ดีเดย์ใช้วันนี้-พรก.ฉุกเฉินจากเบาไปหนัก

ตั้งศอฉ.โควิด-ให้ดาบตู่ทหาร-ตร.-ภาคธุรกิจร่วมช่วยคนตกงาน-เดือน5พันให้กู้ไม่ต้องมีหลักทรัพย์แรงงานต่างด้าวอยู่ต่อได้
          ครม.งัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินคุมระบาดโรคโควิด-19 เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.เป็นต้นไป บิ๊กตู่ผุด'ศอฉ.โควิด' บริหารเอง เล็งคุมไม่ให้ประชาชนเคลื่อนย้าย ที่อยู่ หวั่นเชื้อลามทั้งประเทศ ดึงปลัดสาธารณสุขดูแลด้านการแพทย์ การป้องกันรักษา และปลัดพาณิชย์คุมด้านกักตุนสินค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา รัฐบาลออกมาตรการแจก 5 พันต่อเดือนตั้งแต่เม.ย.-มิ.ย.ให้กลุ่มคนที่ไม่มีประกันสังคม กู้ออมสิน-ธ.ก.ส.ได้คนละหมื่นโดยไม่ต้องมีหลักประกัน แรงงานต่างด้าวอยู่ต่อได้หมดกำหนดเวลา ขณะเดียวกันก็ให้นายจ้างไม่ต้องส่งเงินสมทบ-เงินหักให้ประกันสังคมนาน 3 เดือน
          ศูนย์แถลงโควิด-ย้ายมาทำเนียบ
          เมื่อวันที่ 24 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทางไกลผ่านจอภาพ หรือระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ก่อนการประชุม ผู้สื่อข่าวถามว่า วันนี้จะพิจารณาประกาศ ใช้พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือให้อำนาจทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน นายกฯ กล่าวว่า รอก่อนใจเย็นๆ รอประชุมก่อน เมื่อถามว่าวันนี้จะเป็นวันแรกในการรวมศูนย์แถลงข่าวจากกระทรวงสาธารณ สุขและกระทรวงต่างๆ นายกฯ กล่าวว่า ใช่
          ด้านนายประทีป กีรติเลขา รองเลขาธิการนายกฯ ในฐานะเลขานุการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การแถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์โรคโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุข จะย้ายมาแถลงข่าวร่วมกันที่ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำเนียบฯ เพียงแห่งเดียว โดยจะแถลงวันละ 2 รอบ คือในเวลา 10.00 น. และ 14.00 น. ของทุกวัน
          ออกมาตรการช่วยคนตกงาน
          ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุมครม.ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบหลายมาตรการด้วยกัน ซึ่งกระทรวงการคลังจะชี้แจงมาตรการระยะที่ 2 เน้นที่ภาคประชาชน ซึ่งทุกคนจะมีเงินใช้จ่ายในช่วงนี้ แต่ขอร้องให้ใช้เงินอย่างประหยัด พอเพียงเพื่อดำรงชีพอยู่ได้ ซึ่งรัฐบาลจะดูแลเป็นระยะเวลาหนึ่งจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งมาตรการจะออกเป็นระยะๆ อาจจะ 2 เดือนบ้าง 3 เดือนบ้าง แต่มาตรการเหล่านี้จะทยอยออกมาเป็นลำดับ
          นายกฯ กล่าวว่า จากสถานการณ์ที่กระทรวงสาธารณสุขชี้แจงเพิ่มมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 3 ราย เป็นผู้ที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งมีการรักษาพยาบาลมานานพอสมควร สาเหตุนั้นกระทรวงสาธารณสุขจะชี้แจงในรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรการดูแลด้วย ถึงแม้จะมีโรคอย่างอื่น แม้บางคนโรคโควิด-19 จะหายไปแล้ว และมีโรคประจำตัวอยู่ คณะแพทย์คงจะมีการแถลงรายละเอียดให้ทราบอีกครั้ง
