THCOMจ่อจับมือพันธมิตร สร้างดาวเทียมบรอดแบนด์

THCOM แย้มแผนศึกษาสร้างดาวเทียมบรอดแบนด์รุ่นใหม่ จ่อร่วมมือกับพันธมิตรเจ้าใหญ่ 2-3 ราย คาดสรุปภายในปี 63 ส่วนเป้าหมายปี 63 เชื่อรายได้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 5 พันล้านบาท
          นายปฐมภพ สุวรรณศิริ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการค้า(CCO) บริษัทไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เปิดเผยว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาสร้างดาวเทียมบรอดแบนด์รุ่นใหม่ (New Satellite Project) เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งตลาดบริการ สามารถสร้างอำนาจต่อรองกับผู้ผลิตได้มากขึ้น โดยได้ร่วมมือกับพันธมิตรเจ้าใหญ่ 2-3 ราย คาดจะสรุปภายในปี 2563
          ด้าน Global/ LEO/MEO ดาวเทียมเล็กโคจรต่ำรอบโลก บริษัทก็ได้มีการเจรจากับผู้ให้บริการ และพยายามหาโมเดลธุรกิจเข้ามาทำงานร่วม โดยดาวเทียมดังกล่าวจะให้บริการในทุกรูปแบบ เมื่อสรุปจะแจ้งให้ทราบเพิ่มเติม เบื้องต้นน่าจะใช้เวลายิงขึ้นวงโคจรได้ภายใน 2.6-3 ปีต่อจากนี้ ขณะเดียวกันในช่วงไตรมาส 2/2563 จะมีการสรุปแผนการลงทุนในธุรกิจใหม่กับพันธมิตร ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทจะพยายามรักษารายได้รวมให้ใกล้เคียงกับปี 2562 ที่มีรายได้รวม 5,000 ล้านบาท เนื่องจากในปีนี้จะมีรายได้หายไป 200 ล้านบาทจากการให้บริการไทยคม 5 ที่ได้สิ้นสุดสัญญาไปแล้ว ทำให้ลูกค้าไม่สามารถใช้บริการต่อได้
          อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเน้นการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และรักษาระดับมาร์จิ้นให้ดี อีกทั้งยังมีบริหารของไทยคม 7-8 และยังหาลูกค้าเพิ่มต่อเนื่อง ประกอบกับมีรายได้อื่น ๆ ได้แก่ การให้บริหารจัดการดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่อง ในประเทศออสเตรเลีย และบังกลาเทศ เป็นต้น รวมถึงโปรเจกต์ใหม่ที่จะทยอยแล้วเสร็จ และสร้างรายได้เข้ามาภายในปี 2563 อีกทั้งยังมีกระแสเงินสดพร้อมเข้าควบรวม หรือซื้อกิจการ (M&A) และลงทุนในโครงการต่าง ๆ
          ส่วนการให้บริการ Mobility เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทางทะเล กับทาง NAVA ปัจจุบันตลาดทั่วโลกยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทมีสัญญาให้บริการ 120 ลำ ได้เริ่มให้บริการไปแล้ว 90 ลำ และอยู่ระหว่างการติดตั้งอีก 30 ลำ จะช่วยเสริมบริการเส้นทางเดินเรือ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ที่จะเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญในอนาคต
          และยังได้เซ็นสัญญาบริษัทดาวเทียมแห่งชาติรัสเซีย บริษัท รัสเซีย แซทเทลไลท์ คอมมิวนิเคชั่นส์ (RSCC) เพื่อพัฒนาโครงข่ายโรมมิ่ง ล่าสุดได้เริ่มทดสอบเดินเรือ 1 ลำ บนเส้นทางเอเชีย-ยุโรป คาดจะทำให้เปิดตลาดมากขึ้นในอนาคต ซึ่ง 1-2 ปีจากนี้จะเห็นรายได้ และกำไรเติบโตอย่างชัดเจน
          ด้านความคืบหน้าในการขอต่ออายุสัมปทานดาวเทียม 4 และ 5 ที่จะหมดอายุในเดือน ก.ย. 2564 ยังรอดูหลักเกณฑ์ และกติกาต่าง ๆ จากภาครัฐ อย่างไรก็ดีบริษัทต้องการอาศัยวงโคจรไทย และขยายวงโคจรให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมหารือวงโคจรประเทศอื่น ๆ ด้วยเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ ขณะที่การรับค่าชดเชยคลื่น 3500MHz ยังต้องรอสรุปจากทางภาครัฐเช่นกัน แต่เบื้องต้นลูกค้าปลายทางต้องได้รับค่าชดเชย กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเรียกคืนคลื่นก่อนหมดอายุสัมปทาน เพื่อนำไปประมูล 5G