"สื่อสาร"พุ่งสวนกระดาน"เวิร์คฟรอมโฮม"หนุนเน็ตบรอดแบนด์พุ่ง

อาชวินท์ สุกสี
          กรุงเทพธุรกิจ
          การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ "โควิด-19" ลากยาวเกือบ 3 เดือน หลังพบผู้ติดเชื้อครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ของจีนในช่วงปลายปี ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกทะลุ 2 แสนรายแล้ว และเสียชีวิตรวมกว่า 8 พันราย
          ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดในประเทศจีนดีขึ้นตามลำดับ โดยเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) ไม่พบ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ ส่วนภาคธุรกิจสามารถกลับมาเดินเครื่องการผลิตได้ตามปกติ ตรงกันข้ามกับหลายประเทศที่สถานการณ์ยังน่าวิตก โดยเฉพาะยุโรปและสหรัฐฯ ที่จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว
          จนต้องมีการประกาศปิดประเทศปิดเมือง กันนับไม่ถ้วน อย่างสหรัฐประกาศห้ามการเดินทางจากยุโรปเข้าประเทศ ปิดชายแดนระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดา และสั่งระงับให้บริการวีซ่าทั่วโลก นับเป็นยาแรงเพื่อยับยั้งการระบาดของไวรัส
          ส่วนในประเทศไทยยังอยู่ระยะที่ 2 คือ มีการติดเชื้อระหว่างคนสู่คน ติดเชื้อระหว่างคนไทยด้วยกัน แต่ยังไม่กระจายไปทั่วประเทศ แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นว่า ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่กระทรวงสาธารณสุขรายงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่วนใหญ่เป็นการติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน เช่น จากสนามมวย สนามบันเทิง ฯลฯ โดยเมื่อวานนี้ (19 มี.ค.) มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นถึง 60 คน ส่งผล ให้มียอดผู้ป่วยสะสมรวม 272 คน
          ทำให้รัฐบาลต้องประกาศปิดให้บริการสถานบันเทิง ผับ โรงหนัง สปา นวดแผนโบราณ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เป็นการชั่วคราว 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 18-31 มี.ค.นี้ และให้งดการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ สถาบันกวดวิชา เป็นเวลา 2 สัปดาห์เช่นกัน
          ด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศที่เร่งตัวขึ้น อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดกระแสความหวั่นวิตกมากขึ้นไปด้วย เห็นจากการที่ประชาชนแห่ ไปกักตุนสินค้า ข้าวสาร อาหารแห้ง ฯลฯ รวมทั้งซื้อประกันไวรัสโควิด-19 กันอย่างคึกคัก
          ขณะที่ภาคธุรกิจหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน เริ่มให้พนักงานหยุดทำงานที่บ้าน หรือ "Work From Home" กันแล้ว เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยง ในการติดเชื้อ ส่งผลให้ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตบ้าน อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ "อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์" เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากปกติที่จะมีผู้ใช้ บริการหนาแน่นในช่วงเวลากลางคืน แต่ขณะนี้ พบว่ามีปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงกลางวัน
          โดยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้เชิญ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์และ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตมือถือทุกรายในประเทศ มาหารือแนวทางการสนับสนุนนโยบาย "Work from Home" ของรัฐบาล โดยเน้นย้ำผู้ให้บริการทุกรายต้องรักษาคุณภาพการให้บริการให้เป็นปกติตามที่ประชาชนซื้อ แพ็คเกจไว้ มีการบำรุงรักษาระบบ และขอความร่วมมือผู้ให้บริการเตรียมความพร้อมรองรับปริมาณการใช้งานออนไลน์ที่มากขึ้น
          ขณะที่ในฝั่งผู้ให้บริการเร่งออกโปรโมชั่น ออกแพ็กเกจกันคึกคัก อย่าง "เอไอเอสไฟเบอร์" ของค่ายเอไอเอส ออกแพ็กเกจสำหรับลูกค้าบุคคลทั่วไปเริ่มต้นเพียง 99 บาทต่อเดือน และยังมีอีกหลายแพ็คเกจสำหรับลูกค้าองค์กร ทีเด็ดอยู่ที่การจับมือกับ "ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย" มอบฟรีไลเซ่นส์ Microsoft Office 365 ให้กับบริษัทที่จดทะเบียนในนามนิติบุคคล ทุกราย ทุกเครือข่าย
          ส่วนค่ายเจ้าตลาด "ทรูออนไลน์" ที่ปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการมากที่สุดในประเทศ 3.8 ล้านราย ณ สิ้นปี 2562 ออกมาหลาย แพ็คเกจเช่นกัน ชูจุดเด่นเหนือคู่แข่งด้วยการแถมพ่วงบริการที่หลากหลาย ทั้งดูทีวี โทรศัพท์ พร้อมบริการเสริม VDO Conference  ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถประชุมได้เหมือนอยู่ที่ออฟฟิศ รองรับ การคุยพร้อมกันได้สูงสุดถึง 1,000 สาย ทั้ง ในประเทศและระหว่างประเทศ
          ด้าน "ทริปเปิลที บรอดแบนด์" หรือ 3BB ของบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS มีการออก แพ็คเกจใหม่ที่ความเร็วระดับ 1 กิกะบิต ภายใต้ชื่อ "3BB GIGA Fiber" ซึ่งจะช่วยให้การใช้งานอินเทอร์เน็ตมีความเสถียรแน่นอนยิ่งขึ้น
          ปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ที่เพิ่มสูงขึ้นจากกระแส "Work from Home" กลายเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสื่อสารบวกสวนตลาดขึ้นมาในช่วงนี้ นำโดย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC วานนี้ (19 มี.ค.) ปิด 190 บาท เพิ่มขึ้น 10 บาท หรือ 5.56%, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ปิด 3.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.32 บาท หรือ 11.51% และ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS ปิด 4.12 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 0.49%
          ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ได้รับจิตวิทยาบวกได้ด้วย แม้ยังไม่มีบริการโดยตรง แต่เจ็บมือเป็นพันธมิตรกับกลุ่ม "3BB" ราคาหุ้นปิด 35 บาท บวก 4 บาท หรือ 12.90% ถือว่าหุ้นสื่อสารชั่วโมงนี้พอมีข่าวดีเข้ามาช่วยขับเคลื่อนราคาหุ้นได้บ้างท่ามกลางภาวะตลาดขาลงเช่นนี้