บอร์ดTOTไฟเขียวประมูล5G ยันไม่ขายคลื่นให้รายอื่น ปั๊มรายได้ปีนี้ 5.5 หมื่นล้าน

บอร์ด TOT ไฟเขียวประมูล 5G ยันไม่ขายคลื่นให้รายอื่นทำธุรกิจแทนแน่นอน และไม่ลงทุนซ้ำซ้อนกับ CAT เหตุหลังควบรวมฯ ทำโครงการร่วมกัน พร้อมคาดปี 63 มีรายได้ 55,000 ล้านบาท พร้อมทุ่มงบลงทุน 8,000 ล้านบาท
          นายพิพัฒน์ ขันทอง กรรมการ และรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบให้เดินหน้าประมูลคลื่น 5G อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะประมูลคลื่นความถี่ใด โดยบริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านเอกสาร รวมถึงได้เสนอแผนธุรกิจ 5G ต่อบอร์ดแล้ว จากนั้นจะเสนอต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ต่อไป ทั้งนี้บริษัทมีฐานะการเงินที่ดี สามารถใช้เงินของบริษัทในการเข้าร่วมประมูลเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งเงินกู้จากสถาบันการเงิน
          สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2563 บริษัทคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 55,000 ล้านบาท และวางงบลงทุนไว้ที่ 8,000 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการอีอีซี, โครงการท่อร้อยสาย, โครงการดิจิทัล เซอร์วิส, โครงการโครงสร้างพื้นฐาน 5G และโครงการยกเลิกชุมสายทองแดง ขณะที่ในปี 2562 บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 67,847 ล้านบาท มีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษีเงินได้ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) อยู่ที่ 12,152 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,896 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันบริษัทยังคงเดินหน้าสรรหากรรมการผู้จัดการใหญ่ เนื่องจากผลของการควบรวมกิจการระหว่าง TOT กับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ยังไม่เสร็จสิ้น ขณะที่ความคืบหน้าการตรวจรับงานโครงการเน็ตชายขอบที่ทำกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อยู่ระหว่างการทำงานตรวจรับร่วมกัน ยอมรับว่าบางพื้นที่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่บางพื้นที่ก็ยังอยู่ระหว่างการหารือร่วมกัน
          ด้านนายชิต เหล่าวัฒนา กรรมการ TOT กล่าวว่า การลงทุน 5G จะมีการแบ่งและวางแผนการลงทุนในโครงการต่าง ๆ อย่างชัดเจน โดยหากเป็นโครงการเพื่อประโยชน์สังคมและสาธารณะ บริษัทจะขอให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนเงินลงทุน แต่หากเป็นโครงการของบริษัทเองก็จะใช้เงินของบริษัทเอง
          “ยืนยันว่าบริษัทจะไม่ขายคลื่นต่อให้คนอื่นทำธุรกิจแทนอย่างแน่นอน และการลงทุน 5G ก็ไม่ได้ซ้ำซ้อนกับ CAT เพราะต้องช่วยกันทำโครงการในอนาคตอยู่แล้ว หลังมีการควบรวมกิจการของทั้ง 2 บริษัท” นายชิต กล่าว
          นางณัฏฐ์ณัชชา ไชยประเสริฐ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานกฎหมาย TOT กล่าวถึงความคืบหน้าในการควบรวมกิจการระหว่าง TOT กับ CAT ว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการย่อย 13 คณะ ในการดูเรื่องต่าง ๆ เช่น ด้านบริการ การเงิน และ บุคลากร เพื่อไม่ให้การควบรวมเกิดผลกระทบต่อสวัสดิการของพนักงาน ขณะที่การว่าจ้างที่ปรึกษาได้ดำเนินการร่างสัญญาเสร็จแล้วในวงเงิน 30 ล้านบาท โดยทั้ง TOT และ CAT ออกค่าใช้จ่ายคนละ 50% เพื่อศึกษา 3 เรื่อง ได้แก่ เรื่องกฎหมาย และเรื่อง บุคลากร ทาง TOT เป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนที่ปรึกษาควบรวม ทั้งด้านการเงิน และ ยุทธศาสตร์ ทาง CAT เป็นผู้รับผิดชอบ