CATจ่อดูแลดาวเทียมแทนTHCOM "ดีอีเอส"เล็งชงบอร์ดดีอีอนุมัติปลายมี.ค.นี้

CAT จ่อดูแลกิจการดาวเทียมต่อจาก THCOM หลังหมดสัญญาสัมปทาน “ดีอีเอส” ชงบอร์ดกิจการอวกาศกลางมี.ค. 63 พิจารณา ก่อนนำเข้าบอร์ดดีอีปลายมี.ค. 63 เพื่อเสนอเข้าครม.ต่อไป เหตุทำ PPP ไม่ทัน
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เตรียมนำวาระเกี่ยวกับการมอบหมายให้ CAT ดูแลกิจการดาวเทียมดวงที่ 4, 5 และ 6 ที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานระหว่างกระทรวงดิจิทัลฯ กับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM ซึ่งจะสิ้นสุดสัญญาในเดือน ก.ย. 2564 เข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ ในช่วงกลางเดือน มี.ค. 2563 เพื่อให้ที่ประชุมพิจารณา
          หลังจากเมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2563 ที่ผ่านมา กระทรวงดิจิทัลฯ ได้เสนอวาระแจ้งเพื่อทราบให้คณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติ รับทราบแล้วว่าจะดำเนินการตามมาตรา 49 ของพ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 โดยให้ CAT ทำโครงการแบบจีทูจี เนื่องจากไม่สามารถดำเนินตามกระบวนการหาพันธมิตรทำรูปแบบของการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ตามพ.ร.บ.การร่วมลงทุนฯ ได้ทัน ซึ่งขั้นตอนในการทำ PPP จำเป็นต้องได้บริษัทที่ดำเนินการตามกฎหมายก่อนหมดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. 2564 เป็นเวลา 1 ปี แต่กระบวนการในการร่างทีโออาร์ต่าง ๆ ยังไม่สามารถดำเนินการได้ทันกำหนด
          ทั้งนี้ CAT ได้ส่งแผนในการบริหารจัดการดาวเทียมให้กับกระทรวงดิจิทัลฯ เรียบร้อยแล้ว ทั้งดาวเทียมดวงที่ 5 ที่เสื่อมสภาพ และดาวเทียมดวงที่ 4 ที่เหลือพลังงานเชื้อเพลิงใช้ได้อีก 2 ปี หลังสิ้นสุดสัญญาสัมปทานในปี 2564 ซึ่งหาก CAT ได้รับดาวเทียมมาบริหารจัดการต้องใช้งบประมาณปีละ 200 ล้านบาท จึงต้องประเมินระยะเวลาในการบริหารจัดการด้วยว่าคุ้มค่ากับการลงทุนหรือดูแลในระยะยาวหรือไม่
          ประกอบกับดาวเทียมไทยคม 4 ลูกค้าได้ย้ายออก เพราะไม่มีความชัดเจนในการสร้างดาวเทียมดวงใหม่ทดแทน ตามที่ THCOM พยายามจะสร้างดาวเทียมดวงที่ 9 ทดแทน แต่ติดปัญหาการจองช่องสัญญาณดาวเทียม ทำให้ต้องยุติแผนการสร้าง เหลือเพียงดาวเทียมไทยคม 6 เท่านั้นที่เพิ่งยิงขึ้นสู่วงโคจรในปี 2557 สามารถใช้งานได้ 15 ปี ไปจนถึงปี 2572 ที่ยังคงมีลูกค้าเช่าใช้เต็มประสิทธิภาพ
          อย่างไรก็ตาม CAT มีความยินดีและพร้อมที่จะทำหน้าที่ในการดูแลกิจการดาวเทียมให้กระทรวงดิจิทัลฯ ทั้งรูปแบบจีทูจี ตามมาตรา 49 พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ และแบบชั่วคราวระหว่างหาบริษัททำ PPP ตามมาตรา 50 พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ดังนั้นต้องรอดูผลการพิจารณาของที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายอวกาศแห่งชาติก่อนว่าจะลงมติให้ทำแนวทางใด จากนั้นจึงส่งเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (บอร์ดดีอี) ช่วงปลายเดือน มี.ค. 2563 เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป