Work From Home จัดทัพองค์กร-พนักงานผ่านวิกฤตไวรัส

 หลังสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทยเริ่มแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง รัฐบาลจึงออก 6 มาตรการเข้ม ด้วยการสั่งปิดสถานบริการ, สถานบันเทิง, สถานศึกษา, ร้านนวด แผนโบราณ, โรงมหรสพ, ฟิตเนส, สปา 14 วัน ทั้งยังงดจัดอีเวนต์, คอนเสิร์ต พร้อมกับเลื่อนวันหยุดสงกรานต์ เพื่อไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายคนจำนวนมาก เพื่อรักษาระยะ 2 ให้นานที่สุด จนหลายภาคส่วนเริ่มส่งสัญญาณขานรับกับมาตรการเร่งด่วนดังกล่าว เพื่อป้องกันการระบาดอย่างจริงจัง
          "การรักษาระยะห่างทางสังคม" หรือ "social distancing" นับเป็นการช่วยลดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่กำลังส่งผลกระทบต่อทุกชีวิตบนโลกอยู่ตอนนี้ หลาย ๆ องค์กรจึงออกนโยบาย work from home (ทำงานที่บ้าน) อย่างเร่งด่วน
          การสื่อสารคือหัวใจสำคัญ
          "ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา" ผู้จัดการ ประจำประเทศไทย บริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ประเทศไทย บอกว่า ทางบริษัทเริ่มให้พนักงานทุกคนทำงานที่บ้าน ตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม 2563 เรามีความพร้อมในการตั้งรับกับสถานการณ์ที่ต้องทำงานนอกสถานที่ในยามเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ มานานแล้ว ทำให้เมื่อเกิดความจำเป็นต้องทำงานที่บ้านเนื่องจากไวรัสโควิด-19 เราจึงสามารถจัดการได้ตั้งแต่วันแรกที่รัฐประกาศขอความร่วมมือ
          "เรามี business continuity plan (BCP) ที่ให้ความสำคัญกับการสื่อสารในองค์กรเป็นอันดับต้น ๆ เพราะการสื่อสารบอกให้พนักงานทุกคนเข้าใจไปทางเดียวกันเป็นเรื่องสำคัญ โดย ผู้บริหารระดับสูงแต่ละประเทศต้องสื่อสารกับผู้บริหารระดับต่อมา และกระจายไปทั่วถึงทุก ๆ คนในองค์กร ผ่านการประชุม, อีเมล์ และการพูดคุยอย่างต่อเนื่อง โดยแผนนี้ใช้เช่นเดียวกันกับบริษัท โรเบิร์ต วอลเทอร์ส ในประเทศฟิลิปปินส์, มาเลเซีย อินโดนีเซีย"
          "เรามีการใช้แท็บเลตในการทำงานมา 2 ปี และเปลี่ยนจากการใช้โทรศัพท์ตั้งโต๊ะเป็นระบบโทรศัพท์ ด้วยการโทรผ่านแอปพลิเคชั่นบนคอมพิวเตอร์ เมื่อพนักงานไปทำงานต่างสถานที่ ลูกค้าหรือผู้สมัครงานจะได้ใช้เบอร์ออฟฟิศในการติดต่อได้ เหตุผลที่เรามีแผน BCP มาหลายปี เพราะเราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงาน ผู้สมัครงาน และลูกค้า ในเวลาที่มีวิกฤตต่าง ๆ เช่น ไฟไหม้ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ บริษัทสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง และในเรื่องของไวรัสโควิด-19 เราพยายามเป็นองค์กรที่มีส่วนในการลดการติดต่อระหว่างกัน ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทุกคนต้องร่วมกัน"
          LINE ให้พนักงานทำงานที่บ้าน
          "กานต์ กิมสวัสดิ์" หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรบุคคล LINE ประเทศไทย กล่าวว่านับตั้งแต่ที่เริ่มมีการระบาดของไวรัสโควิด-19 LINE ประเทศไทยได้จัดตั้งคณะทำงานดูแลสวัสดิการพนักงานช่วงวิกฤต เพื่อจัดเตรียมแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ และเราขานรับมาตรการป้องกันการแพร่ไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่เนิ่น ๆ
          "โดยก่อนหน้านี้เริ่มจากการทดลองทำงานที่บ้านในบางแผนก เพื่อดูว่ามีความท้าทายตรงไหนที่เป็นจุดต้องเตรียม ความพร้อมมากขึ้น จากนั้นฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีการจัดอบรมพนักงานทุกแผนก มีการจัดอบรมเตรียมความพร้อมพนักงานเพื่อให้ทำงานที่บ้านได้ต่อเนื่องไม่มีสะดุด โดยให้คำแนะนำ และเข้าใจถึงวิธีการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือการทำงานที่จะปรับเปลี่ยนไป รวมถึงออกนโยบายในการแนะนำและดูแลสวัสดิภาพ และความปลอดภัยของพนักงานในประเทศไทย"
          "เรามีการร่วมมือกับโรงพยาบาลสมิติเวช ให้พนักงานไปตรวจฟรี ถ้าสงสัยว่าตนเองได้รับไวรัสโควิด-19 รวมถึงวางแผนป้องกันการดำเนินงานต่อเนื่องให้บริการไม่หยุดชะงักในกรณีที่รัฐบาลประกาศการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 เข้าสู่ระยะที่ 3 หรือประกาศ lock down กรุงเทพฯ โดยเราพิจารณาปิดออฟฟิศยาวตลอดเดือนเมษายน"
          "ชาญวุฒิ ลือชัยสิทธิ์" รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของพนักงานมากที่สุด การประกาศปิดสำนักงานเป็นการชั่วคราวเนื่องจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 จะไม่กระทบกับการให้บริการ และการดำเนินธุรกิจแต่อย่างใด โดยการประชุมภายใน และภารกิจที่สำคัญอื่น ๆ จะสามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะให้พนักงานเข้าร่วมจากระยะไกลผ่านระบบออนไลน์ที่มีแพลตฟอร์มไลน์เป็นเครื่องมือในการสื่อสารและสนับสนุนการทำงานทั้งหมด
          "ที่สำคัญ เรามีการอบรมให้พนักงานทราบถึงหลักการทำงานที่บ้านอย่างมีประสิทธิภาพ นั่นคือการจัดเตรียมพื้นที่ ทำงานที่บ้านให้เหมาะสม และสร้างบรรยากาศให้พร้อมทำงานเหมือนกำลังอยู่ในสำนักงาน กำหนดเวลาการทำงานให้ชัดเจน และปราศจากการรบกวนให้มากที่สุด โดยให้ตระเตรียมเครื่องมือในการทำงานให้พร้อม ทั้งคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ สมุดจด ปากกา เป็นต้น นอกจากนั้น ยังต้องมีการอัพเดตการทำงานระหว่างทีมกันอย่างสม่ำเสมอในทุก ๆ วัน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด"
          "LINE มีพันธกิจ close the distance เชื่อมโยงผู้คน ข้อมูล และบริการให้เข้าถึงกันมากขึ้น ผ่านการให้บริการการสื่อสาร และข้อมูลที่ทรงประสิทธิภาพสำหรับชีวิตประจำวันของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวิกฤตการณ์เช่นนี้ เราพร้อมเสมอจะเป็นเครื่องมือสำคัญ และมีประสิทธิภาพที่เพิ่มความสะดวกสบายให้แก่บุคคล ภาคธุรกิจ และภาครัฐ เพื่อที่คนไทยทุกคนจะก้าวผ่านช่วงเวลานี้ ไปได้ ขอเพียงทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำ อย่างเคร่งครัด""เอไอเอส" แบ่งทีมคู่ขนาน
          "ปรัธนา ลีลพนัง" หัวหน้าคณะ ผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสดำเนินการปฏิบัติในเรื่องการช่วยลดการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ตามประกาศอย่างเคร่งครัด เตรียมความพร้อมในทุกช่องทาง วางแผนให้พนักงานทำงานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้า ได้ต่อเนื่อง
          ที่สำคัญ เอไอเอสดำเนินมาตรการตามแผน BCP-business continuity plan ในช่วงการระบาดของไวรัส โควิด-19 เพื่อให้การปฏิบัติงานใน ทุกส่วนเป็นไปอย่างต่อเนื่องไม่หยุดชะงัก เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดสู่ส่วนรวม โดยมีกระบวนการดังนี้
          หนึ่ง แบ่งทีมพนักงานที่สามารถทำงานทดแทนซึ่งกันและกันในทุกส่วนงาน ไม่ว่าจะเป็นทีมวิศวกร ทีมบริการลูกค้า ทีมโอเปอเรชั่น ฯลฯ โดยเบื้องต้นเราแบ่งออกเป็น 2 ทีมอย่างน้อย ด้วยการทำงานคู่ขนาน และสอดรับกัน เพื่อให้ การปฏิบัติงานเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำงานอย่างไร้รอยต่อ
          สอง ดำเนินการจัดแบ่งพนักงาน บางส่วนเข้าทำงานในพื้นที่ทดแทน รวมถึง มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความพร้อมต่อการรับมืออย่างราบรื่น และไม่กระทบกับการให้บริการลูกค้า
          สาม นำ digital platform เข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อให้การทำงานทุกด้าน ไม่หยุดชะงัก เช่น การสัมภาษณ์พนักงานใหม่ผ่านวิดีโอ (VDO conference) รวมถึงระบบการเข้าถึงคอมพิวเตอร์ หรือเครือข่ายจากระยะทางไกล (remote access)
          สี่ ย้ำเรื่องการดูแลสุขอนามัยของพนักงานเอไอเอส, ตัวแทนจำหน่าย, ช่างติดตั้ง AIS Fibre อย่างเคร่งครัด รวมถึงจัดอบรมให้ความรู้ และวิธีการป้องกันเกี่ยวกับเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทั้งขยายกรมธรรม์ประกันชีวิต COVID-19 อีก 1 ปี เพื่อให้พนักงานทุกคนทุกระดับ รวมทั้งตัวแทนจำหน่าย และพาร์ตเนอร์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
          จึงนับเป็นพลังความสามัคคีของหลายคนในองค์กรที่ต้องการช่วยให้ "คน" ในประเทศไทยสามารถฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ในระยะยาว
          "เตรียมความพร้อมในทุกช่องทาง วางแผนให้พนักงานทางานที่บ้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าได้ต่อเนื่อง"

          บรรยายใต้ภาพ 
          ปุณยนุช ศิริสวัสดิ์วัฒนา
          กานต์ กิมสวัสดิ์
          ชาญวุฒิ ลือชัยสิทธิ์
          ปรัธนา ลีลพนัง