          "สิ่งสำคัญ มาตรการที่ออกไปแล้วในระยะที่ 2 มาตรการเหล่านี้จำเป็นต้องปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ รัฐบาลจำเป็นต้องหาเงินให้เพียงพอ วันนี้กำลังเตรียมหามาตรการซึ่งอาจจะต้องใช้เงินกู้บ้างในการเพิ่มเติมงบประมาณเหล่านี้ เพราะงบประมาณของปี 2563 ค่อนข้างจำกัดอยู่ ขณะนี้งบกลางก็ใช้จ่ายไปพอสมควร เหลือจำนวนน้อยมาก เราจึงจำเป็นต้องหามาตรการในการหาเงินเข้าสู่ระบบให้มากยิ่งขึ้นจึงจำเป็นที่ต้องจัดทำ พ.ร.ก.ฉบับต่างๆ การกู้เงินต่างๆ ของกระทรวงการคลังในระยะนี้เพื่อเตรียมเข้าสู่ระยะที่ 3 และ 4 ต่อไป เราจึงจำเป็นต้องดูแลประชาชนให้มากที่สุด ทั้งสถานประกอบการ เพื่อลดการเลิกจ้างพนักงาน" นายกฯ กล่าว
          งัดพ.ร.ก.ฉุกเฉินใช้ตั้งแต่26มี.ค.
          นายกฯ กล่าวว่า อะไรที่ดำเนินการต่อไปได้ เราจะมีมาตรการต่างๆ รองรับผู้ประกอบการต่างๆ ให้มีเงินเพื่อเกิดสภาพคล่อง เราจะมีมาตรการการเงินการคลังทางภาษีต่างๆ ออกมา ในส่วนของธนาคารรัฐจะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกให้ซึ่งรายละเอียดกระทรวงการคลังจะเป็นผู้ชี้แจง
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงมาตรการเพิ่มเติมรับมือโควิด-19 ว่า สิ่งที่รัฐบาลพิจารณามาตลอด คือเรื่องการประกาศ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 วันนี้จะนำพ.ร.ก.ดังกล่าวมาประกาศ โดยจะประกาศใช้ในวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งวันนี้ได้หารือมาตรการที่จำเป็นแล้ว สิ่งสำคัญคือการจัดระเบียบเรื่องการทำงาน ยกระดับเป็นศูนย์ฉุกเฉินในการแก้ปัญหาโควิด-19 หรือเรียกง่ายๆ ว่า ศอฉ.โควิด-19 ซึ่งข้างล่างจะมีคณะทำงานสอดประสานกัน โดยมีปลัดกระทรวงของแต่ละภารกิจเป็นหัวหน้าส่วนงานรับผิดชอบ เพื่อติดตามมาตรการที่ประกาศไว้เดิม อาจจะต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรก็ว่ากันไป ทั้งนี้ จะเสนอมาตรการเพิ่มเติมมาที่ ศอฉ. โควิด-19 โดยตนเป็นผู้อนุมัติ เพราะอำนาจทางกฎหมาย 38 ฉบับของทุกกระทรวงมาอยู่ที่นายกฯ หมด เป็นการบูรณาการอย่างแท้จริงในการบริหารงานตรงนี้ การทำงานตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 26 มี.ค. เวลา 09.30 น. จะประชุมโดยนำหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมดมาเสนอรายงานสถานการณ์ให้ทราบ ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะประกาศเป็นข้อกำหนดเพิ่มเติม
          เดินทางกลับบ้านเจอกฎเข้มข้น
          นายกฯ กล่าวว่า ส่วนข้อกำหนด ตนกราบเรียนว่าเมื่อประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว สิ่งสำคัญคือจัดตั้งคณะทำงาน ผู้รับผิดชอบภายในศูนย์ว่าจะทำงานกันอย่างไร ประเด็นสำคัญคือข้อกำหนดนั้นสามารถออกได้ตลอดเวลา ทุกวัน ดังนั้น ระยะที่ 1 ที่จะประกาศ คือการทำอย่างไรที่จะลดการแพร่ระบาดในพื้นที่ต่างๆ อาจขอความร่วมมือหรือบังคับบ้าง แต่ในส่วนจะปิดจะเปิดอะไรต่างๆ จะเป็นมาตรการในระยะต่อไป อาจจะเข้มข้นขึ้น อยู่ที่ความร่วมมือของประชาชน ตนไม่อยากให้ใครเดือดร้อน แต่สถานการณ์มีความจำเป็นเพื่อสุขภาพประชาชนโดยรวม
