บล.ไอร่าแนะสะสมหุ้นปันผลเด่น

 ผู้จัดการรายวัน360 -  บล.ไอร่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยเดือนก.พ. มีแนวโน้มฟื้นตัว หลังดัชนีร่วงต่ำ 1,500 จุด มีระดับ P/E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังที่ 18 เท่า บวกเข้าฤดูการประกาศจ่ายปันผล ส่งผลให้เกิดแรงเก็งกำไรหุ้นปันผล โดยเฉพาะหุ้นที่ราคาหุ้นปรับตัวลงมาแรง มีผลตอบแทนสูงกว่า 5% และให้แนวรับ 1,485 จุด แนวต้าน 1,566 จุด พร้อมจัดพอร์ตหุ้นน่าลงทุน 3 กลุ่มเด่น ชูกลุ่ม Dividend-รับเหมาก่อสร้าง-Health Care Play
          ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ไอร่า จำกัด (มหาชน) หรือ AIRA ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ว่า ดัชนีมีโอกาสฟื้นตัว หลังจากดัชนีปรับตัวหลุด 1,500 จุด จากปัจจัยบวกกระแสเงินทุนส่วนเกิน ทั้งจาก FED และ ECB ที่ยังคงส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายทางการเงินต่อเนื่อง รวมทั้งการประกาศผลประกอบการในไตรมาส 4/2562 ของหุ้นในกลุ่ม Real Sector ที่ทยอยออกมาจนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ และเป็นเข้าสู่ฤดูกาลการจ่ายเงินปันผล ซึ่งคาดว่ามีโอกาสเห็นแรงเก็งกำไร และซื้อคืนหุ้นที่ราคาปรับตัวลงมาแรงก่อนหน้าจนทำให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลอยู่ในระดับที่น่าสนใจ จึงประเมินการเคลื่อนไหวของดัชนีโดยให้แนวรับแรก 1,500 จุด และแนวรับถัดไป 1,485 จุด ส่วนแนวต้านแรกที่ 1,543 และ แนวต้านถัดไป 1,566 จุด
          "ในเดือนมกราคมที่ผ่านตลาดหุ้นไทยตื่นตระหนกกับปัจจัยลบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา และประเด็นในประเทศจากการเบิกจ่ายงบประมาณที่ต้องล่าช้าออกไป ซึ่งกดดันตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงต่ำกว่า  1,500 จุด ซึ่งถือเป็นระดับใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของ P/E ย้อนหลัง 5 ปี ที่ 18 เท่า"
          ส่วนประเด็นที่ยังคงต้องจับตาในเดือนนี้ อาทิ ประชุม กนง. ซึ่งมีความเป็นไปได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอย่างน้อย 0.25%, การประมูลคลื่น 5G, สถานการณ์การเมืองในประเทศ อาจส่งผลต่อการลงทุนและสร้างความผันผวนให้กับภาพรวมตลาดฯ ไทย และแนวโน้มราคาน้ำมัน มีโอกาสปรับขึ้นหากกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายระยะเวลาการลดการผลิตออกไปจากเดิมครบกำหนด มี.ค. 63
          ดังนั้น แนะนำกลยุทธ์ลงทุนโดยเน้นหุ้นกลุ่ม Dividend Play  เช่น JASIF, TOP, ORI, SPALI, SCB, AP และ BTS ที่ราคาปรับตัวลงมาแรงแล้วอัตราการจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับสูงกว่า 5% คาดว่าจะมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มดังกล่าวก่อนการประกาศจ่ายเงินปันผลในช่วงเดือน มี.ค.-เม.ย. 63 ถัดมาคือหุ้นรับเหมาก่อสร้าง เช่น CK, STEC, UNIQ และ SEAFCO เละสุดท้ายกลุ่ม Health Care Play เช่น BCH, CHG และ RJH ในฐานะ Defensive Stock จากรายได้ที่สม่ำเสมอ พร้อมประเด็นบวกจากการปรับขึ้นค่าเหมาจ่ายรายหัวประกันสังคม หนุนผลประกอบการปีนี้เติบโตโดดเด่น และทยอยสะสมหุ้นที่มีความน่าสนใจเฉพาะตัว ได้แก่ AOT, CBG, GPSC, SINGER, THG และ UNIQ.