"ซิสโก้"จับกระแสไซเบอร์เปลี่ยนโฉมลงทุนไอที ปี63

กรุงเทพธุรกิจ ปี 2563 นี้ อุตสาหกรรมไอที ประเทศไทย ยังคงถูกท้าทายจากหลายปัจจัย และยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่า เมกะเทรนด์ที่คาดว่าจะเข้ามาพลิกโฉมธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเอไอ แมชีนเลิร์นนิง คลาวด์ ไอโอที หรือแม้แต่ 5จี จะแรงมากพอที่จะทำให้ ภาคธุรกิจตัดสินใจลงทุนได้หรือไม่...
          วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน ซิสโก้ กล่าวว่า ภาพรวมการลงทุนไอทีประเทศไทยปี 2563 ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ว่าจะมี ความท้าทายจากหลายปัจจัย เช่น สงครามทางการค้า ภาวะเศรษฐกิจชะลอ รวมถึงความล่าช้าของการอนุมัติงบประมาณภาครัฐก็ตาม
          "มีหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบ แต่เรา ยังคงมีมุมมองเชิงบวก เชื่อว่าธุรกิจไทยจะสามารถก้าวผ่านไปได้ อีกทางหนึ่งเห็นสัญญาณบวกจากการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ บริษัทเอกชนขนาดใหญ่แม้จะชะลอดูท่าทีทว่ายังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง"
          อย่างไรก็ดี ปัจจัยบวกอย่าง 5จี ที่หลายฝ่าย คาดว่าจะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรมได้ในหลากหลายมิติ ซิสโก้คาดว่าปีนี้จะเป็นปี ของการเริ่มต้น ยังไม่ได้มีการลงทุนอย่างจริงจัง เป็นการทดสอบหรือทดลอง โดยอุตสาหกรรมที่จะมีการตื่นตัวเป็นกลุ่มแรกๆ คาดว่า จะเป็นการผลิต เฮลธ์แคร์ และการศึกษา ส่วนคอนซูเมอร์ยังคงไม่ชัดเจน การใช้งาน ในเฟสแรกๆ จะเพื่อตอบโจทย์ภาคธุรกิจมากกว่า
          "จริงอยู่ว่าการพัฒนาระบบงานต่างๆ ไม่จำเป็นต้องใช้ 5จีก็สามารถทำได้ ทว่าหากต้องการทำให้กระบวนการทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด หรือมุ่งสู่นิวเอสเคิร์ฟ 5จี มีความจำเป็นอย่างมาก"
          สำหรับ ข้อจำกัดด้านงบประมาณ การลงทุนนั้น เป็นเรื่องปกติที่ทุกองค์กรจะนำมา พิจารณา ดังนั้นการลงทุนต่างๆ ของภาคธุรกิจ จะอยู่บนพื้นฐานของการประเมินความคุ้มค่า และการนำไปใช้งานจริง เบื้องต้นเท่าที่ได้เข้าไป พูดคุยกับผู้บริหารระดับสูงของหลายๆ องค์กร พบว่า การลงทุนนวัตกรรมไอทีมีอยู่ในแผน ต่างมีแนวคิดที่จะเตรียมความพร้อมเพื่อ ปูทางสร้างการเติบโตในอนาคต
          จับตา 'โลกแห่งการเชื่อมต่อ'
          สำหรับเทรนด์เทคโนโลยีที่คาดว่าจะมีอิทธิพลอย่างมากในปีนี้ อันดับแรกๆ หนีไม่พ้น การมุ่งสู่ "ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น" ซึ่ง ในทิศทางเดียวกันส่งผลให้โครงสร้างพื้นฐาน อินเทอร์เน็ตที่มีอยู่ในปัจจุบันถึงจุดแตกหัก และใกล้จะถึงขีดจำกัดสำหรับการสร้างนวัตกรรม จำเป็นต้องมีการยกระดับและพัฒนาเพื่อรองรับอนาคต
