5G-กม.คุ้มครองข้อมูล ดันตลาด "คลาวด์"โตไม่หยุด

การหันมาใช้ "คลาวด์" ขององค์กร ต่าง ๆ ในไทย ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง สิ่งหนึ่งที่ช่วยยืนยันได้ อย่างดี คือ รายได้ในประเทศไทยของ "เน็ตแอพ" ผู้ให้บริการ data management บนมัลติไฮบริดคลาวด์ที่เติบโตอย่าง "ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"
          ขณะที่ในปีนี้ "วีระ อารีรัตนศักดิ์" กรรมการผู้จัดการ บริษัท เน็ตแอพ ประจำ ประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย ยังระบุว่า จะยังคึกคักต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันการเงิน ภาคการผลิต และภาครัฐ รวมไปถึงองค์กร อื่นที่ล้วนเกิดจากการตื่นตัวขององค์กรที่จะ "ดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น" เพราะทุกองค์กรตระหนักแล้วว่าต้องใช้ "ไอที" เป็นเครื่องมือในการแข่งขันสร้างแต้มต่อ ทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่มาซัพพอร์ตการทำธุรกิจอย่างเดียว
          ทั้งยังมี 5G ที่เข้ามาช่วยผลักดันตลาดในอีกทาง เนื่องจาก 5G ทำให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยุค 3G-4G ซึ่ง 5G จะยิ่งทำให้เกิดปริมาณข้อมูลอย่างมหาศาลที่แต่ละองค์กรต้องบริหารจัดการและนำไปวิเคราะห์เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน
          และยิ่งในเดือน พ.ค.นี้ กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยจะมีผลบังคับใช้ ทุกองค์กรยิ่งตระหนักเรื่องการบริหารจัดการข้อมูล ซึ่งปัจจุบันหลายองค์กรก็ยังมีความกังวลเรื่องการเก็บข้อมูลไว้ภายนอกองค์กร จึงทำให้เกิด การผสมผสานการใช้งานคลาวด์ในรูปแบบ "มัลติไฮบริดคลาวด์" คือสามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลไปมาระหว่างเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทกับคลาวด์ที่องค์กรใช้งานได้
          "เป็นเทรนด์ขององค์กรทั่วโลกที่จะไม่ใช้งานบนคลาวด์แบบ 100% แต่ยังสามารถเคลื่อนย้ายข้อมูลไปมาได้อย่างอิสระ โดยเน็ตแอพเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นจัดการข้อมูลบนมัลติไฮบริดคลาวด์ เจ้าเดียวที่ให้บริการได้บนการใช้งานของ ผู้ให้บริการคลาวด์ 3 เจ้าใหญ่ คือ Azure, Google และ AWS"
          โดยเน็ตแอพมีบริการ "NetApp Keystone" ให้ลูกค้าเลือกใช้ได้ว่าจะบริหารจัดการดาต้าเองหรือจะให้เน็ตแอพ จัดการให้ ทั้งยังเลือกได้ว่าจะเก็บข้อมูล ไว้ในคลาวด์หรือเซิร์ฟเวอร์ในองค์กร โดย ยังคงจุดเด่นของคลาวด์ คือมีค่าใช้จ่ายแบบ pay per used ซึ่งหากต้องการเก็บข้อมูลไว้ในองค์กร เน็ตแอพจะยกระบบมาติดตั้งให้ทั้งหมด เสมือนมีดาต้าเซ็นเตอร์ของตัวเองโดยที่องค์กรไม่ต้องลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์ใด ๆ
          ขณะเดียวกัน ยังมีบริการใหม่ที่จะรองรับการบังคับใช้ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นั่นคือ "cloud compliance" ที่ใช้ AI มาสแกนตรวจสอบข้อมูลเพื่อ วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจหลุดรอด ไปจากกระบวนการจัดเก็บตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
          "พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ เป็นประเด็นใหญ่เพราะมีโทษทางอาญาด้วยไม่ใช่แค่โทษปรับ ยังมีโทษจำคุก แต่ละองค์กรจำเป็นต้องเตรียมตัวอย่างมาก ทั้ง ในแง่การวางกระบวนการเก็บ-ใช้ ข้อมูล การขอคำยินยอม โดยเฉพาะการจัดการกับข้อมูลที่มีอยู่ก่อนหน้าซึ่งกระจัด กระจายหลายที่มาและที่เก็บ อาจจะมีที่เล็ดลอดไป cloud compliance จะช่วย ตามเก็บได้หากองค์กรมีช่องโหว่"
          กิตติ์ ชสิธภนญ์ ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค ประจำประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และประเทศไทย กล่าวและว่า ในช่วงแรกจะเป็นบริการที่เปิดให้สำหรับ ลูกค้าเน็ตแอพที่ใช้บริการคลาวด์ ของทั้ง Google, AWS, Azure ใช้งานฟรี

           บรรยายใต้ภาพ 
          วีระ อารีรัตนศักดิ์