หัวเว่ยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 5G ใหม่ เพิ่มขีดจำกัดของกลยุทธ์ AI

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป เปิดตัวกลุ่มผลิตภัณฑ์ 5G ใหม่ พร้อมประกาศกลยุทธ์ที่จะแสดงศักยภาพผลิตภัณฑ์และอีโคซิสเต็มของหัวเว่ยที่พร้อมรองรับการใช้งานในทุกสถานการณ์
          ริชาร์ด หยู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หนังสือพิมพ์มติชนรายวันหัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป กล่าวว่า "หัวเว่ยยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนากลยุทธ์ AI ไร้รอยต่อสำหรับทุกสถานการณ์ เรายังคงให้ความสำคัญในการลงทุนด้านพัฒนาเทคโนโลยีอันล้ำสมัยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม ชิปเซ็ต ระบบ 5G ฟีเจอร์ AI ในสมาร์ทโฟน ระบบปฏิบัติการ กล้อง และโซลูชั่นระบบภาพและเสียง เพื่อสร้างข้อได้เปรียบต่อการแข่งขันในระยะยาว นอกจากนี้ เรายังกระตือรือร้นที่จะทำงานร่วมกับนักพัฒนาทั่วโลก เพื่อเสริมสร้างการเติบโตของอีโคซิสเต็มให้พร้อมรองรับการใช้งานในทุกสถานการณ์ และเราชื่อว่าการทำงานร่วมกันนี้ จะสามารถยกระดับประสบการณ์นี้ขึ้นไปอีกระดับ"
          ที่หัวเว่ยมีการคำนึงถึงการใช้งานของผู้บริโภคมาเป็นอันดับแรกเสมอ ด้วยหลักการนี้ หัวเว่ยได้อุทิศเวลาตลอดทศวรรษที่ผ่านมาให้กับการพัฒนาอีโคซิสเต็ม "1+8+N" และเสริมอีโคซิสเต็มนี้ให้แข็งแรงขึ้นด้วย Huawei Share และ Huawei HiLink ซึ่งเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมต่อทุกอุปกรณ์เข้าด้วยกันเพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานแบบองค์รวม นอกเหนือจากนวัตกรรมฮาร์ดแวร์แล้ว หัวเว่ยยังสร้างอีโคซิสเต็ม Huawei Mobile Services (HMS) ซึ่งผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ผ่าน HUAWEI AppGallery
          ด้วยการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สำหรับทุกสถานการณ์ หัวเว่ยส่งมอบประสบการณ์ใช้งานที่มีคุณภาพ ที่ซึ่งข้อมูลข่าวสารนั้นจะถูกแชร์ระหว่างอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อในทุกๆ สถานการณ์
          แม้ในปี 2562 ที่ผ่านมา จะถือว่าเป็นปีที่ไม่เป็นไปตามแผนของหัวเว่ยเท่าไรนัก แต่อย่างไรก็ตาม หัวเว่ยยังคงรักษาความน่าเชื่อถือในหมู่ผู้บริโภคได้อย่างเหนียวแน่น เห็นได้จากผลประกอบการในปีที่ผ่านมา ที่หัวเว่ยมีรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 30% คิดเป็นมูลค่าถึง 6.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.1 ล้านล้านบาท) กลุ่มธุรกิจสมาร์ทโฟนนั้นมียอดจำหน่ายรวมสูงถึง 240 ล้านเครื่อง รั้งอันดับผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ขณะที่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในกลุ่มสมาร์ทดีไวซ์ ภายใต้อีโคซิสเต็มนี้ก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน โดยกลุ่มธุรกิจคอมพิวเตอร์ (PC) เติบโตสูงถึง 200% กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์สวมใส่ (wearables) เติบโต 173% และกลุ่มธุรกิจอุปกรณ์เสียงไร้สาย (wireless audio) ซึ่งเติบโต 210%
          ประสบการณ์ใหม่กับ
          HUAWEI Mate Xs
          วิวัฒนาการสุดล้ำของสมาร์ทโฟนพับได้ HUAWEI Mate Xs มอบประสบการณ์การใช้งานที่เหนือระดับ ด้วยหน้าจอใหม่ที่ให้ความยืดหยุ่น ผลิตจากวัสดุแปลกใหม่ มาในดีไซน์ Falcon Wing อันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมระบบ 5G SoC ที่หัวเว่ยพัฒนาขึ้นเอง และชิปเซ็ตพรีเมียม Kirin 990 HUAWEI Mate Xs เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่ได้รับการพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆ ให้ก้าวล้ำขึ้นไปอีกขั้น ทั้ง AI และความสามารถในการรองรับระบบ 5G อย่างเต็มรูปแบบ
          กล้อง Leica SuperSensing Quad Camera กลับมาอีกครั้งบน HUAWEI Mate Xs ประกอบด้วยกล้อง SuperSensing ความละเอียด 40MP กล้องเลนส์มุมกว้างพิเศษ (ultra-wide) ความละเอียด 16MP กล้องเทเลโฟโต้ความละเอียด 8MP และกล้องที่ให้ความลึกแบบสามมิติ ระบบกล้อง Leica ที่ทรงพลังจะสามารถใช้ประโยชน์จากรูปแบบของจอที่พับได้ในการถ่ายภาพ ผสานการทำงานของทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง เพื่อการถ่ายรูปหลากหลายรูปแบบ
          การทำงานบนระบบ EMUI10.0.1 HUAWEI Mate Xs รองรับการใช้งานแอพพลิเคชั่นที่สามารถทำงานแบบหลายหน้าต่างในเวลาเดียวกัน (Multi-Window apps) เพื่อการใช้งานที่ชาญฉลาดและคล่องตัว ให้ผู้ใช้สามารถเลือกใช้แอพพ์ได้หลากหลายและเต็มประสิทธิภาพ โดยหัวเว่ยร่วมมือกับนักพัฒนาทั่วโลก เพื่อที่จะสร้างการเติบโตให้กับอีโคซิสเต็มนี้
          เหนือกว่าด้วย Wi-Fi 6 ด้วยHUAWEI Wi-Fi AX Series
          ส่วนหนึ่งกลยุทธ์ AI ไร้รอยต่อสำหรับทุกสถานการณ์ของหัวเว่ย คือการมอบโซลูชั่นในการเชื่อมต่อบนช่องทางออนไลน์ ตัวอย่างเช่น Wi-Fi routers customer-premise equipment (CPE) และโมดูลการสื่อสาร ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเชื่อมต่อตามแนวทางการสร้างอีโคซิสเต็ม 1+8+N เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่น่าประทับใจแก่ผู้ใช้ ปลอดภัย ตอบสนองตรงความต้องการ ชาญฉลาด และมาพร้อมความเร็วสูงในการเชื่อมต่อ
          ในฐานะผู้นำเทคโนโลยี 5G หัวเว่ยเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการหลัก ซึ่งได้กำหนดมาตรฐานของ Wi-Fi 6 โดยปัจจุบัน กลุ่มทำงานมาตรฐาน IEEE 802.11ax ได้รวมเอาผู้เชี่ยวชาญจากผู้ให้บริการต่างๆ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของหัวเว่ย จำนวน 5 คน เข้าร่วม ซึ่งหนึ่งในกลุ่มนี้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานของกลุ่ม จาก 260 ผู้ให้บริการ ซึ่งคิดเป็น 15% ของการนำเสนอทั้งหมดในโปรเจ็กต์ Wi-Fi 6 (802.11ax) หัวเว่ยถือเป็นอันดับให้บริการที่ให้ความร่วมมือในอุตสาหกรรม โดดเด่นเป็นอันดับสองของกลุ่ม
          การยกระดับการทำงานร่วมกันระหว่างชิปเซ็ตที่มีสิทธิบัตรรับรองและการพัฒนาซอฟต์แวร์ให้ดีที่สุด หัวเว่ยได้พัฒนา WiFi 6+ จากมาตรฐานของ Wi-Fi 6 โดย Wi-Fi 6+ นั้นรองรับช่วงสัญญาณของช่อง (channel bandwidth) ที่กว้างถึง 160MHz มาพร้อมเทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะ dynamic narrowband เมื่อผสาน 2 นวัตกรรมนี้ จะนำไปสู่การพัฒนาอย่างก้าวกระโดดความเร็ว Wi-Fi และให้สัญญาณที่ครอบคลุมพื้นที่มากยิ่งขึ้น
          หัวเว่ยยังเปิดตัว Gigahome 650 และ Kirin W650 ชิปเซ็ต Wi-Fi 6+ ล่าสุดที่ออกแบบมาสำหรับเราเตอร์และสมาร์ทโฟนตามลำดับ ซีรีส์ HUAWEI Wi-Fi AX3 ใหม่นั้นประกอบด้วยชิปเซ็ต Gigahome 650 ซึ่งสามารถรองรับระบบปฏิบัติการ dual-band dual-concurrent (DBDC) ที่ความเร็วสูงสุด 3000Mbps ได้ เมื่อใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ของหัวเว่ยที่รองรับ Wi-Fi 6+ เราเตอร์ HUAWEI Wi-Fi AX3 จะสามารถส่งมอบสัญญาณที่ครอบคลุมได้ดียิ่งขึ้นและให้ความเร็วที่มากกว่าเราเตอร์ Wi-Fi 6
          นอกจากนี้ หัวเว่ยยังได้เปิดตัว HUAWEI 5G CPE Pro 2 CPE มาตรฐาน Wi-Fi 6+ ใหม่ที่มีขนาดเล็กกว่ารุ่นก่อนถึง 30% และการอัพเกรดอื่นๆ รวมถึงการรองรับ 5G 11 ย่านความถี่ และเทคโนโลยี Super Uplink ของหัวเว่ย ซึ่งได้พัฒนาในส่วนของความเร็วในการอัพโหลดและความหน่วงขึ้นเป็น อย่างมาก
          พลิกมิติทุกการสร้างสรรค์กับ
          HUAWEI MatePad Pro 5G
          แท็บเล็ต HUAWEI MatePad Pro 5G เป็นอีกหนึ่งดีไวซ์ที่เปิดประตูเข้าสู่อีโคซิสเต็มอัจฉริยะของหัวเว่ย ด้วยคุณสมบัติที่ออกแบบมาเพื่อทำงานร่วมกันกับสมาร์ทโฟน อุปกรณ์เพื่อการสวมใส่ และดีไวซ์อื่นๆ ของหัวเว่ยอย่างลงตัว รวมถึงการทำงานร่วมกันหลายหน้าจอ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถขยับขยายจากดีไวซ์หนึ่งไปสู่อีกดีไวซ์หนึ่งได้อย่างไร้รอยต่อ
          HUAWEI MatePad Pro 5G มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูง ขนาด 10.8 นิ้ว รองรับการแสดงเฉดสีในมาตรฐาน DCI-P3 เทียบเท่ากับระบบสีที่ใช้ในวงการภาพยนตร์ ขณะที่ดีไซน์ขอบจอแบบบางเฉียบ ทำให้แท็บเล็ตรุ่นนี้มีอัตราส่วนพื้นที่หน้าจอต่อตัวเครื่องสูงที่สุดในโลกที่ 90% ส่วนชิปเซ็ต Kirin 990 5G SoC ที่ฝังอยู่ในตัวเครื่องสุดบางเบา ก็รองรับการเชื่อมต่อ 5G ที่ความเร็วสูง ทั้งยังใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย
          HUAWEI MatePad Pro 5G ทำงานบนระบบปฏิบัติการ EMUI 10 จึงสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยรุ่นอื่นๆ ได้ผ่านฟีเจอร์การทำงานร่วมกันหลายหน้าจอของ HUAWEI Share โดยเมื่อเชื่อมต่อกันเรียบร้อยแล้ว จะสามารถควบคุมทั้งสมาร์ท โฟนและแท็บเล็ตไปพร้อมกัน โดยใช้หน้าจอแท็บเล็ตเพียงจอเดียว
          HUAWEI MatePad Pro 5G สามารถจับคู่กับปากกา HUAWEI M-Pencil ซึ่งสามารถรับรู้แรงกดได้ถึง 4,096 ระดับ จึงมอบประสบการณ์การเขียนที่เป็นธรรมชาติ ส่วนแอพพลิเคชั่น HUAWEI Notepad ก็รองรับปากกาของหัวเว่ยเป็นพิเศษด้วยฟีเจอร์ใหม่ Screen-off Shorthand ที่ช่วยให้สามารถจดบันทึกทุกแรงบันดาลใจได้อย่างทันท่วงทีลงบนหน้าจอในทุกโอกาส
          หัวเว่ยยังประกาศเปิดตัวแล็ปท็อปในตระกูล MateBook รุ่นล่าสุด นำโดย HUAWEI MateBook X Pro ที่มาพร้อมกับชิปประมวลผล Intel Core เจเนอเรชั่นที่ 10 ดีไซน์สุดพรีเมียมในสีใหม่ เอเมอรัลด์ กรีน หน้าจอแบบ FullView Display ขอบบางเฉียบ ให้สัดส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องสูงถึง 91% ขณะที่แล็ปท็อป HUAWEI MateBook D Series ก็เข้ามาเสริมทัพตระกูล MateBook โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มคนรุ่นใหม่ ด้วยประสบการณ์การใช้งานที่ชาญฉลาด ควบคู่กับดีไซน์เรียบหรูอันเป็นเอกลักษณ์ของแล็ปท็อป HUAWEI MateBook ทุกรุ่น
          เปิดประสบการณ์ใหม่ด้วย
          HUAWEI AppGallery
          หัวเว่ยยังคงนำศักยภาพทั้งในด้านการพัฒนาชิป ดีไวซ์ และคลาวด์ มาผสานกันเป็นหนึ่งเพื่อสรรค์สร้างอีโคซิสเต็มครบวงจรมารองรับดีไวซ์ทุกรุ่นของหัวเว่ยต่อไป ผ่านทางแพลตฟอร์ม HMS โดยอีโคซิสเต็มดังกล่าวนี้จะมีคุณสมบัติที่ครอบคลุมการใช้งานในทุกขั้นตอน ทุกสถานการณ์ รองรับการเผยแพร่แอพพลิเคชั่นให้กับผู้ใช้ทั่วโลกอย่างเต็มพิกัด และสนับสนุนการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์และบริการอย่างสมบูรณ์ตลอดวงจรชีวิตในตลาด ในฐานะองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์ "All-scenario Seamless AI Life" ของหัวเว่ย ที่พร้อมมอบชีวิต ในยุค AI ที่รองรับทุกโจทย์การใช้งานอย่างไร้รอยต่อ
          HMS Core ซึ่งปัจจุบันอยู่ในเวอร์ชั่นที่ 4 เป็นชุดเครื่องมือที่สร้างขึ้นเพื่อให้พันธมิตรและนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์มของหัวเว่ยสามารถสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่และไม่เหมือนใคร เข้าถึงศักยภาพของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ได้เต็มที่ นอกจากนี้ นักพัฒนาที่เลือกผนึกเอา HMS เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในแอพพลิเคชั่นด้วยชุดเครื่องมือ HMS Core 4.0 จะสามารถนำคุณสมบัติเด่นต่างๆ ที่มาพร้อมกับดีไวซ์ของหัวเว่ยมาใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม AI อย่าง HiAI หรือเทคโนโลยีและคุณสมบัติเพื่อการถ่ายภาพครบครัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้ใช้ปลายทาง
          นอกจากนี้ HUAWEI AppGallery ยังมอบประสบการณ์ใหม่ในรูปของ Quick Apps นวัตกรรมแอพพลิเคชั่นที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับอุปกรณ์ในยุค 5G โดยแอพพลิเคชั่นประเภท Quick Apps นี้ พัฒนาขึ้นตามมาตรฐานระดับโลกเพื่อให้สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้งลงในเครื่อง ทั้งยังใช้หน่วยความจำน้อยอีกด้วย
          หัวเว่ยยังคงทำงานร่วมกับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นยอดนิยมจากทั่วโลกเพื่อขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มดังกล่าวให้เติบโต โดยพร้อมต้อนรับนักพัฒนาทุกคนให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอีโคซิสเต็มนี้ เพื่อร่วมกันนำประสบการณ์แอพพลิเคชั่นที่เหนือกว่ามาสู่ผู้บริโภคทั่วโลก