          ซิสโก้คาดว่า ภายในปี 2566 จะมีอุปกรณ์ ราว 49,000 ล้านเครื่องเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ในทศวรรษหน้าจะมีการพัฒนาเทคโนโลยี ที่หลากหลาย ตั้งแต่วีอาร์ เออาร์, สตรีมมิ่ง 16เค, เอไอ, 5จี, 10จี, ควอนตัมคอมพิวติ้ง, ไซเบอร์ซิเคียวริตี้ที่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าและปรับเปลี่ยนอย่างยืดหยุ่น, ยานพาหนะไร้คนขับ ไอโอทีอัจฉริยะ รวมไปถึงการพัฒนา แอพพลิเคชั่นและเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่คาดไม่ถึง "เกิดความต้องการและความซับซ้อน มากขึ้นเกินกว่าที่โครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ต เดิมๆ สามารถรองรับได้ จำเป็นต้องมีการ ปรับเปลี่ยนแนวคิดและสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ใหม่ ที่เร็วกว่าเดิม ปรับขนาดได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่าย ทั้งสามารถบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยได้ง่ายๆ"
          นอกจากนี้ เทรนด์ที่น่าสนใจพบว่า "ความภักดีต่อแอพพลิเคชั่น เทียบเท่า ความภักดีต่อแบรนด์" เนื่องด้วยการใช้บริการ ดิจิทัลได้กลายเป็นพฤติกรรมของมนุษย์โดยไม่รู้ตัว
          โดยพฤติกรรมที่ว่านี้เรียกว่า "Digital Reflex" จากอดีตผู้บริโภคมักต้องไตร่ตรอง และตัดสินใจที่จะใช้บริการดิจิทัลเพื่อทำงานหรือกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ปัจจุบันส่วนใหญ่ยอมรับว่าบริการดิจิทัลได้กลายเป็น ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน และหากได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดีพอก็พร้อมจะหันหลังให้แบรนด์นั้นๆ ในทันที ยุคใหม่ 'ซิเคียวริตี้-เน็ตเวิร์ค'
          วัตสันชี้ว่า อาชญากรรมไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่องได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจทั่วโลกมากกว่าภัยธรรมชาติถึง  3 เท่า องค์กรจึงจำเป็นต้องมีระบบรักษา ความปลอดภัยที่แข็งแกร่งลักษณะ "Zero Trust" โดยมีหลักการสำคัญที่ว่า ไม่ควรไว้วางใจ อะไรเลย ไม่ว่าจะอยู่ภายในเครือข่ายหรือภายนอกเครือข่าย
          นอกจากนั้น "การค้นหาภัยคุกคามใหม่ๆ (Threat Hunting)" จะมีบทบาทมากขึ้น เพื่อการตรวจหาและวิเคราะห์ภัยคุกคามใหม่ๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน แม้กระทั่งในกรณี ที่ไม่มีการตรวจพบมัลแวร์ก็ยังสามารถระบุช่องโหว่ที่จำเป็นต้องมีการกำหนดนโยบายใหม่  ด้านแนวโน้มเกี่ยวกับระบบเครือข่าย จากนี้คาดว่าการพัฒนาจะเป็นไปตาม ความต้องการของผู้ใช้งาน มีการนำเอไอ และแมชีนเลิร์นนิงมาช่วยคาดการณ์การดำเนินการ ตรวจหา และแก้ไขความผิดปกติ โดยอัตโนมัติ พร้อมหยุดยั้งภัยคุกคาม สามารถ พัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
          ผู้บริหารซิสโก้เผยว่า บุคลากรยังคงเป็นปัญหาท้าทายอันดับ 1 ที่ผู้บริหารไอทีต้องรับมือ จากการสำรวจผู้บริหารส่วนงานไอทีและธุรกิจกว่า 600 คน  93% ประสบปัญหา ช่องว่างด้านบุคลากรอ่างรุนแรงจนทำให้การปรับปรุงธุรกิจเกิดความล่าช้า
          ปัจจุบัน ลักษณะของตำแหน่งหน้าที่ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด คือ วิทยาศาสตร์ข้อมูลและเอไอ ฝ่ายไอทีจำต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็น "ผู้รับคำสั่ง" ไปสู่ การเป็น "พันธมิตรธุรกิจ"จากการ ตั้งค่าอุปกรณ์ไปสู่ "การแก้ไขปัญหาธุรกิจโดยอาศัยเทคโนโลยี" สำคัญต้องมี "ความรู้และไหวพริบด้านธุรกิจ" ควบคู่กันไป
          หากต้องการมุ่งสู่ "นิวเอสเคิร์ฟ" 5จี มีความจำเป็นอย่างมาก
          วัตสัน ถิรภัทรพงศ์