ลงทะเบียนและมีคุณสมบัติครบครั้งแรกในวันที่ 8 เม.ย. ทั้งนี้ในช่วงคืนวันที่ 28 มี.ค.พบว่าช่วงที่ลงทะเบียนหนาแน่นคือช่วงเวลา 22.00-24.00 น. ส่วนที่มีการรอคิว 20 ล้านคน ช่วง 5 นาทีแรกนั้น เข้าใจว่าเป็นการนำมือถือ คอมพิวเตอร์ในบ้านที่มีอยู่มาเปิดเพื่อรอลงทะเบียน เท่าที่เห็นแชร์ในออนไลน์เปิดรอกันเป็น 10 เครื่อง ทำให้ระบบมีปัญหาในช่วงแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน
          ย้ำผู้ลงทะเบียนไม่ได้เงินทุกคน
          นายลวรณกล่าวต่อว่า ผู้ที่ลงทะเบียนได้ ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินทุกคน เพราะต้องผ่านเกณฑ์ตรวจสอบที่วางไว้ โดยนำข้อมูลลงทะเบียนตรวจเช็กฐานข้อมูลอื่นๆมากกว่า 10 หน่วยงาน ถ้าอยากมาลงเพื่อลองดูว่าจะได้รับเงินหรือไม่นั้น ไม่ปิดกั้น แต่หากไม่ผ่านการตรวจสอบต้องยอมรับ เพราะคนลงทะเบียนจะรู้ตัวดีที่สุด แต่ถ้ามองว่าการตรวจสอบไม่ถูกต้องเป็นผู้เดือดร้อนจริงๆแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ สามารถอุทธรณ์ผลพิจารณาของกระทรวงการคลังได้ คนที่ได้รับ OTP ยืนยันหมายความว่ากระทรวงการคลังได้รับข้อมูลครบถ้วน โดยจะคัดกรองข้อมูลผู้ที่มาสมัครเร็วสุด 7 วันทำการ ส่วนนักศึกษาพาร์ตไทม์ไม่เข้าเกณฑ์ได้รับเงิน เพราะมีสถานะเป็นนักศึกษา ไม่ใช่คนทำงาน ส่วนผู้ที่มีกิจการหลายประเภท ระบบจะคัดกรองเป็นสถานะผู้ประกอบการ อยากให้คนกลุ่มนี้ใช้มาตรการช่วยเหลือที่รัฐออกมาสำหรับผู้ประกอบการก่อน ยืนยันว่าผู้ที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดจะได้รับเงินแน่นอน
          ต้องมีรูปภาพร้านถูกปิดกิจการ
          โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวต่อว่า สำหรับเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังวางไว้คือ สัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่มีสถานะนักเรียนหรือนักศึกษา ณ วันลงทะเบียน ไม่เป็นข้าราชการ ไม่เป็นอาชีพเกษตรกรรม ต้องเป็นผู้มีงานทำประกอบอาชีพอิสระ ที่สำคัญต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19 ต้องไม่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และไม่ได้รับการดูแลหรือเยียวยาจากระบบประกันสังคม ส่วนลูกจ้างร้านที่ถูกปิดต้องมีหลักฐานถูกปิดกิจการ มีหลักฐานที่ระบุชัดเจนเช่น เป็นลูกจ้างร้านหมูปิ้ง เช่น รูปถ่ายที่เคยถ่ายในร้าน หรือหลักฐานอื่นๆ ที่ระบุเป็นลูกจ้างร้านดังกล่าว คนขับรถแท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ต้องมีใบขับขี่สถานะมายืนยัน แม่ค้าแผงลอยข้างถนน ต้องมีหลักฐานค้าขายจริง ส่วนหนึ่งมาจากฐานการลงทะเบียนหาบเร่ แผงลอย ที่เคยลงทะเบียนไว้กับธนาคารออมสิน ถ้ามีฐานข้อมูลจะได้รับเงินเร็ว แต่ถ้าไม่มี กระทรวงการคลังอาจขอเอกสารเพิ่ม อาจได้รับเงินล่าช้ากว่า 7 วันทำการ
          ไม่ผ่านเกณฑ์แต่เดือดร้อนอุทธรณ์ได้
          นายลวรณกล่าวต่อว่า เมื่อลงทะเบียนแล้วจะส่งข้อมูลแจ้งไปยังเบอร์มือถือว่าผ่านหรือไม่ภายใน 7 วัน โดยจะแบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผ่านเกณฑ์ จะได้รับ SMS ยืนยันให้รอรับเงินที่จะโอนให้ผ่านพร้อมเพย์ หรือบัญชีธนาคารที่ลงทะเบียนไว้ 2.หากไม่ผ่านจะแจ้งให้ทราบพร้อมเหตุผล สามารถอุทธรณ์ได้ 3.ขอข้อมูลเพิ่มเติม เช่น หากกลุ่มที่ไม่ชัดเจนเรื่องสถานที่ทำงาน เป็นต้น ขอยืนยันผู้ที่ผ่านการคัดกรองไม่ว่าจะกี่ล้านคน ถ้าคุณสมบัติครบถ้วนจะได้รับเงินเยียวยาทุกคน ส่วนช่องทางลงทะเบียนจะใช้ช่องทางออนไลน์อย่างเดียว ป้องกันไม่ให้คนออกจากบ้าน หากใครรับลงทะเบียนโดยเรียกรับหัวคิวถือว่าผิดกฎหมายเป็นการฉ้อโกง เราจะติดตามใกล้ชิด หากพบจะดำเนินคดีทันทีมีโทษทั้งจำทั้งปรับ ประชาชนเดือดร้อนอย่าไปซ้ำเติมกัน
          ยอดลงทะเบียนกระฉูด 17.2 ล.คน
          รายงานข่าวแจ้งว่า การลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ในกลุ่มแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว และกลุ่มอาชีพอิสระ เข้ามาลงทะเบียนรับเงินเยียวยา 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน ปรากฏว่าหลังจากเปิดให้ลง ทะเบียนครั้งแรก เวลา 18.00 น. วันที่ 28 มี.ค.63 จนถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 29 มี.ค.63 มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 17.2 ล้านคน เมื่อไล่เรียงช่วงเวลาลงทะเบียนตลอดทั้งคืนของวันที่ 28 มี.ค.ต่อเนื่องถึงตลอดวันที่ 29 มี.ค.63 ยอดลงทะเบียนสูงขึ้นตลอดเวลา เช่น ในวันที่ 28 มี.ค. ในเวลา 20.00 น. มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จ 1.1 ล้านคน ต่อมาเวลา 22.51 น. มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จ 6 ล้านคน และเมื่อเวลา 24.00 น. มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จ 8.5 ล้านคน ส่วนใน วันที่ 29 มี.ค.63 เมื่อเวลา 06.00 น. มีผู้ลงทะเบียน สำเร็จ 9.6 ล้านคน เมื่อเวลา 07.20 น. มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จ 10 ล้านคน เมื่อเวลา 11.00 น. มีผู้ลงทะเบียน สำเร็จ 13.9 ล้านคน และเมื่อเวลา 13.00 น. มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จ 15.3 ล้านคน เป็นต้น
          แฉมีเว็บปลอมเลียนแบบอื้อ
          ขณะเดียวกันที่ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.กล่าวถึงการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาของผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 มี.ค.ว่า ถือเป็น ครั้งแรกของไทยที่ลงทะเบียนได้มากในเวลารวดเร็วขนาดนี้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังที่ระดมสรรพกำลังมารับข้อมูลและกู้ระบบ อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ลอกเลียนแบบใช้ชื่อเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันถึง 44 เว็บไซต์ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดไปลงทะเบียน คนกลุ่มนี้หวังนำข้อมูลประชาชนไปใช้ประโยชน์ เป็นเจตนาไม่ดี ขอให้ระมัดระวัง เว็บไซต์จริงของกระทรวงการคลังคือ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เมื่อลงทะเบียนจะได้รับข้อความตอบรับ
          ปอท.เตือนระวัง 44 เว็บสวมรอย
          ต่อมาเวลา 11.00 น. เพจเฟซบุ๊ก กองปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และเพจ “Antyi-fake News center Thailand” เพจ “ธนาคารกรุงไทย” และเว็บไซต์ “ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค.” โพสต์เตือน “ข่าวปลอมอย่าแชร์ 44 เว็บไซต์ที่เลียนแบบชื่อ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่เปิดสำหรับลูกจ้างและผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ลงทะเบียนเข้ารับเงินเยียวยา 5,000 บาท นาน 3 เดือนว่า อย่าคลิกลิงค์เว็บไซต์ที่ส่งต่อๆกันมา อาจเป็นเว็บไซต์ตั้งชื่อคล้ายหรือเลียนแบบ เช่น Iราไม่ทิ้งกัน, เsไม่ทิ้งกัน, เราไม่nงกัน, เราไม่ทิ้งnน โดยระบุเชิญชวนประชาชนลงทะเบียนรับเงิน 5,000 บาท เยียวยาโควิด-19
          เป้าหมายลวงเอาข้อมูลส่วนตัว
          เพจ ปอท.ระบุต่อว่า เว็บเหล่านั้นอาจหลอกเอาข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลบัญชีธนาคาร username password ขอรหัส OTP หรือ One Time Password คือชุดรหัสผ่านใช้ครั้งเดียวที่ระบบสร้างขึ้นเพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอินเตอร์เน็ต โดยระบบจะส่งไปยัง SMS หรืออีเมล หรือแอปพลิเคชัน เพื่อใช้ตรวจสอบยืนยันการเป็นเจ้าของบัญชี จะมีอายุใช้งานระยะสั้นๆไม่กี่นาที หากครบกำหนดเวลาแล้วไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ดังนั้น อย่าส่งรหัส OTP ให้ผู้อื่นเป็นอันขาด ทั้งนี้ ในการกรอกข้อมูลต่างๆ แนะนำให้พิมพ์ด้วยตนเอง สะกดพยัญชนะ สระ วรรรณยุกต์ให้ถูกต้อง ส่วนข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญ เช่น ชื่อ นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขประจำตัวประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ ห้ามนำไปให้ผู้อื่นที่ไม่รู้จัก เพราะข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปสวมรอยทำธุรกรรมอื่นได้
          เร่งหาต้นตอจับกุมคนทำปลอม
          ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. เผยว่า เรื่อง 44 เว็บไซต์ที่เลียนแบบชื่อ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ที่เปิดสำหรับลูกจ้างและผู้ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 ลงทะเบียนเข้ารับเงินเยียวยา 5,000 บาทนั้น พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิคและฝ่ายสืบสวนสืบหาข้อมูลและต้นตอผู้ทำเว็บไซต์ปลอมทั้งหมด เพื่อดำเนินการทางกฎหมาย ฝากเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเว็บไซต์ปลอม และเฟกนิวส์ ให้ติดตามข่าวสารและข้อเท็จจริงได้ที่เว็บไซต์ที่เป็นทางการและตรวจสอบที่มาที่ไปได้ รวมถึงใช้วิจารณญาณก่อนกระทำการใดๆ บนโลกออนไลน์ด้วย
          “บี” สั่งระวังแฮกเกอร์เจาะระบบ
          ขณะเดียวกัน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) เกาะติดหรือมอนิเตอร์ และการใช้งานเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน (www.เราไม่ทิ้งกัน.com) อย่างใกล้ชิด ตามคำร้องขอของธนาคารกรุงไทย และกระทรวงการคลัง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้ถูกโจมตีทางไซเบอร์ หรือถูกแฮกเกอร์ เจาะระบบ เพื่อทำให้เว็บไซต์ล่ม ส่วนประเด็นที่พรรคฝ่ายค้านเสนอแนะให้กระทรวงดีอีเอสร่วมดำเนินการเกี่ยวกับเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันนั้น ขอชี้แจงว่า กระทรวงการคลัง และกรุงไทยยืนยันว่า ระบบเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน สามารถใช้งานได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นระบบเดียวกับชิมช้อปใช้ ขอให้มั่นใจว่าระบบของเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกันจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน
          กำชับ ปอท.เกาะติดเว็บชื่อซ้ำ
          รมว.ดีอีเอสกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีการจดชื่อเว็บไซต์เราไม่ทิ้งกัน มีมากถึง 44 เว็บไซต์ ได้กำชับให้ บก.ปอท.ตรวจสอบอย่างใกล้ชิด มีเว็บไซต์ใดหลอกลวงประชาชนบ้าง เบื้องต้นยังไม่พบเว็บไซต์ใดกระทำความผิด ปกติหากตรวจพบจะขออำนาจศาลสั่งปิดเว็บไซต์นั้นทันที และดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเว็บไซต์ชื่อเราไม่ทิ้งกันซ้ำนั้น บางเว็บไซต์จดชื่อมานานแล้ว มีกิจกรรมเคลื่อนไหวตลอด กระทรวงดีอีเอส และ ปอท.ไม่สามารถสั่งปิดได้ กำชับให้ ปอท.เกาะติดเว็บไซต์ชื่อซ้ำดังกล่าว เพื่อมิให้หลอกลวงประชาชน
          อยู่บ้านรอรับเอสเอ็มเอส
          นายพุทธิพงษ์กล่าวต่อว่า เพื่อมิให้เกิดความสับสนในข้อมูล ภาครัฐ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการมือถือในประเทศทั้ง 5 ราย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด บริษัท ทรูมูฟ ยูนิเวอร์แซล คอมมูนิเคชั่น จำกัด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท ได้ร่วมมือกันจะส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ไปยังผู้ใช้บริการมือถือทุกราย โดยมี 2 ข้อความว่า 1. ติดตามข่าวศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 ที่ www.thaigov.go.th และ www.facebook/informationcovid19/ สายด่วน โทร.1111 หรือ 1422 2.ไม่ต้องไปธนาคาร อยู่บ้าน ลงทะเบียน www.เราไม่ทิ้งกัน.com หรือโทร.0-2111-1144 อยู่บ้านหยุดเชื้อเพื่อชาติ เมื่อได้รับเอสเอ็มเอส สามารถคลิกไปยังลิงก์ดังกล่าวสามารถลงทะเบียนได้อย่างถูกเว็บไซต์แน่นอน นอกจากนี้ กระทรวงดีอีเอสยังมีแอปพลิเคชัน Card2U ที่รวมข้อมูลโควิด-19 จากทุกส่วนงานมาไว้ที่แอปนี้แอปเดียว เพื่อให้สะดวกรวดเร็ว สามารถติดตามข่าวสารได้อีกหนึ่งช่องทาง สามารถดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.
          30 มี.ค.แบงก์เปิดทำการปกติ
          อีกด้านหนึ่งผู้สื่อข่าวรายงานว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ขอแจ้งว่าตั้งแต่วันจันทร์ที่ 30 มี.ค.63 ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ รวมถึงธนาคารออมสินที่ได้ประกาศปิดทำการไปก่อนหน้านี้ พร้อมเปิดให้บริการตามปกติ แต่งดให้บริการเปิดบัญชีใหม่ และบริการผูกพร้อมเพย์ที่สาขา ระหว่างวันที่ 30-31 มีนาคม 2563 แต่สามารถดำเนินการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และออนไลน์ ให้สอดคล้องกับมาตรการของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ที่ได้ขอความร่วมมือให้ยกเว้นกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดการเดินทางหรือเคลื่อนย้ายประชาชนจำนวนมากมารวมตัวกัน เพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดขยายไปในวงกว้างและเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม
          แนะทำธุรกรรมผ่านออนไลน์–เอทีเอ็ม
          ทั้งนี้ ทุกธนาคารยังคงให้ความสำคัญต่อสวัสดิภาพและความปลอดภัยของลูกค้า พนักงาน และสาธารณชน ขอแนะนำให้ลูกค้าเลือกเปิดบัญชีผูกพร้อมเพย์และทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์และออนไลน์ของธนาคารต่างๆเป็นลำดับแรก ยังคงให้บริการได้ตามปกติ เช่น เครื่องบริการถอนเงิน-ฝากเงินอัตโนมัติ (ATM/CDM) โมบายแบงกิ้ง (Mobile Banking) และอินเตอร์เน็ตแบงกิ้ง (Internet Banking) ทั้งนี้ การผูกพร้อมเพย์ ทำได้ด้วยตนเองที่เครื่อง ATM และทาง Online ไม่ต้องเข้ามาที่สาขาเช่นกัน สำหรับลูกค้าที่ต้องการลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิ์ตาม “มาตรการเยียวยา 5,000 บาท (3 เดือน)” ของรัฐบาล ไม่ต้องมาติดต่อที่ธนาคาร สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้บัญชีเงินฝากของธนาคารใดก็ได้ที่มีอยู่ เพียงชื่อ-นามสกุลเจ้าของบัญชี ต้องตรงกับผู้ที่ลงทะเบียนหรือเลือกให้โอนเงินเข้าบัญชีที่ผูกพร้อมเพย์กับหมายเลขประจำตัวประชาชนได้เช่นกัน ต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ Call Center สถาบันการเงินทุกแห่ง
          ก.แรงงานเพิ่มเงินเยียวยาผู้ประกันตน
          ส่วนที่กระทรวงแรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องหารือมาตรการช่วยเหลือแรงงานในระบบประกันสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงานประกันสังคมแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อให้ผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมที่มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ไม่ถึง 5,000 บาท มีสิทธิได้รับเงินไม่ต่ำกว่าเดือนละ 5,000 บาท ให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 มี.ค.เพื่อให้สอดคล้องเท่าเทียมกับการช่วยเหลือแรงงานลูกจ้างที่ไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม โดยจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในวันที่ 31 มี.ค.นี้
          สรรพากรยันไม่ตรวจภาษีย้อนหลัง
          ขณะที่นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เผยว่า ตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนว่ากรมสรรพากรจะนำข้อมูลของผู้ลงทะเบียน www.เราไม่ทิ้งกัน.com ไปใช้ตรวจย้อนหลังของกลุ่มผู้มีอาชีพอิสระนั้น ไม่เป็นความจริง ขอเรียนว่า กรมสรรพากรตระหนักถึงความเดือดร้อนของผู้เสียภาษีและประชาชนทั่วไปที่ประสบความยากลำบากในการดำรงชีวิตจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ขอยืนยันว่าผู้ลงทะเบียนผ่าน www.เราไม่ทิ้งกัน.com เพื่อรับเงินตามมาตรการฯ จะไม่ถูกนำข้อมูลมาใช้ในการตรวจสอบภาษี เนื่องจากกรมสรรพากรมีข้อมูลทั้งหมดอยู่แล้ว ขอให้ประชาชนอย่ากังวล
          พณ.โชว์จับไข่แพง–ไม่ติดป้ายราคา
          ส่วนปัญหาการขาดแคลนไข่ไก่สดและมีราคาแพงนั้น นายสุพพัต อ่องแสงคุณ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยผลจับกุมผู้จำหน่ายไข่ไก่เกินราคา กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ระหว่างวันที่ 26-28 มี.