5Gดันเศรษฐกิจสะพัด 2.3ล้านลบ./AISปึ้ก!พร้อมชิงประมูล

 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เตรียมเปิดประมูลคลื่นความถี่ในการพัฒนาเทคโนโลยี 5G ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 นี้ โดยมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 5 ราย เข้าร่วม ประกอบด้วย บริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ทียูซี) บมจ. ทีโอที บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด (ดีทีเอ็น)  และบมจ.กสทโทรคมนาคม หรือแคท และบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค หรือ เอดับบลิวเอ็น
          ขณะที่ ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยว่า หากสามารถเปิดบริการ 5G ได้ภายในครึ่ง ปีหลังจะกระตุ้นการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นในปีนี้
          พร้อมกล่าวเตือนว่า การเปิดประมูล 5G ต้องกำหนดการขายไลเซ่นส์ให้เหมาะสมกับขนาดของเศรษฐกิจไทยและคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในอนาคตให้ดี ใบอนุญาตไม่มากเกินไปจนเกิดปัญหาในธุรกิจแบบกิจการทีวีดิจิทัล เกิดปัญหาต่อรองการคืนใบอนุญาตพร้อมเรียกร้องเงินชดเชย รายได้ระยะสั้นของรัฐจากการประมูล 5G ประมาณ 70,000-80,000 ล้านบาท ไม่สำคัญเท่ากับผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวมและ รายได้ในระยะยาวและใบอนุญาตต้องไม่น้อยเกินไปจนไม่ก่อให้เกิดการแข่งขันในการให้บริการในอนาคต โดยในระยะแรก ผู้ชนะการประมูลไลเซ่นส์จำเป็นต้องลงทุนโครงข่ายพื้นฐานในการรองรับ 5G ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนสูง หากผู้ชนะประมูลไม่มีฐานะทางการเงินมั่นคงหรือฐานทุนใหญ่พออาจประสบปัญหาในการลงทุนช่วงแรกได้ ทำให้การเปิดบริการ 5G อาจล่าช้าออก
          ทั้งนี้ข้อมูลวิจัยจากการร่วมมือกันของ IHS Markit, และมหาวิทยาลัยชั้นนำของสหรัฐต่างๆ เช่น UCLA Berkeley และหน่วยงานของ UN ประเมินว่า ว่า 5G จะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ในอนาคตและเป็น เทคโนโลยีสำหรับบริการเกือบทุกประเภท
          สำหรับการประมูล การลงทุนและการเปิดให้บริการ 5G ในไทยนั้น ประเทศไทยน่าจะได้รับประโยชน์ในเชิงมูลค่าเศรษฐกิจประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท ภายในปี พ.ศ. 2578 โดยแบ่งเป็นผลประโยชน์จากเทคโนโลยี Enhanced Mobile Broadband (eMBBmMTC) และ Massive Machine Type Communications (uRLLC)ได้ประมาณ 830 พันล้านบาท 677 พันล้านบาท และ 812 พันล้านบาท โดยคาดว่าจะมีการลงทุนเกี่ยวกับเทคโนโลยี 5G ในช่วงปี พ.ศ. 2563-2564 ไม่ต่ำกว่า 200,000 - 300,000 ล้านบาท
          ก่อนหน้านี้ มีรายงานจาก บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส แจ้งผลประกอบการ ปี 2562 ว่า เอไอเอส มีรายได้รวม 183,432 ล้านบาท เติบโตขึ้น 8% จากปีก่อน โดยธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ เติบโต 4.2% เทียบกับปีก่อน ทำให้ เอไอเอสยังครองส่วนแบ่งการตลาด อันดับ 1 ทั้งด้านรายได้ และจำนวนผู้ใช้บริการ โดยปัจจุบันมีจำนวนลูกค้าโทรศัพท์มือถือมากที่สุดในตลาดอยู่ที่ 42 ล้านเลขหมาย และยังคงมีแนวโน้มของลูกค้าเติมเงินที่เปลี่ยนไปใช้บริการระบบรายเดือนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้บริษัทพร้อมประมูลคลื่น 700 MHz เพื่อเตรียมรองรับการขยายเครือข่ายในอนาคต ช่วยเสริมความเป็นผู้นำให้ เอไอเอสด้วยการมีคลื่นความถี่มากที่สุดในอุตสาหกรรม