ยุทธศาสตร์ชิงผู้นำโทรคม ดันรายได้3.4หมื่นล้าน/ปี

กรุงเทพธุรกิจ  อุตฯโทรคมไทยคึก มอง "5จี" จุดเปลี่ยนสำคัญ เร่งวางกลยุทธ์พร้อมหนุนบริการ "ซิสโก้" ประเมิน "5จี" ดันรายได้ต่อปีผู้ให้บริการโทรคมไทย มากถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ หรือกว่า 3.4 หมื่นล้านบาทภายในปี 2568
          แม้ก่อนหน้านี้ จะมีเสียงจากโอเปอเรเตอร์ รวมถึงนักวิชาการด้านโทรคมนาคมบางรายเห็นว่า การประมูล5จี ครั้งนี้เกิดขึ้นเร็วไป ด้วย 5จี ในมาตรฐานโลกยังเพิ่งเริ่มต้น  ขณะที่ไทยเองคลื่นความถี่ที่นำออกมาประมูล ยังไม่โดนใจผู้ให้บริการมากนัก แต่สุดท้ายเมื่อมองเหตุผลหลักนอกจาก ต้องร่วม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศตามนโยบายรัฐบาลแล้ว 5จี ถือเป็นแต้มต่อสำคัญที่ ได้ใจลูกค้าทั้งแง่ภาพลักษณ์ การรับมืออนาคต และบริการใหม่ๆ ที่ลูกค้าทั้งรายบุคคล และลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่จะได้รับประโยชน์
          โอเปอเรเตอร์ทั้ง 5 รายที่ร่วมประมูล 5จี ครั้งนี้ ทุกรายต่างมีโรดแมพ และยุทธศาสตร์สำหรับ 5จี ไว้แล้ว คาดว่าหลังเสร็จสิ้น การประมูลแผนงานที่ชัดเจนจะเริ่มปรากฏชัดมากขึ้น และจะเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งของอุตสาหกรรมโทรคมไทย
          บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส หรือ เอไอเอส พี่ใหญ่ของวงการ ล่าสุดรายงานผลประกอบการปี 2562 จบที่ 181,654.32 ล้านบาท  กำไรสุทธิ31,189.57 ล้านบาท โดยระบุไว้ในงบการเงินอย่างชัดเจนว่า การประมูลคลื่นความถี่ 5จี จะมีผลต่อเป้าหมายของการดำเนินงาน และคาดการณ์ด้านการเงินในปี 63 ของเอไอเอส
          เช่นเดียวกับ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค ที่รายงาน ผลประกอบการปี 2562 จบที่ 81,228.20 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,421.89 ล้านบาท ดีแทคระบุไว้ในงบการเงินว่าแนวโน้ม ปี 2563 ดีแทคจะมุ่งสร้างการเติบโตรายปี รวมทั้งการวางรากฐาน และเตรียมพร้อมสำหรับ 5จี โดยให้ความสำคัญการไม่หยุดพัฒนา ประสบการณ์ใช้งานของลูกค้า และเตรียมความพร้อมสำหรับปี 2564 และ ปีต่อๆ ไป ที่รวมไปถึงการมองหาโอกาส การเติบโตใหม่ๆ
          บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น รายได้ไตรมาส 3 ล่าสุด อยู่ที่ 115,980.31 ล้านบาท กำไรกำไรสุทธิ 5,426.46 ล้านบาท โดย 5จี จะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญของกลุ่มทรู ในการต่อยอดบริการ ดิจิทัลที่มีอยู่หลากหลาย ที่ผ่านมา ทรู แสดงตัวมาตลอดว่าต้องการเป็นผู้นำ 5จี (True5G) โดยเห็นว่า ยิ่งมีปริมาณแบนด์วิธ ที่มากขึ้นจะยิ่งเสริมความแข็งแกร่งและ รักษาความเป็นผู้นำตลาดด้านเน็ตเวิร์ค เพราะ หมายถึงรองรับจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้น รองรับ ความต้องการใช้งานดาต้าของลูกค้าที่เติบโตขึ้นด้วย
          จับตา 2 รสก. ประมูลครั้งแรก
          ขณะที่ ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โทรคมไทย ที่รัฐวิสาหกิจ โทรคมไทยทั้ง บมจ.ทีโอที และบมจ. กสท โทรคมนาคม เข้าร่วมประมูล 5จี ครั้งนี้ด้วย
          ทีโอที รายงานผลประกอบการปี 62 จบที่ 67,847 ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,896 ล้านบาท และคาดว่าปี 2563 จะมีรายได้อยู่ที่ 55,000 ล้านบาท โดยมีการวางแผนเงินลงทุนไว้ที่ 8,000 ล้านบาท โดยผู้บริหารระดับสูง ทีโอที ออกมาแสดงความพร้อมเต็มที่ ในวันประมูล 16 กพ.นี้ แม้จะประมูลเป็น ครั้งแรก เพื่อต้องการต่อยอดธุรกิจเดิมของ ตัวเอง
