ดีอีเอสหั่นงบรายจ่าย10%กระตุ้นศก.

 ระบุเป็นตามมติครม.สถานการณ์โควิด-ภัยแล้ง
          กรุงเทพธุรกิจ"ดีอีเอส"นำร่องประชุมหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดผ่านระบบประชุมทางไกล มอบแนวทางการใช้งบประมาณ 2563 และการปรับรายละเอียดงบประมาณ 2564 สอดรับมติครม. มุ่งเน้นกระตุ้นเศรษฐกิจ บรรเทาผลกระทบ จากสถานการณ์ระบาดโควิด-19 และ ภัยแล้ง ชี้จำเป็นต้องปรับรายจ่ายประจำลง 10% และนำงบส่วนนั้นไปใช้จัดจ้าง ผู้ประกอบการรายย่อย สร้างการจ้างงาน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม
          นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า  กระทรวงดีอีเอส ได้นำร่องประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล กับหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด กระทรวงฯ หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 และปรับรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เพื่อดำเนินการตามมติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ผ่านมา และเป็นไปตามมาตรการด้านการงบประมาณ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาหรือ โควิด-19 และสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น
          โดยการประชุมครั้งนี้ ได้มอบหมายแนวทางให้กับผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดทั้ง 8 แห่ง ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา,สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.),สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.),บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน),บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน),บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท),สำนักงานส่งเสริม เศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า ไปทบทวนการใช้งบประมาณ และจัดทำโครงการต่างๆ โดยมุ่งสร้างให้เกิดการ กระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการจ้างงาน จ้างผู้ผลิตและผู้ประกอบการรายย่อย
          ทั้งนี้ จะมีการดำเนินการตามหลักการของมติ ครม. ที่ผ่านมา ในเรื่องรายจ่ายประจำซึ่งจะปรับลดลง 10% และนำงบส่วนนั้นไปใช้จัดจ้างผู้ประกอบการรายย่อย สร้างการจ้างงาน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และภัยแล้ง อีกทั้ง ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ มีนโยบายชัดเจนให้งดการเดินทางในสถานการณ์ช่วงนี้ หากหน่วยงานใดมีความจำเป็นเร่งด่วน ที่จะต้องเสนอโครงการในการบรรเทาผลกระทบ ของสถานการณ์โควิด-19และภัยแล้ง สามารถเสนอของบประมาณ เพื่อขอใช้งบประมาณรายจ่ายงบกลางกรณีฉุกเฉิน และจำเป็นโดยความเห็นชอบของรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน
          เธอ เสริมว่า สำหรับการปรับรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ได้มุ่งเน้นให้แต่ละหน่วยงาน ปรับปรุงคำเสนอของบประมาณและโครงการ 1.ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ คำนึงถึงสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ประกอบกับสถานการณ์ภัยแล้ง ซึ่งมีแนวโน้ม ว่าจะมีความรุนแรง และยาวนาน 2.ไม่ควรเปลี่ยนแปลงงบประมาณที่จัดสรรไว้ สำหรับรายจ่ายผูกพันตามสัญญาตามมติ ครม. ไปเป็นรายการอื่น 3.รักษาสัดส่วนรายจ่ายลงทุนให้อยู่ในระดับที่ครม. เห็นชอบในภาพรวม และ 4.ไม่ควรเพิ่มรายการใหม่ ที่มีภาระผูกพันงบประมาณในปีต่อๆ ไป "การประชุมผ่านระบบทางไกลถือเป็น การนำร่อง และจากนี้กระทรวงฯ จะใช้วิธีการ ประชุมรูปแบบนี้ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของการบรรเทาสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ขณะเดียวกัน ทำให้การปฏิบัติงานของ กระทรวงฯ และหน่วยงานในสังกัดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง" นางสาวอัจฉรินทร์ กล่าว