ค.63 ว่า ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับกุมผู้กระทำผิดทั้งประเทศได้ 21 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 2 ราย ได้แก่ เขตบางกอกน้อย 1 ราย ข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 28 ไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย และเขตราชเทวี 1 ราย กระทำความผิดตามมาตรา 29 จำหน่ายไข่ไก่ในราคาสูงเกินสมควร ส่วนต่างจังหวัดมี 19 ราย ไม่ปิดป้ายแสดงราคา 12 ราย ได้แก่ เพชรบูรณ์ จันทบุรี สิงห์บุรี กาฬสินธุ์ นนทบุรี นครราชสีมา สระแก้ว พังงา สุพรรณบุรี พิษณุโลก เชียงราย และพระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 ราย จำหน่ายราคาสูงเกินสมควร 5 ราย ได้แก่ นครสวรรค์ 2 ราย นนทบุรี ปทุมธานี และอ่างทอง จังหวัดละ 1 ราย แต่ที่ปทุมธานี ผู้ค้ารายเดียวทำความผิด 2 ข้อหาคือไม่ปิดป้ายราคา และค้ากำไรเกินควร พบเห็นผู้ค้าเอาเปรียบร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน โทร. 1569 หรือเว็บไซต์กรมการค้าภายใน www.dit.go.th ต่างจังหวัดร้องเรียนได้ที่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด
          ผวจ.โคราชงงไข่ไก่หายไปไหน
          นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา นายอภินันท์ เผือกผ่อง รอง ผวจ. นายศารุมภ์ โหม่งสูงเนิน พาณิชย์จังหวัดร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบราคาไข่ไก่ในตลาดย่าโมและตลาดสุรนคร เขตเทศบาลนครนครราชสีมา พบว่าไข่ไก่ที่วางจำหน่ายแทบไม่มีวางขาย นายวิเชียรกล่าวว่า จากการพูดคุยกับเจ้าของฟาร์มไก่ไข่พบว่าผลผลิตไข่ไก่จากฟาร์มมีเท่าเดิม จ.นครราชสีมา มีฟาร์มไก่ไข่ 18 ฟาร์ม ปริมาณไข่ไก่ออกสู่ตลาดวันละ 640,000 ฟอง กำลังเร่งตรวจสอบว่าไข่ไก่หายไปอยู่ที่ใด ฟาร์มต่างๆ ขายหรือส่งให้ใครบ้าง จะขอรายละเอียดบัญชีแสดงการขายส่งไข่ไก่กับฟาร์มทุกแห่งเพื่อตรวจสอบว่าไข่ไก่ไปอยู่ที่ใครบ้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อค้าคนกลาง ร้านค้าส่ง ค้าปลีก ป้องกันการกักตุน อยากวิงวอนทุกฝ่ายช่วยเหลือกัน อย่าซ้ำเติมกันเอง
          ปศุสัตว์สงขลายันไข่ไก่มีพอ
          น.สพ.กิติกรณ์ เจนไพบูลย์ ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา กล่าวถึงกรณีที่ประชาชนเป็นห่วงว่าไข่ไก่อาจขาดตลาดในพื้นที่ ขอยืนยันว่า จ.สงขลา เป็นฐานผลิตไข่ไก่เพื่อส่งออกและจำหน่ายในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง วันนี้มีแม่ไก่ไข่อยู่ประมาณ 1.3 ล้านตัว ผลิตไข่ได้วันละ 1 ล้านฟอง นับว่าเพียงพอต่อการบริโภคและส่งออกอย่างแน่นอน ขอเน้นย้ำว่าในช่วงสภาวะวิกฤติโควิด-19 แพร่ระบาดอยู่นั้น ขอให้ผู้บริโภคอย่าตื่นตระหนกแห่ซื้อไข่ไก่กักตุนสำรองไว้เป็นจำนวนมาก เพราะการรักษาไม่ถูกวิธีอาจเน่าเสียได้ ขอความร่วมมือไปยังผู้ค้ารายย่อยอย่าจำหน่ายเกินราคาจากที่กำหนด หากประชาชนพบผู้ฝ่าฝืนแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานอำเภอทุกแห่ง
          “จาตุรนต์” แนะ รบ.วิธีแก้ไข่แพง
          นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จ.ฉะเชิงเทรา เป็นพื้นที่เลี้ยงไก่ไข่มากที่สุดในประเทศ สอบถามเจ้าของฟาร์มปัญหานี้แก้ได้ไม่ยาก สิ่งที่รัฐบาลควรทำมีอยู่ 2 อย่าง และไม่ควรทำ 2 อย่าง ที่ควรทำคือ 1.ดูแลไม่ให้อาหารสัตว์ขึ้นราคา 2.ให้ข้อมูลแก่ประชาชนว่ามีไข่พอแน่ และราคาจะไม่แพงผิดปกติ ส่วนที่ไม่ควรทำคือ 1.ไม่พยายามไปกำหนดราคาที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง 2.ไม่ไปตัดวงจรการค้าของเขา ต้องอาศัย หั่งเช้ง ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว และผู้ค้าปลีก รัฐบาลไม่ควรคิดไปขายเสียเอง หรือจ้องจับผิดเจ้าของฟาร์มที่ส่วนใหญ่กำหนดราคาเองไม่ได้ และไม่ควรไปเอาเป็นเอาตายกับผู้ค้ารายย่อย
          ระบบขนส่งคนหายเกือบ 100%
          ส่วนผลจากการดำเนินการสกัดกั้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล โดยการขอให้หยุดอยู่บ้านนั้น ส่งผลให้ขณะนี้ระบบขนส่งต่างๆมีผู้ใช้บริการลดน้อยลงชัดเจน โดยนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สายการบินเกือบทั้งหมดหยุดบินทั้งเส้นทางในประเทศและต่างประเทศแล้ว ส่งผลให้เที่ยวบินของสายการบินต่างๆลดลงไม่น้อยกว่า 90% ขณะที่นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ปัจจุบัน บขส.เหลือผู้โดยสารเดินทางวันละไม่ถึง 2,000 คน จากปกติที่มีผู้เดินทางเฉลี่ยประมาณวันละ 60,000 คน เท่ากับลดลงไปกว่า 95% และในวันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นไป จะไม่มีการเดินรถแล้ว ด้านนายวรวุฒิ มาลา ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ออกประกาศลดขบวนรถเดินทางไป 22 ขบวนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อนำ จำนวนผู้โดยสารเชิงพาณิชย์ และเชิงสังคม มารวมกันพบว่า ผู้โดยสารลดลงประมาณ 20% จากนั้นวันที่ 1 เม.ย. จะเหลือเฉพาะการเดินรถระยะสั้นที่เป็นรถไฟฟรีเท่านั้น
          ผดส.ทางเรือหายไปไม่แพ้กัน
          ขณะที่นายเชาวลิต เมธยะประภาส กรรมการผู้จัดการบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้ บริการเดินเรือคลองแสนแสบ เปิดเผยว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. มีผู้โดยสาร 8,000-9,000 คน ลดไป 90% จากปกติที่มีผู้ใช้บริการ 4-5 หมื่นคนต่อวัน ด้านการ เดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคล จากข้อมูลของกรมทางหลวง พบว่า วันศุกร์ที่ 27 มี.ค. การเดินทางผ่าน จุดสำรวจของกรมทางหลวง 10 จุด พบว่า (ขาเข้าเมือง) ปริมาณรถลดลง 15% โดยประมาณ เมื่อเทียบกับวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.63 ส่วนขาออก วันศุกร์ที่ 27 มี.ค. ปริมาณรถลดลง 37% เมื่อเทียบกับวันศุกร์ที่ 20 มี.ค.เช่นเดียวกัน
          เด้งเจ้าคณะตำบลฝืนจัดงานบวช
          ขณะที่รัฐบาลมีคำสั่งให้งดกิจกรรมที่มีประชาชน รวมกลุ่มจำนวนมาก แต่ยังมีผู้ฝ่าฝืน โดยที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พระครูอนุกูลศาสนกิจ เจ้าคณะอำเภอพระนครศรีอยุธยา มีคำสั่งให้พระสังฆาธิการพักจาก ตำแหน่งหน้าที่ โดยให้พระครูวิบูลอาจารพิพัฒน์ เจ้าอาวาสวัดสามวิหาร พักจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบล ท่าวาสุกรี เขต 2 เนื่องจากเมื่อช่วงเช้าวันที่ 29 มี.ค.มีการจัดบวชนาคที่วัดสามวิหาร มีกิจกรรมแห่นาครอบอุโบสถ มีแตรวง เครื่องเสียง ผู้ร่วมงานอยู่ใกล้ชิดกันมาก การจัดกิจกรรมดังกล่าวอยู่ในช่วงการ แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เป็นการขัดคำสั่งบ้านเมือง และคำสั่งของคณะสงฆ์ เพราะจัดขึ้นใน บริเวณวัดสามวิหาร อีกทั้งมีพระครูวิบูลอาจารพิพัฒน์ เจ้าคณะตำบลท่าวาสุกรี เขต 2 เป็นเจ้าอาวาสและ เป็นพระอุปัชฌาย์ เป็นการละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง จะต้องมีการสอบสวนต่อไป ควรให้พระครู วิบูลอาจารพิพัฒน์พักจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบลท่าวาสุกรี เขต 2 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 29 มี.ค.2564