          "รัฐบาลมีความมุ่งมั่นเต็มที่ที่จะดูแลสุขภาพประชาชนให้ได้มากที่สุด ขอความร่วมมือในประเด็นต่างๆ ที่ออกไปแล้ว โดยเฉพาะการขอความร่วมมือ อย่าเพิ่งเดินทางกลับภูมิลำเนา หากจะกลับจะต้องเจอมาตรการต่างๆ การคัดกรอง การตรวจสอบระหว่างทางมาก ซึ่งจะแบร์ริเออร์สำคัญในการป้องกันเวลานี้ เช่นเดียวกับที่เราทำมาตลอดกับคนที่เดินทางจากต่างประเทศ จะต้องกักตัวที่บ้าน หรือในพื้นที่ หากจำเป็นจะต้องกักตัวในสถานที่ของรัฐเพิ่มเติม เมื่อพบผู้ติดเชื้อมากขึ้น จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องหามาตรการอื่นรองรับ ไม่ว่า โรงพยาบาลสนาม พื้นที่กักตัวขนาดใหญ่เป็นร้อยเป็นพัน ในเรื่องเวชภัณฑ์ต่างๆ ต้องจัดหาให้เพียงพอ"นายกฯ กล่าว
          เตือนระวังใช้โซเชี่ยลบิดเบือน
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้แม้จะมีการช่วยเหลือจากต่างประเทศเข้ามา แต่ยังไม่เพียงพอกับสิ่งที่เราต้องการในขณะนี้ จึงต้องจัดซื้อจัดหาเพิ่มเติม และจะซื้อจากที่ไหนในเมื่อทุกประเทศมีความต้องการสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาก อันนี้จะเป็นการหารือในแต่ละวันในศอฉ. ขอให้ทุกคนอย่าตื่นตระหนก วันนี้ถ้าตื่นตระหนกมันก็คือปัญหา ขอให้ฟังรัฐบาลในการให้ข่าวข้อมูล ซึ่งจะให้ข้อมูลทั้งวันในสื่อโซเชี่ยลต่างๆ ตั้งแต่เช้าถึงเย็น จะมีศูนย์บัญชาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสาธารณสุข คมนาคม ต่างประเทศ ซึ่งจะแถลงทั้งวัน จะมีช่องทางให้ทุกคนสอบถาม และทางศอฉ. จะสรุปประเด็นสำคัญแต่ละวันให้ประชาชนทราบด้วย ขอให้รับฟังช่องทางรัฐบาลเป็นหลัก
          พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญคือหลังประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินแล้ว ขอให้ทุกคนระวังการใช้สื่อโซเชี่ยล การให้ข่าวสารบิดเบือน เดิมใช้กฎหมายปกติอยู่ แต่จากนี้จะแต่งตั้งเจ้าพนักงาน พลเรือน ตำรวจ ทหาร จัดตั้งด้านตรวจ จุดสกัด เตรียมพร้อมช่วยเหลือส่วนต่างๆ ในการทำงาน จะมีการปรับมาตรการที่เข้มงวดขึ้น ถ้ายังไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ก็จำเป็นต้องปิดล็อกต่างๆ ทั้งหมด ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนแล้วกัน
          ห้ามกักตุนสินค้า-ฉวยขึ้นราคา
          นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาออกมาในวันนี้ ทั้งคนในระบบประกันตนและนอกระบบประกันตน เราทำถึงประชาชนทุกกลุ่ม ขอให้เข้าใจและฝากสื่อด้วย ผู้ที่ใช้โซเชี่ยลในการบิดเบือนต่างๆ จะต้องได้รับการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งทุกคนมีอำนาจในทางคดีอาญาด้วย สามารถจับกุมดำเนินคดีได้ ไม่ว่าจะกักตุนสินค้าหรืออะไรต่างๆ ก็แล้วแต่ รวมถึงการขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สิ่งเหล่านี้จะมีความเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ จึงขอเตือนไว้ด้วย ตนเข้าใจว่าประชาชนทุกคนรักประเทศเหมือนกัน แต่ต้องรักในวิธีการที่ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายและขอให้เชื่อมั่นในการทำงานของรัฐบาล อันนี้เป็นสิ่งที่ตนจะขอร้อง
          เมื่อถามว่าพ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีระยะประกาศใช้ถึงเมื่อไร นายกฯ กล่าวว่า เดือนหนึ่ง
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายกฯ ให้สัมภาษณ์เสร็จได้เดินออกจากตึกบัญชาการ 1 เพื่อไปยังห้องทำงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ซึ่งระหว่างนั้นผู้สื่อข่าวถามว่ามีการประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้วสบายใจขึ้นหรือไม่ นายกฯ ไม่ตอบ และทำมือให้ฟังการแถลงข่าว พร้อมชูกำปั้นสองข้างขึ้นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่า สู้
          รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล แจ้งว่า สาเหตุที่รัฐบาลจะประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินในวันที่ 26 มี.ค.นั้น เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบได้มีเวลาเตรียมตัว
          ดึงปลัดสธ.-ปลัดพณ.นั่งหัวโต๊ะ
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศการประชุมครม.ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ นัดแรก โดยหลังจากที่ประชุมครม.มีการหารือและมีมติในวาระต่างๆ เสร็จสิ้นแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ขอมติครม.ว่าจะขอประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยนายกฯระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์ในประเทศจำเป็นต้องใช้ เพื่อให้การทำงานของหน่วยงานราชการและรัฐบาลง่ายขึ้น และเพื่อให้ตนมีอำนาจสั่งการ
          จากนั้น นายกฯ ได้ให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ อธิบายถึงรายละเอียดของพ.ร.ก. ฉุกเฉินว่าเป็นอย่างไรให้ครม.รับทราบ โดยนายวิษณุกล่าวว่า เราไม่ได้ปิดประเทศ ไม่ได้ปิดเมือง และการตั้งศอฉ.ให้ปลัดแต่ละกระทรวงเข้ามาร่วมทำหน้าที่ เช่น ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ดูแลเรื่องระบบสาธารณสุข และผู้ป่วยโควิด-19 ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ดูเรื่องการค้า การกักตุนสินค้า เป็นต้น
          ทั้งนี้ นายกฯ กล่าวในที่ประชุมครม.อีกว่า การประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ห้ามเดินทางไปต่างจังหวัด แค่ขอความร่วมมือประชาชน ตอนนี้แค่เริ่มต้น เพื่อให้นายกฯ เข้ามามีอำนาจเต็มที่จะออกประกาศต่างๆ หากสถานการณ์ไม่ปกติกว่านี้ จากนั้น นายกฯ ถามความเห็นครม.ว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งไม่มีรัฐมนตรีไม่เห็นด้วย ทุกคนเห็นด้วยทั้งหมด
          ทั้งนี้ การตั้งศอฉ.จะให้นายวิษณุ ไปดูในรายละเอียด โดยหลังจากนี้อาจจะมีการประกาศฉบับที่ 2,3,4,5 ตามมา เบื้องต้นจะดูสถานการณ์เป็นหลักและประชุมศอฉ.ทุกวัน
          เยียวยาลูกจ้างนอกประกันสังคม
          นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง นายลวรณ แสงสนิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ร่วมกันเปิดเผยถึงมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) อันเนื่องจากการแพร่ระบาดขยายวงกว้างขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งมาตรการการควบคุมการแพร่ระบาด การสั่งปิด สถานที่เป็นการชั่วคราว เช่น ห้างสรรพสินค้า การระงับการให้บริการของสถานบริการต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล และในอีกหลายพื้นที่ การงดกิจกรรม อาทิ การแข่งขันกีฬา งานบันเทิง งานอบรมสัมมนา การแสดงสินค้า เป็นต้น ซึ่งส่งผลกับการดำเนินชีวิตของประชาชน
          คณะรัฐมนตรีมีมติ เห็นชอบ เรื่อง มาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (COVID-19) ต่อเศรษฐกิจไทยทั้งทางตรงและทางอ้อม ระยะที่ 2 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีรายละเอียดดังนี้
          1. มาตรการดูแลและเยียวยา "แรงงานลูกจ้าง ลูกจ้างชั่วคราว อาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม" ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID -19) ประกอบด้วย 8 มาตรการ ดังนี้
          ให้เดือนละ5พันเริ่มตั้งแต่เม.ย.-มิย.
          1.1 มาตรการชดเชยรายได้แก่แรงงานลูกจ้างลูกจ้างชั่วคราวอาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในระบบ ประกันสังคมหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) เพื่อช่วยเหลือเยียวยา ให้กับกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวที่ได้รับผลกระทบจากการหยุดประกอบกิจการของสถานประกอบการที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19) ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีคนแออัด เบียดเสียด ง่ายต่อการแพร่เชื้อ เช่น สนามมวย สนาม กีฬา ผับ สถานบันเทิง โรงมหรสพ นวดแผนโบราณ สปา ฟิตเนส สถานบริการอื่นๆ เป็นต้น หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ
          ทั้งนี้ ไม่รวมผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่มีคุณสมบัติครบตามเงื่อนไขการได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม ไม่รวมข้าราชการและข้าราชการบำนาญ และไม่รวมเกษตรกร (กลุ่มเกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออื่นๆ จากรัฐบาลอยู่แล้ว) ทั้งนี้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) จะเป็นผู้รับลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการ เป้าหมายรวมทั้งสิ้น 3 ล้านคน โดยการสนับสนุนเงินช่วยเหลือรายละ 5,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย. 2563) ผ่านการลงทะเบียนแสดงความจำนงตรวจสอบคุณสมบัติและการโอนเงินผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น พร้อมเพย์ตามเลขบัตรประจำตัวประชาชน โอนเข้าบัญชีธนาคาร กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น ส่วนวิธีการขอรับความช่วยเหลือจะเป็นไปตามแนวทางที่กระทรวงการคลังกำหนด
          ให้กู้ 1 หมื่น-ไม่ต้องมีหลักประกัน
          1.2 โครงการสินเชื่อฉุกเฉิน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส COVID-19 โดยไม่จำเป็นต้องมีหลักประกัน โดยธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 40,000 ล้านบาท (ธนาคารออมสิน 20,000 ล้านบาท และ ธ.ก.ส. 20,000 ล้านบาท) วงเงินต่อรายไม่เกิน 10,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.10 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ ไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนรับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธ.ค.
          1.3 โครงการสินเชื่อพิเศษเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวในการดำรงชีวิตแก่ประชาชน ที่มีรายได้ประจำ โดยมีหลักประกัน โดยธนาคารออมสินสนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 20,000 ล้านบาท วงเงินต่อรายไม่เกิน 50,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกินร้อยละ 0.35 ต่อเดือน ระยะเวลากู้ไม่เกิน 3 ปี รับคำขอสินเชื่อถึงวันที่ 30 ธ.ค. 2563
          1.4 โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับสำนักงานธนานุเคราะห์เพื่อช่วยเหลือประชาชน ฐานรากที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมจากการระบาดของไวรัส COVID-19 เพื่อช่วยเหลือประชาชน ฐานรากที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส COVID-19 โดยธนาคารออมสินสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในนามของสำนักงานธนา นุเคราะห์ (สธค.) โดยคิดดอกเบี้ยในอัตรา ร้อยละ 0.10 ต่อปี และ สธค. คิดดอกเบี้ย จากประชาชนในอัตราไม่เกินร้อยละ 0.125 ต่อเดือน ระยะเวลา 2 ปี
          เลื่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
          1.5 มาตรการเสริมความรู้ พิจารณาดำเนินการจัดฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ เสริมอาชีพ เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 หรือผู้ที่สนใจ พร้อมทั้งจัดทำกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility : CSR)
          1.6 มาตรการเลื่อนเวลาการชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยเลื่อนเวลาการชำระภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 เป็นสิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2563 เพื่อบรรเทาภาระให้แก่ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดามีสภาพคล่องเพิ่มขึ้น
          1.7 มาตรการเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนค่าเบี้ยประกันสุขภาพ โดยเพิ่มวงเงินหักลดหย่อน ค่าเบี้ยประกันสุขภาพจากเดิมตามจ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท เป็นไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับการหัก ลดหย่อนค่าเบี้ยประกันชีวิตและเงินฝากประเภทสงเคราะห์ชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท ทั้งนี้ ตั้งแต่ปีภาษี 2563 เป็นต้นไป เพื่อให้ประชาชนมีหลักประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นและมีภาระค่าใช้จ่าย ในการดูแลสุขภาพลดลง และรัฐสามารถนำรายจ่ายด้านสาธารณสุขที่ลดลงจากการ ทำประกันสุขภาพของประชาชนไปช่วยเหลือประชาชนกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทั้งในด้านสาธารณสุขและด้านอื่นๆ ได้มากขึ้น
          1.8 มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาสำหรับค่าตอบแทนในการเสี่ยงภัยของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ (1) ค่าตอบแทนเสี่ยงภัยในการเฝ้าระวัง สอบสวน ป้องกัน ควบคุม และรักษาผู้ป่วยจากโรค COVID-19 (2) ค่าตอบแทนบุคคลที่มิใช่ข้าราชการหรือข้าราชการ ที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการให้ คำปรึกษาด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อรับมือกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ได้รับแต่งตั้งจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับในปีภาษี 2563 เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ไม่มีภาระภาษีสำหรับค่าตอบแทนพิเศษ จากการปฏิบัติงานดังกล่าวและมีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น
          ผ่อนปรนแรงงานต่างด้าวอยู่ต่อ
          เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 มีนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงถึงมาตรการช่วยเหลือแรงงาน ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ 4 เรื่องคือ ผ่อนปรนการดำเนินการตามมติครม.เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2562 เกี่ยวกับการแรงงานต่างด้าว สัญชาติกัมพูชา ลาว เมียนมา โดยเป็นการผ่อนปรนแนวทางบริหารจัดการการทำงานของแรงงานต่างด้าวในปี 2562-2563 ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-วันที่ 30 มิ.ย.2563 โดยให้คนต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมา ซึ่งนายจ้างหรือผู้ได้รับอนุญาตให้นำคนต่างด้าวมาทำงาน จะต้องยื่นบัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวกับเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงแรงงาน หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ ภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ และไม่สามารถดำเนินการขอตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไปเพื่อการทำงานได้ทันภายในกำหนดเวลา ให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวได้ จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2563 และให้ยกเว้นค่าเปรียบเทียบปรับการอยู่เกินกำหนด โดยยกเว้นการปฏิบัติตามคำสั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ 1/2558 เรื่อง การไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวบางจำพวกเข้ามาในราชอาณาจักร
          ขณะที่กระทรวงแรงงานผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวที่การอนุญาตทำงานสิ้นสุดสามารถทำงานไปพลางก่อนได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.นี้ และใช้บัญชีรายชื่อความต้องการจ้างแรงงานต่างด้าวที่กรมการจัดหางานออกให้และใบอนุญาตทำงานฉบับเดิมไปพลางก่อนได้ โดยไม่ต้องมีใบอนุญาตทำงานตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าวจนกว่าจะไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน หลังสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินการ ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงดำเนินการตรวจสอบปราบปราม จับกุมดำเนินคดีนายจ้าง แรงงานผิดกฎหมายที่ลักลอบทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
          เลื่อนส่งสมทบประกันสังคม3งวด
          2.ครม.รับทราบร่างประกาศกระทรวงแรงงาน เรื่อง ขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบของนายจ้าง และผู้ประกันตน พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ โดยให้นายจ้างที่ขึ้นทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่งพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ได้รับการขยายกำหนดเวลายื่นแบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบและการนำส่งเงินสมทบตามมาตรา 47 แห่งพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ดังนี้
          ค่าจ้างงวดเดือนมี.ค. 2563 ให้ยื่นแบบรายการแสดงการนำส่งเงินสมทบและนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ก.ค. 2563 ค่าจ้างงวดเดือนเม.ย. 2563 ให้ยื่นแบบรายการแสดงการนำส่งเงินสมทบและนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ส.ค. 2563 ค่าจ้างงวดเดือนพ.ค. 2563 ให้ยื่นแบบรายการแสดงเงินนำส่งเงินสมทบและนำส่งเงินสมทบ ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2563 และให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ได้รับการขยายกำหนดเวลานำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนมาตรา 39 วรรคสาม ดังนี้ เงินสมทบงวดเดือนมี.ค. 2563 ให้นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนภายในวันที่ 15 ก.ค. 2563 เงินสมทบงวดเดือนเม.ย. 2563 ให้นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุน ภายในวันที่ 15 ส.ค. 2563 เงินสมทบงวดเดือนพ.ค.2563 ให้นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุน ภายในวันที่ 15 ก.ย. 2563 ซึ่งเป็นการยื่นเวลาทั้งฝ่ายลูกจ้างและนายจ้างออกไป 3 เดือน นอกจากนั้นครม.เห็นชอบอัตราการส่งเงินสมทบของลูกจ้างเหลือเพียง 1% เป็นเวลา 3 เดือนเช่นกัน
          แก้ไขนิยามรับประโยชน์ทดแทน
          3.ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ มีสาระสำคัญ ดังนี้ ให้ใช้บังคับสำหรับการรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2563-28 ก.พ. 2565 และเพิ่มอัตราเงินทดแทนกรณีว่างงานร้อยละ 70 ของค่าจ้างรายวัน สำหรับการว่างงานเพราะเหตุถูกเลิกจ้างโดยให้ได้รับครั้งละไม่เกิน 200 วัน รวมทั้งเพิ่มอัตราเงินทดแทนกรณีว่างงานร้อยละ 45 ของค่าจ้างรายวันสำหรับการว่างงาน เพราะเหตุลาออกจากงานหรือเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอน และเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้นโดยให้ได้รับครั้งละไม่เกิน 90 วัน
