Remote Work ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีพร้อม

Remote work หรือ work from home ไม่ใช่แค่เตรียมพร้อมเฉพาะด้านเทคโนโลยี แต่ "ไซแคท แชทเทอร์จี" ผู้อำนวยการ ที่ปรึกษาอาวุโสของการ์ตเนอร์ ระบุว่า ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องเตรียมการ อาทิ การสนับสนุนที่ยืดหยุ่นของฝ่ายบุคคลควรสัมพันธ์กับความเป็นจริงของการทำงานรูปแบบใหม่ โดยฝ่ายบุคคลควรระบุหน้าที่หลัก บทบาท ทักษะ และกิจกรรมของการทำงานที่จำเป็น เพื่อการทำงานที่ราบรื่น แต่ก็พร้อมทบทวนและปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
          โดยการ work from home จะสำเร็จได้นั้นจำเป็นต้องสื่อสารอย่างเปิดเผยและสม่ำเสมอ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับผลกระทบที่แท้จริงของวิกฤตการณ์ที่มีต่อธุรกิจ และทำให้เป็นเรื่องปกติ หากฝ่ายบุคคลละเลยในข้อนี้ พนักงานจะหันไปใช้เครือข่ายข้อมูลแบบสาธารณะ เช่น พวกเว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดีย  ต่าง ๆ
          ขณะที่รองประธานของการ์ตเนอร์ "อารอน แม็กอีแวน" ระบุว่า การทำงานจากที่บ้านจะสำเร็จหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณไว้ใจให้พนักงานทำงานตามความรับผิดชอบด้วยตนเองมากแค่ไหนแม้จะไม่พบหน้ากัน ฉะนั้น หัวหน้างานทั้งหลายจึงควรมุ่งไปที่ผลลัพธ์ของงาน โดยกำหนดความคาดหวังที่ชัดเจนกับพนักงานและสร้างปฏิสัมพันธ์ที่เกื้อหนุนระหว่างกัน ของพนักงานอื่น ๆ
          ในด้านเทคโนโลยีนั้น จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารฝ่ายบุคคล 54% ระบุว่า เทคโนโลยีและ/หรือโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ดีนั้นเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการทำงานจากที่บ้าน ซึ่งหากองค์กรใดประสบปัญหานี้ ผู้บริหารควรแนะนำแนวทางการใช้ประโยชน์จากอีเมล์ การส่งข้อความด่วนและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียภายในอย่างมีประสิทธิภาพให้กับพนักงาน เพื่อผลักดันการใช้งานให้ดีขึ้น และเป็นไปในรูปแบบที่สอดคล้องกัน มากขึ้น
          ทั้งยังย้ำว่า ควรใช้โอกาสนี้สร้างกรณีศึกษาทางธุรกิจสำหรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีและนโยบายที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้น สำหรับการทำงานจากที่บ้านหรือการทำงานที่มีความยืดหยุ่น
          เพราะข้อมูลจากงานวิจัยของ การ์ตเนอร์ พบว่า ภายในปี 2573 ความต้องการทำงานจากที่บ้านจะเพิ่มขึ้น 30% เนื่องจากกลุ่มคน generation Z กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานอย่างเต็มตัว
          64% ของคนทำงานในปัจจุบัน ระบุว่า สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ โดย 71% ขององค์กรทั่วโลกมีนโยบายการทำงานจากที่บ้านเป็นเรื่องปกติ
          แต่ 93% ขององค์กรกลับมอบให้ผู้บริหารเป็นคนตัดสินใจ ว่า ใครสามารถและไม่สามารถทำงานจากที่บ้านได้ ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดความเชื่อมั่น โดยมีผู้บริหาร 56% เท่านั้นที่อนุญาตให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน แม้ว่านโยบายจะเอื้อให้แล้วก็ตาม
          "ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องหวนกลับมาทบทวนนโยบายการทำงานนอกสถานที่ และปรับใช้รูปแบบการทำงานใหม่ ๆ นี้ให้เหมือนการทำงานในสถานการณ์ปกติ"