"ดีอีเอส"ถกไอเอฟซี กรอบ"การเงิน-5จี"

กรุงเทพธุรกิจ "ดีอีเอส"ถกบรรษัท การเงินหากรอบความร่วมมือสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล หวังต่อยอดจาก 5จีไปสู่การลงพื้นที่ในโครงการดิจิทัลในอีอีซี ล่าสุดประชุมสาธารณสุข ดึงการใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้าแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ป่วยกับสถานพยาบาล ยันความปลอดภัยต้องมีที่หนึ่งไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลผ่านการใช้คลาวด์กลางจีดีซีซี
          นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวภายหลังให้การต้อนรับนายวิกราม คูมาร์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและเมียนมาจากบรรษัทเงินทุนระหว่างประเทศ (ไอเอฟซี) ซึ่งเป็นการหารือเกี่ยวกับแนวทางในการสร้าง ความร่วมมือด้านการเงินสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การพัฒนา เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน และการพัฒนาระบบ 5จี เป็นต้น
          นอกจากนี้ สิ่งที่กระทรวง ดีอีเอสได้นำเสนอโครงการที่กำลังดำเนินอยู่ คือ การทดลอง 5จี ณ ศูนย์ทดลองในอ.ศรีราชา จ.ชลบุรี โครงการดิจิทัลพาร์คและดิจิทัล วัลเลย์ในเขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก (อีอีซี) โครงการเมืองอัจฉริยะ และระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (จีดีซีซี) ให้ผู้แทนไอเอฟซี รับทราบ
          ทั้งนี้ นายวิกราม ระบุว่า ไอเอฟซี ยินดีที่จะสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่กระทรวงฯ สำหรับการวางแผนด้านการเงินเพื่อลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น นอกจากนั้น ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงโอกาสในการสร้างความร่วมมือระหว่างกัน และการร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้น
          พร้อมกันนี้ กระทรวงดีอีเอส ได้ประชุมร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับความร่วมมือการจัดการระบบสารสนเทศเพื่อการเชื่อมโยงข้อมูลผู้เข้ารับการรักษาพยาบาล โดยการประชุม ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่จะกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันของ ทั้ง 2 กระทรวงผ่าน การพัฒนาการใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊ก ดาต้า) เพื่อการสาธารณสุข ด้วยโครงการแลกเปลี่ยน ข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาล
          โดยนำข้อมูลสรุปการรักษาพยาบาล ของผู้ป่วยจากระบบของโรงพยาบาล ทั้งภาครัฐ และเอกชนไปจัดเก็บ ไว้ในระบบคลาวด์กลาง เพื่ออำนวย ความสะดวกให้กับประชาชนและสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการสามารถ เข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพและการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วย ก่อนนำมาใช้ประกอบการรักษาพยาบาลได้อย่าง ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ
          โดยการหารือดังกล่าวถือเป็นการตอกย้ำความเข้าใจร่วมกันเรื่องการจัดการ ระบบสารสนเทศเชื่อมโยงข้อมูลผู้เข้ารับการ รักษาพยาบาล โดยมีประเด็น ที่จะต้องเร่งดำเนินการคือ การ ปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของ ผู้เข้ารับการรักษาพยาบาล ซึ่งการนำ ข้อมูลสรุปการรักษาพยาบาล มาจัดเก็บไว้ใน คลาวด์ส่วนกลาง แพทย์ไม่สามารถนำข้อมูลไป ใช้ได้จนกว่าผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลจะยืนยันตัวตนและอนุญาต เท่านั้น
          การดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนข้อมูลประวัติการรักษาพยาบาลนั้นขอยืนยันว่าจะเป็นไปตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล อย่างแน่นอน พร้อมกันนี้ ยังมีการติดตามความคืบหน้าของโครงการฯ และเชิญชวน โรงพยาบาลต่างๆ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแลกเปลี่ยนข้อมูลผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลในโครงการดังกล่าว

          บรรยายใต้ภาพ 
          อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย