ADVANCยกเข่ง3คลื่น5G TRUEพลาดท่าไม่ได้700 DTAC มักน้อยเอาแค่ 2 ชุด/กสทช.หน้าบานเงินสะพัดแสนล้าน

ประมูล 5G คึกคัก ขายออก 48 ใบอนุญาต จาก 49 ใบอนุญาต ยอดเงินสะพัด 100,521 ล้านบาท ADVANC ยกเข่งคว้าทั้ง 3 คลื่น รวม 23 ชุด ครองคลื่นมากสุดรวม 1310 MHz ขณะที่ TRUE พลาดท่าไม่ได้คลื่น 700 MHz แต่ได้คลื่น 2600 MHz และ 26 GHz รวม 17 ชุด ครองคลื่นรวม 890 MHz ส่วน DTAC มักน้อยเอาแค่คลื่น 26 MHz รวม 2 ชุด ได้คลื่นรวม 200  MHz ฟาก TOT ได้ 4 ชุด และ CAT ได้ 2 ชุด ด้าน “กสทช.” จ่อรับรองผลประมูล 19 ก.พ.นี้ คาดผู้ชนะประมูลมาจ่ายเงินงวดแรก และขอรับใบอนุญาตคลื่น 2600 MHz-26 GHz ภายในสิ้น ก.พ. 63
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (16 ก.พ. 2563) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้จัดประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz รวมทั้งสิ้น 2x15 MHz แบ่งเป็น 3 ชุด ชุดละ 2x5 MHz ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 8,792 ล้านบาท เคาะราคาเพิ่มครั้งละ 440 ล้านบาท สามารถประมูลได้สูงสุด 3 ชุด หรือเท่ากับ 2x15 MHz, คลื่นความถี่ 2600 MHz รวมทั้งสิ้น 190 MHz แบ่งเป็น 19 ชุด ชุดละ 10 MHz ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,862 ล้านบาท เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 93 ล้านบาท สามารถประมูลได้สูงสุด 10 ชุด หรือเท่ากับ 100 MHz และ 26 GHz รวมทั้งสิ้น 2700 MHz แบ่งเป็น 27 ชุด ชุดละ 100 MHz ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 423 ล้านบาท เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 22 ล้านบาท สามารถประมูลได้สูงสุด 12 ชุด หรือเท่ากับ 1200 MHz ซึ่งบรรยากาศในการประมูลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
          โดยผู้เข้าร่วมประมูลได้ทยอยเดินทางมาตั้งแต่เวลา 07.30 น. เพื่อลงทะเบียนและจับสลากเลือกห้องประมูล โดยบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เดินทางมาเป็นรายแรก ส่งตัวแทนเข้าร่วมประมูล 10 คน นำโดย พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT
          ถัดมาเวลา 07.35 น. บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด หรือ DTN ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เดินทางมาเป็นรายที่ 2 ส่งตัวแทนเข้าร่วมประมูล 10 คน นำโดยนายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DTAC
          จากนั้นเวลา 07.40 น. บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เดินทางมาเป็นรายที่ 3 ส่งตัวแทนเข้าร่วมประมูล 10 คน นำโดยนายเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธานคณะกรรมการผู้บริหาร TRUE
          ต่อมาเวลา 07.45 น. บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เดินทางมาเป็นรายที่ 4 ส่งตัวแทนเข้าร่วมประมูล 10 คน นำโดยนายพิพัฒน์ ขันทอง กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ TOT
          และเวลา 07.50 น. บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เดินทางมาเป็นรายสุดท้าย ส่งตัวแทนเข้าร่วมประมูล 10 คน นำโดยนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ADVANC
          สำหรับการประมูลครั้งนี้ประมูลตามลำดับจากคลื่นย่านต่ำไปคลื่นย่านสูง โดยการประมูลแต่ละคลื่นความถี่จะประกอบด้วย 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการจัดสรรคลื่นความถี่ (Allocation Stage) ด้วยรูปแบบการประมูลแบบ Clock Auction และขั้นตอนการกำหนดย่านความถี่ (Assignment Stage) ซึ่งเปิดให้ผู้ชนะการประมูลแต่ละรายยื่นข้อเสนอสำหรับแต่ละทางเลือก (First-price Sealed-bid Auction)
          โดยเริ่มจากคลื่นความถี่ 700 MHz มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย ได้แก่ ADVANC, TRUE และ CAT ซึ่งการประมูลขั้นตอนการจัดสรรคลื่นความถี่รอบแรกเริ่มในเวลา 09.30 น. ที่ราคา 9,232 ล้านบาท/ชุด มีผู้เสนอจำนวนคลื่นความถี่ 6 ชุด ประมูลต่อเนื่องจนถึงรอบที่ 20 มีผู้เสนอจำนวนคลื่นความถี่ลดลงเหลือ 3 ชุด เท่ากับจำนวนชุดที่เปิดประมูล พร้อมเสนอราคาเพิ่ม 1 ล้านบาท จากราคาในรอบที่ 19 (17,152 ล้านบาท) ทำให้การประมูลสิ้นสุดลงในรอบที่ 20 ที่ราคา 17,153 ล้านบาท/ชุด ในเวลาประมาณ 12.00 น. ใช้เวลาประมาณ 2.30 ชั่วโมง รวม 3 ชุด มีเงินที่ได้จากการประมูล จำนวน 51,459 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เมื่อรวมราคาที่เสนอในการเลือกย่านความถี่ เป็นเงินทั้งสิ้น 51,460 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          ส่วนคลื่น 2600 MHz มีผู้เข้าร่วมประมูล 3 ราย ได้แก่ ADVANC, TRUE และ CAT ซึ่งการประมูลขั้นตอนการจัดสรรคลื่นความถี่ รอบแรกเริ่มในเวลา 12.50 น. ที่ราคา 1,955 ล้านบาท/ชุด มีผู้เสนอจำนวนคลื่นความถี่ 25 ชุด รอบที่ 2 ราคาเพิ่มขึ้นเป็น 2,048 ล้านบาท/ชุด มีผู้เสนอจำนวนคลื่นความถี่ลดลงเหลือ 19 ชุด เท่ากับจำนวนชุดที่เปิดประมูล พร้อมเสนอราคาเพิ่ม 1 ล้านบาท จากราคาในรอบที่ 1 ทำให้การประมูลสิ้นสุดลงในรอบที่ 2 ที่ราคา 1,956 ล้านบาท/ชุด ในเวลา 13.28 น. ใช้เวลา 38 นาที รวม 19 ชุด มีเงินที่ได้จากการประมูล จำนวน 37,164 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เมื่อรวมราคาที่เสนอในการเลือกย่านความถี่ เป็นเงินทั้งสิ้น 37,434 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          ขณะที่คลื่น 26 GHz มีผู้เข้าร่วมประมูล 4 ราย ได้แก่ ADVANC, DTAC, TRUE และ TOT ซึ่งการประมูลขั้นตอนการจัดสรรคลื่นความถี่ รอบแรกเริ่มในเวลา 14.30 น. ที่ราคา 445 ล้านบาท/ชุด มีผู้เสนอจำนวนคลื่นความถี่ 26 ชุด น้อยกว่าจำนวนชุดที่เปิดประมูล ทำให้การประมูลสิ้นสุดลงในรอบที่ 1 ที่ราคา 445 ล้านบาท/ชุด ในเวลา 14.40 น. ใช้เวลา 10 นาที รวม 26 ชุด มีเงินที่ได้จากการประมูล จำนวน 11,570 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เมื่อรวมราคาที่เสนอในการเลือกย่านความถี่ เป็นเงินทั้งสิ้น 11,627 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
          ดังนั้น รวม 3 คลื่นความถี่ มีผู้ชนะการประมูลรวม 48 ชุด จาก 49 ชุด มีเงินที่ได้จากการประมูลทั้งสิ้น 100,521 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เพิ่มขึ้น 37% จากราคาเริ่มต้นประมูล 73,175 ล้านบาท
          พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร ประธาน กสทช. เปิดเผยว่า ผลการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz 2600 MHz และ 26 GHz ใช้เวลาในการประมูลรวมทั้งสิ้น 5 ชั่วโมง 35 นาที มีเงินที่ได้จากการประมูลทั้งสิ้น 100,521 ล้านบาท แบ่งเป็นคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวน 3 ชุด เป็นเงิน 51,460 ล้านบาท โดย CAT เป็นผู้ชนะการประมูล 2 ชุด รวม 2x10 MHz เป็นเงิน 34,306 ล้านบาท และ AWN เป็นผู้ชนะการประมูล 1 ชุด รวม 2x5 MHz เป็นเงิน 17,154 ล้านบาท
          ขณะที่คลื่นความถี่ 2600 MHz จำนวน 19 ชุด เป็นเงิน 37,434 ล้านบาท โดย AWN เป็นผู้ชนะการประมูล 10 ชุด รวม 100 MHz เป็นเงิน 19,561 ล้านบาท และ TUC เป็นผู้ชนะการประมูล 9 ชุด รวม 90 MHz เป็นเงิน 17,873 ล้านบาท
          ส่วนคลื่นความถี่ 26 GHz จำนวน 26 ชุด เป็นเงิน 11,627 ล้านบาท โดย AWN เป็นผู้ชนะการประมูล 12 ชุด รวม 1200 MHz เป็นเงิน 5,345 ล้านบาท, TUC เป็นผู้ชนะการประมูล 8 ชุด รวม 800 MHz เป็นเงิน 3,577 ล้านบาท, TOT เป็นผู้ชนะการประมูล 4 ชุด รวม 400 MHz เป็นเงิน 1,795 ล้านบาท และ DTN เป็นผู้ชนะการประมูล 2 ชุด รวม 200 MHz เป็นเงิน 910 ล้านบาท
          ทั้งนี้ หลังจากการประมูลสิ้นสุด ได้มีการรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ 700 MHz จำนวน 3 ชุด, คลื่นความถี่ 2600 MHz จำนวน 19 ชุด และคลื่นความถี่ 26 GHz จำนวน 26 ชุด รวม 48 ชุด จากที่เปิดประมูลทั้งสิ้น 49 ชุด
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ในวันที่ 19 ก.พ. 2563 จะมีการประชุม กสทช. เพื่อรับรองผลการประมูลคลื่น 700 MHz 2600 MHz และ 26 GHz อย่างเป็นทางการ และคาดว่ามีผู้ชนะการประมูลมาชำระเงินงวดแรก และขอรับใบอนุญาตคลื่น 2600 MHz และ 26 GHz ภายในสิ้นเดือน ก.พ. 2563 และผู้ประกอบการโทรคมนาคมทุกรายเตรียมนำเข้าอุปกรณ์ 5G เพื่อติดตั้ง ทำให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
          ทั้งนี้ การขับเคลื่อน 5G จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในปี 2563 อยู่ที่ 177,039 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 1.02% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (GDP) ที่ 17,328,000 ล้านบาท ในปี 2564 คาดว่า 5G จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 332,619 ล้านบาท และปี 2565 คาดว่า 5G จะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอยู่ที่ 476,062 ล้านบาท
          “ประเทศไทยเปิดให้บริการระบบ 3G ล่าช้าถึง 8 ปี ขณะที่ระบบ 4G ล่าช้าถึง 4 ปี ดังนั้นการขับเคลื่อนให้เกิด 5G จึงต้องพยายามดำเนินการโดยเร็ว ซึ่งประเทศไทยกำลังจะมีการเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบเป็นลำดับต้น ๆ ของโลก หรือเป็นประเทศแรกในอาเซียน” นายฐากร กล่าว
          *ADVANC ย้ำครองคลื่นมากที่สุด
          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ADVANC กล่าวว่า ADVANC ยังคงยืนหยัด รักษาตำแหน่งผู้นำอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมที่ถือครองคลื่นความถี่ในการให้บริการ 4G และ 5G มากที่สุดในประเทศ รวมทั้งสิ้น 1450 MHz (รวมการเป็นพันธมิตรคลื่น 2100 MHz กับ TOT จำนวน 2x15 MHz แล้ว) พร้อมประกาศเดินหน้าพัฒนาเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุดทั่วประเทศเป็นรายแรก เพื่อคนไทย
          นายชารัด เมห์โรทา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DTAC กล่าวว่า การคว้าคลื่น 5G (ความถี่ย่าน 26 GHz หรือ mmWave) ทำให้ขณะนี้บริษัทพร้อมแล้วในการให้บริการด้วยชุดคลื่นความถี่ทั้งย่านต่ำ-กลาง-สูง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการให้บริการรับส่งข้อมูลเพื่อให้ลูกค้าได้มีประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุด
          ทั้งนี้ด้วยคุณสมบัติพิเศษของคลื่น 26 GHz หรือ mmWave ซึ่งเป็นคลื่นที่เหมาะในการใช้งานความเร็วสูงสุดเพื่อรับส่งข้อมูล และสามารถเพิ่มความจุของช่องสัญญาณในปริมาณมหาศาลที่มีความแม่นยำในการใช้งาน สำหรับการรองรับนวัตกรรม 5G ต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อ Massive IoT ในอนาคตได้อย่างแท้จริง
          นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) TRUE กล่าวว่า กลุ่มทรูได้ชนะการประมูลครั้งนี้ เร่งพัฒนาเครือข่าย 5G ที่ดีที่สุด เพื่อให้บริการแก่คนไทยโดยเร็ว มั่นใจด้วยจุดเด่นทั้งเรื่องความครบครันและครอบคลุมของคลื่นความถี่ที่กลุ่มทรูมีอยู่ทั้งย่านความถี่ต่ำและย่านความถี่สูงทั้งหมด
          รวมถึงความพร้อมจากการทดสอบให้บริการ 5G มาแล้วกับทุกภาคส่วนและทุกภูมิภาคทั่วไทยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ผนวกกับความแข็งแกร่งของพันธมิตร ไชน่าโมบายล์ ที่มีประสบการณ์ในการเปิดให้บริการ 5G ด้วยคลื่น 2600 MHz รวมถึงดิจิทัลแพลตฟอร์ม และคอนเทนต์ของกลุ่มทรูที่เป็น Ecosystem ที่สำคัญของบริการ 5G จะตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มทรูที่จะพัฒนาบริการ 5G ที่ดีที่สุด เป็นผู้นำที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้บริโภคชาวไทยและประเทศไทย ได้อีกครั้ง
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ CAT กล่าวว่า การประมูลได้คลื่น 700 MHz ในครั้งนี้ CAT จะนำไปขยายเครือข่าย 4G/5G ให้ครอบคลุมอย่างทั่วถึงเพิ่มมากขึ้น และยังเพิ่มขนาดความจุให้ลูกค้าสามารถใช้งานด้วยความเร็วที่สูงขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งของความจุที่เพิ่มขึ้นจะใช้รองรับการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่อเนื่องได้หลังจากใบอนุญาตการใช้คลื่น 850 MHz สิ้นสุดลงในปี 2568 ซึ่งนอกจากจะรองรับลูกค้า my by CAT ในปัจจุบันได้แล้วยังสามารถรองรับผู้ใช้บริการเพิ่มเติมได้อย่างเพียงพอและมีคุณภาพ อีกทั้งยังสามารถเปิดให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กเช่าใช้แบบ MVNO
          ทั้งนี้การขยายพื้นที่ให้บริการบนคลื่น 700 MHz สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วจากเสาโทรคมนาคมที่มีอยู่เดิมกว่า 20,000 ต้น
          นายพิพัฒน์ ขันทอง กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ TOT กล่าวว่า การร่วมประมูลคลื่น 5G ย่านความถี่ 26 GHz บริษัทจะนำคลื่นความถี่มาพัฒนาให้บริการที่มีประสิทธิภาพทันสมัยในยุค 5G