          ด้าน บมจ.กสท โทรคมนาคม คาดการณ์ว่า ปี 2563 รายได้จะจบที่ 39,600 ล้านบาท ซึ่ง 5จี ก็จะเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจของ กสท ด้วยเช่นกัน ล่าสุด กสทฯ ได้ลงนาม ในข้อตกลงไตรภาคีกับบริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ALT ผู้ให้บริการ โครงสร้างด้านโทรคมนาคมของไทย และ edotco Group Sdn Bhd ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมขนาดใหญ่ ของมาเลเซีย เพื่อร่วมพัฒนาบริการเครือข่าย 5จี ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศด้วย
          อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 รัฐวิสาหกิจนั้นยังอยู่ในกระบวนการควบรวม ซึ่งการประมูลครั้งนี้ ทั้ง 2 รายจะไม่ประมูลคลื่นความถี่ที่ซ้ำกัน ทีโอที และกสท เองยังถูกวางตัวจากรัฐบาล โดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส ต้องการให้ทีโอที และกสท ใช้ 5จี เพื่อสร้างประโยชน์บริการสาธารณะเป็นหลัก
          ส่องแนวโน้ม5จี อาเซียน-ทั่วโลก
          อย่างไรก็ตาม เมื่อมองภาพรวมของ 5จี ทั่วโลก เริ่มมีความตื่นตัวตั้งแต่ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ให้บริการในเอเชีย ออสเตรเลีย ยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกาเหนือ เข้าสู่ 5จี ส่วนเกาหลีใต้มีการใช้งานเพิ่มขึ้น อย่างรวดเร็วนับตั้งแต่เริ่มเปิดใช้งานเมื่อ เม.ย.ปี 62 ที่ผ่านมา โดยมีรายงานว่ามีจำนวน ผู้ใช้งาน 5จี กว่า 3 ล้านคนแล้ว ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 62
          ขณะที่ การเปิดตัวระบบ 5จี ในจีนเมื่อปลายเดือนต.ค.ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีการอัพเดตตัวเลขประมาณการผู้ใช้ 5จี สำหรับสิ้นปี 2562 เพิ่มจาก 10 ล้านคนเป็น 13 ล้านคน
          "เจมส์ อู๋" ประธานบริหารหัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ปี 2563 ของอาเซียนจะเป็นช่วงเวลาสำคัญยิ่งในอุตสาหกรรมไอซีที เป็นปีสำคัญของการเริ่มต้นใช้งาน 5จี เชิงพาณิชย์วงกว้าง
          คาดการณ์ว่าปี 2568 ธุรกิจทุกอุตสาหกรรมจะย้ายขึ้นบนคลาวด์ กว่า 85% ของการใช้แอพพลิเคชันองค์กรธุรกิจจะเกิดขึ้นบนคลาวด์ ทั้งสิ้น การนำ 5จี มาใช้ควบคู่คลาวด์และ เอไอ จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพ คุณภาพการทำธุรกิจ สร้างระบบนิเวศที่พร้อมรองรับความต้องการและขนาดธุรกิจยุคอัจฉริยะด้วย อุตสาหกรรมไหนไม่ปรับตัวอาจพลาดโอกาส
          ขณะที่ ผลการศึกษา "5จี ในอาเซียน" ของซิสโก้ ชี้ว่า การเปิดตัวบริการ 5จี ช่วยเพิ่มรายได้ต่อปีของผู้ให้บริการโทรคมนาคมในไทยได้มากถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ (หรือกว่า 34,000 ล้านบาท) ภายในปี 2568 เพราะรองรับการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้น 50 เท่า คุณลักษณะเด่น  3 ข้อที่สำคัญ คือ รับส่งข้อมูลที่รวดเร็ว การหน่วงเวลาต่ำ และการเชื่อมต่อที่ใช้ พลังงานต่ำ
          โดยคาดว่าการเติบโตระยะแรกหลังปรับใช้ เทคโนโลยี 5จี จะมาจากลูกค้าระดับสูงที่มีอุปกรณ์รองรับ และฐานลูกค้าจะค่อยๆ ขยายตัวเมื่ออุปกรณ์ที่รองรับมีราคาลดลง จึงคาดว่า สัดส่วนการใช้งาน 5จี จะอยู่ที่ประมาณ 25 ถึง 40% ในประเทศหลักๆ ของภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2568 โดยไทยสัดส่วนการใช้งาน 5จี จะมีถึง 33% และคาดว่าจำนวนลูกค้า 5จี ทั้งหมดในภูมิภาคอาเซียนจะเกิน 200 ล้านราย ในปี 2568