CATเดินหน้าเร่งเจรจาค่ายมือถือ หาพันธมิตรร่วมลงทุนอุปกรณ์ 5G ชงบอร์ดพ.ค.นี้

 “กสท โทรคมนาคม” กางแผนปี 63 เร่งเจรจาค่ายมือถือร่วมลงทุนอุปกรณ์ 5G จ่อชงเข้าบอร์ด พ.ค. 63 ก่อนเสนอ ดีอีเอส สศช. และครม.ต่อไป หวังลดงบลงทุนที่วางไว้ 17,000 ล้านบาท ลง 40% และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โชว์กำไรสุทธิปี 62 โตกระฉูด 248% แตะ 38,668 ล้านบาท พร้อมจ่ายโบนัส 5 เดือน
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า แผนธุรกิจในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าหมายมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 400 ล้านบาท เนื่องจากปี 2563 บริษัทจะไม่มีรายได้พิเศษจากการยุติข้อพิพาทเสาโทรคมนาคมกับคู่สัมปทานบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เหมือนปี 2562
          ขณะที่รายได้ปี 2563 ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 39,651 ล้านบาท โดยธุรกิจที่สร้างรายได้หลักจะมาจากธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่กว่า 30% หลังจากการที่บริษัทเข้าร่วมประมูลและได้คลื่นความถี่ 700 MHz จำนวน 2x10 MHz (20 MHz) ในราคาประมูลรวม 36,707.42 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) จะเริ่มชำระค่าคลื่นความถี่งวดแรกในปี 2564 จำนวน 3,670.74 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และทยอยจ่ายเป็นรายปีต่อไปอีก 9 ปี (ปี 2565-2573) ระยะเวลาใบอนุญาตเป็นเวลา 15 ปี นับจากวันที่ได้รับใบอนุญาต
          ทั้งนี้ ในปี 2563 บริษัทวางแผนที่จะลงทุนเครือข่าย 4G/5G เพิ่มขึ้น เพื่อให้สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่องครอบคลุมทุกพื้นที่ และพัฒนาต่อยอดเพื่อให้บริการ 5G ได้ด้วยเทคโนโลยี Dynamic Spectrum Sharing (DSS) บริษัทสามารถให้บริการ 4G/5G บนคลื่น 700 MHz พร้อมกันได้ โดยการทำ Software Upgrade
          นอกจากนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภายในประเทศและต่างประเทศสำหรับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในส่วนที่ต้องจัดหาเพิ่มเติมเพื่อลดภาระการลงทุน และสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการให้ผู้ให้บริการรายอื่นเช่าใช้โครงสร้างพื้นฐานทั้งในส่วนของเสาโทรคมนาคมและไฟเบอร์ (Passive Infrastructure Sharing) โดยปัจจุบันบริษัทได้ลงนามในข้อตกลงไตรภาคีกับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT และ edotco Group Sdn Bhd ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของมาเลเซีย
          รวมทั้งการร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจหรือผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) รายอื่น เพื่อให้การลงทุนอุปกรณ์ 4G/5G เกิดประสิทธิภาพและประหยัดสูงสุด เช่น การใช้อุปกรณ์ Active Network Element บางส่วนร่วมกัน (Active Infrastructure Sharing) เป็นต้น โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับโอเปอเรเตอร์ 1 ใน 3 รายใหญ่ ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, DTAC และ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE
          “การลงทุนอุปกรณ์ 5G ใช้งบลงทุนอยู่ที่ 17,000 ล้านบาท ซึ่งการทำร่วมกับพันธมิตร จะทำให้ประหยัดงบลงทุนลงกว่า 40% เหลือประมาณ 10,000 ล้านบาท คาดว่าจะเสนอคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) ช่วงเดือน พ.ค. 2563 ก่อนเสนอกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) จากนั้นเสนอขออนุมัติงบประมาณจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และคาดว่าจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค. 2563 เริ่ม roll out ในไตรมาส 3/2563 ใช้เวลาประมาณ 8-10 เดือน โดยในเรื่องพันธมิตรน่าจะได้ข้อสรุปก่อนเสนอ สคช.” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
          ขณะเดียวกันบริษัทยังจะร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญให้มาช่วยสนับสนุนด้านการทำตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะด้านดิจิทัลโซลูชั่น IoT และ Smart City เพื่อพัฒนาการให้บริการให้พร้อมรองรับการขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายของภาครัฐ รวมถึงยังมีภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงดิจิทัลฯ
          ส่วนผลการดำเนินงานปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 38,668 ล้านบาท (ก่อน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ตรวจสอบ) เพิ่มขึ้น 248% จากปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 11,109 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 87,533 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จากปี 2561 ที่มีรายได้อยู่ที่ 63,445 ล้านบาท
          “คาดว่าจะสามารถจ่ายโบนัสจากผลการดำเนินงานงวดปี 2562 ให้แก่พนักงานได้อย่างน้อยจำนวน 5 เดือน ซึ่งเป็นจำนวนโบนัสสูงสุดที่พนักงาน CAT เคยได้รับ” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
          สำหรับความคืบหน้าการควบรวมกิจการระหว่าง CAT และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT ในวันนี้ (4 มี.ค. 2563) จะมีการประชุมคณะทำงานใหญ่ 3 คณะ ได้แก่ ด้านกฎหมาย ด้านบุคลากร และด้านการเงิน