เปิดแอพตามติดกลุ่มเสี่ยงโควิด-19

กัญณัฏฐ์ บุตรดี
          Kanyanat25@gmail.com
          ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้ ทำให้บางประเทศได้ประกาศปิดประเทศไปบ้างแล้ว และต่างหามาตรการมารองรับปัญหา
          ทั้งนี้ ประเทศไทยตามนโยบายของรัฐบาล ได้เร่งให้แต่ละหน่วยงานช่วยหาแนวทาง วิธีป้องกันปัญหา โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส)  ร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. รวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ราย ประกอบด้วย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอทีจำกัด  (มหาชน) บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด และ บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด นำแอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วยติดตามผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทยทั้งคนไทยและต่างชาติ
          "นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์" รัฐมนตรีกระทรวงดีอีเอส เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้นำแอพพลิเคชั่น "AOT Airports" ของทอท. มาใช้เก็บข้อมูลเพื่อติดตามนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าสู่ประเทศไทย รวมถึงคนไทยที่เดินทางกลับ จากประเทศกลุ่มเสี่ยง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข
          โดยผู้โดยสารที่เป็นลูกค้าของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เปิดโรมมิ่งไว้แล้ว สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ทันที ส่วนนักท่องเที่ยวที่ไม่ได้โรมมิ่ง สามารถซื้อซิมการ์ดจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่วางจำหน่ายบริเวณจุดวัดอุณหภูมิในราคา 49 บาท (ใช้ได้ 14 วัน) จากนั้นผู้เดินทาง เข้ามาจะต้องกรอกข้อมูลส่วนบุคคล  ลงในแอพพลิเคชั่น โดยด่านตรวจคนเข้าเมืองจะตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลว่าครบถ้วนหรือไม่ ก่อนอนุญาตให้ผ่านด่านตรวจฯ
          สำหรับข้อมูลที่กรอกมาทั้งหมดจะถูกเก็บรวบรวมไว้ที่ "กรมควบคุมโรค" เพื่อใช้ในการติดตามและสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 หากพบว่าติดเชื้อภายหลังผ่านเข้าประเทศแล้ว กรมควบคุมโรคจะแจ้งให้ กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ก่อนติดตามพิกัดที่อยู่และผู้ที่เดินทางร่วมกันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
          "ยืนยันว่า ข้อมูลจะถูกลบออกจากระบบภายใน 14 วัน ซึ่งทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือ เพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม เชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ลดความตระหนกให้กับประชาชนท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ขณะนี้"
          สำหรับกรณีที่รัฐบาลยกเลิกศูนย์กักกันเพื่อควบคุมโรค และผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต้องกลับไปกักตัวที่บ้านหรือภูมิลำเนานั้น สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลหรือดีป้า ร่วมกับ "อาร์ติคูลัส" สตาร์ทอัพไทยพัฒนา แอพพลิเคชั่น "SydeKick for ThaiFight COVID" เพื่อเป็นทางเลือกในการติดตามและเฝ้าระวังผู้ที่ต้องกลับไปกักตัวที่ภูมิลำเนา โดยมีคิวอาร์โค้ดให้ดาวน์โหลด ซึ่งจะมีการทำงานควบคู่กับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดที่จะคอย ดูแลอย่างใกล้ชิด
          และล่าสุด...สำนักงานพัฒนาวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับดีป้า กรมควบคุมโรค สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (ดีจีเอ) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   และสมาคมการค้า เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (TTSA) พัฒนาแอพพลิเคชั่น  " DDC-Care " ขึ้น เพื่อให้กรมควบคุมโรคและ ตม. ใช้เป็นระบบติดตามและประเมินผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการติดโรคโควิด-19 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้งานที่ด่านตม.ทั้งท่าอากาศยาน ท่าเรือ ด่านพรมแดนทางบก  กว่า 50 แห่งได้ภายใน 16 มี.ค. นี้
          โดยแอพพลิเคชั่น "DDC-Care"  จะเป็นระบบที่ให้ผู้ที่เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงทุกคนดาวน์โหลดผ่าน QR code ที่หน้าด่าน ตม. เพื่อติดตามและประเมินสุขภาพเมื่อต้องกักตัวเองภายในที่อยู่อาศัยเป็นเวลา 14 วัน ซึ่งกรมควบคุมโรคจะประเมินความเสี่ยงจากข้อมูลสุขภาพที่ได้จากระบบ เพื่อให้คำแนะนำและช่วยเหลือได้ทันท่วงทีเมื่อมีอาการ นอกจากนี้ยังสามารถติดตามหรือแทรกกิ้งการเดินทางของกลุ่มเสี่ยงเพื่อใช้ประเมินพื้นที่เสี่ยงต่อไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทั้งนี้ระบบดังกล่าวจะมีระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเข้มงวด
          จากความร่วมมือของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาเทคโนโลยีมาช่วยรับมือ  ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นที่มีประโยชน์มากมาย แต่ทั้งหมดนี้ก็ยังไม่สำคัญเท่ากับความร่วมมือของคนไทยทุกคนที่จะต้องตระหนักและมีความรับผิดชอบต่อสังคม
          เชื่อว่า...ประเทศไทยจะผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ในอีกไม่นาน.