          4. ครม.เห็นชอบร่างกฎกระทรวงการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย พ.ศ. ... ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 2563 ถึงวันที่ 31 ส.ค. 2563 โดยแก้ไข คำนิยาม "เหตุสุดวิสัย" หมายความว่า อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ธรณีพิบัติภัย หรือภัยอันเกิดจากโรคที่แพร่หรือระบาดในมนุษย์ซึ่งเป็นโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ ซึ่งรวมถึงโควิด-19 ตลอดจนภัยอื่นไม่ว่าเกิดจากธรรมชาติหรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชนและถึงขนาดผู้ประกันตนไม่สามารถทำงานได้ หรือนายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ โดยให้ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามมาตรา 79/1 มีสิทธิได้รับเงินทดแทนในกรณีว่างงานในอัตราเต็มจำนวนของค่าจ้างรายวัน ตลอดระยะเวลาที่ผู้ประกันตนไม่ได้ทำงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัยที่นายจ้างรับรอง หรือนายจ้างไม่ให้ทำงานเนื่องจากมีเหตุสุดวิสัย ทำให้ไม่สามารถประกอบกิจการได้ตามปกติ แต่ไม่เกิน 180 วัน ส่วนกรณีหน่วยงานภาครัฐมีคำสั่งให้นายจ้างหยุดประกอบกิจการ เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรค ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนที่ไม่ได้รับค่าจ้างมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานตามมาตรา 79/1 ในอัตราเต็มจำนวนของค่าจ้างรายวัน โดยให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่นายจ้างหยุดประกอบกิจการตามคำสั่ง ไม่เกิน 60 วัน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการชดเชยกำลังซื้อที่ลดลงจากการไม่ได้รับค่าจ้างระหว่างการหยุดการประกอบกิจการ
          คุมการดินทางข้ามจังหวัด
          สำหรับมาตรการเบื้องต้นที่พูดคุยกันใน ครม. หลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อาทิ การไม่เข้าพื้นที่เสี่ยง (ประกาศ กทม.), การไม่ข้ามเขตจังหวัด (คำแนะนำ), การปิดสถานที่เสี่ยง (กทม.+ทั่วประเทศให้พิจารณา), การปิดช่องทางเข้าประเทศ (คนไทย), ชาวต่างชาติออกนอกประเทศได้, มาตรการสำหรับบุคคลบางประเภท (ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็ก), ห้ามกักตุนสินค้า, ให้เปิดทำการ, การเตรียมพร้อม(สถานที่ แพทย์),กิจกรรมอื่น, การห้ามชุมนุม, การเสนอข่าว, การดูแลความเรียบร้อย,มาตรการป้องกันโรค.
          "สรุปคือ ยังไม่ปิดประเทศ คนไทยเข้ามา และยังไม่ปิดจังหวัด ยังกลับบ้านแต่มีความเข้มงวด ยังไม่ปิดบ้าน เพราะมีผลกระทบมาก"
          ในส่วนของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นั้น จะมี พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธาน มีนายประทีป กีรติเลขา รองเลขา ธิการนายกฯฝ่ายการเมือง เป็นเลขานุการศูนย์ โดยมีสำนักเลขาธิการศูนย์ มีคณะที่ปรึกษาด้านการแพทย์ และคณะที่ปรึกษาด้านธุรกิจ เป็นองค์ประกอบ
          ตั้งศูนย์คุมโซเชี่ยล-ดึงทหารร่วม
          สำหรับภายใต้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 จะมี 1.ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อ โควิด-19
          โดยกระทรวงสาธารณสุขดูแล, 2.ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการป้องกันและช่วยเหลือประชาชน โดยกระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม พลเรือน ตำรวจ ทหาร ดูแล, 3.ศูนย์ปฏิบัติการด้านสื่อสังคมออนไลน์ โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมดูแล, 4.ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อโควิด-19 มีสำนักนายกรัฐมนตรีดูแล, 5.ศูนย์ปฏิบัติการมาตรการเดินทางเข้าออกประเทศ และการดูแลคนไทยในต่างประเทศ มีกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย และ สตม.ดูแล, 6.ศูนย์กระจายหน้ากากและเวชภัณฑ์สำหรับประชา ชน มีกระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงสาธารณสุขดูแล, 7.ศูนย์ปฏิบัติการควบคุมสินค้า มีกระทรวงพาณิชย์ดูแล, 8.ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนการปฏิบัติของทหาร-ตำรวจ มีกองบัญชา การกองทัพไทย-ทบ.-ทร.-ทอ.และ ตร.ดูแล