DTACพลิกกำไร5.4พันล. เตรียมความพร้อมลุย5G ประกาศปันผลครึ่งหลังปี 62 อีก 1.61 บาท

“ดีแทค” ประกาศงบปี 62 โชว์พลิกมีกำไรสุทธิ 5,422 ล้านบาท หลังโกยรายได้รวมปี 62 โต 82,146 ล้านบาท จ่ายปันผลครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 1.61 บาท ขึ้น XD วันที่ 11 ก.พ.นี้ และจ่ายวันที่ 24 เม.ย. 63 รวมเงินปันผลทั้งปี 62 หุ้นละ 2.87 บาท ส่วนกลยุทธ์ปี 63 เตรียมความพร้อมลุย 5G ตั้งเป้ารายได้เติบโตตัวเลขหลักเดียวในระดับต่ำ ทุ่มงบลงทุน 13,000-15,000 ล้านบาท
          นางอเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2562 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,422 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 4,369 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในปี 2562 ก่อนมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 15 และฉบับที่ 16 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,899 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.4% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,482 ล้านบาท เป็นผลมาจากการลดลงของต้นทุนค่าธรรมเนียมและค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ภายใต้สัมปทานที่สิ้นสุดลงแล้ว
          ขณะที่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้ตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 2562 อยู่ที่ 25,741 ล้านบาท ลดลง 9.3% จากปีก่อน ที่มี EBITDA อยู่ที่ 28,391 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านโครงข่าย ซึ่งเกิดจากการขยายโครงข่าย ตลอดจนต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ภายใต้สัญญาเช่าสินทรัพย์สัมปทาน อย่างไรก็ตามได้ถูกชดเชยบางส่วนจากต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง ส่งผลให้ EBITDA margin (ไม่รวมรายได้จาก CAT ภายใต้สัญญาเช่าสินทรัพย์สัมปทาน และรายได้ค่าเช่าเครือข่าย 2300 MHz จากบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT  ในปี 2562 เท่ากับ 35.6% ลดลงจาก 38.4% ในปีก่อน
          สำหรับรายได้รวมปี 2562 อยู่ที่ 82,146 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.1% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 75,290 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานหลัก และค่าเช่าเครือข่าย 2300 MHz จาก TOT โดยรายได้จากการให้บริการที่ไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (IC) อยู่ที่ 62,109 ล้านบาท ลดลง 1.6% จากปีก่อนที่มีรายได้อยู่ที่ 63,120 ล้านบาท
          ทั้งนี้ในปี 2562 บริษัทขยายสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300 MHz ของ TOT ได้ถึง 4,700 สถานีฐาน ทำให้ปัจจุบันสถานีฐานสำหรับรองรับคลื่น 2300 MHz ทั้งสิ้นประมาณ 17,400 สถานีฐานทั่วประเทศ และ ณ สิ้นปี 2562 บริษัทมีฐานลูกค้าจำนวนทั้งสิ้น 20.6 ล้านราย แบ่งเป็นฐานลูกค้าระบบเติม 14.2 ล้านเลขหมาย และฐานลูกค้าระบบรายเดือน 6.4 ล้านเลขหมาย
          “จากผลการดำเนินงานในปี 2562 แสดงให้เห็นว่าบริษัทได้กลับเข้าสู่สภาวะการเติบโตอย่างยั่งยืน ประสบการณ์ลูกค้ามีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพทางด้านโครงข่าย โดยยึดปัญหาของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง นอกจากนี้ลูกค้าทั้งในระบบเติมเงินและระบบรายเดือนยังให้การตอบรับที่ดีต่อการพัฒนาทางด้านโครงข่าย การพัฒนาช่องทางการจัดจำหน่าย และประสบการณ์ลูกค้า ด้วยการมุ่งเน้นที่คุณภาพการให้บริการและข้อเสนอที่ตรงใจลูกค้ามากขึ้น” นางอเล็กซานดรา ไรช์ กล่าว
          ขณะเดียวกันบริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับงวดผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังปี 2562 ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-31 ธ.ค. 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.61 บาท ซึ่งจะจะจ่ายจากกำไรสะสมของบริษัทส่วนที่ได้หักผลขาดทุนสุทธิ ยกมาไม่เกิน 5 ปีก่อนรอบระยะเวลาบัญชีปีปัจจุบัน โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD หรือผู้ซื้อไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผลวันที่ 11 ก.พ. 2563 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 เม.ย. 2563 ซึ่งเมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล งวดวันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.26 บาท ส่งผลให้ในปี 2562 บริษัทจ่ายเงินปันผลทั้งสิ้นในอัตราหุ้นละ 2.87 บาท
          สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2563 บริษัทมีความมุ่งหวังที่จะสร้างการเติบโตรายปี รวมทั้งการวางรากฐานและการเตรียมความพร้อมสำหรับ 5G โดยบริษัทจะให้ความสำคัญกับการไม่หยุดพัฒนาประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า การเตรียมความพร้อมสำหรับปี 2564 และปีต่อ ๆ ไป ตลอดจนการมองหาโอกาสในการเติบโตใหม่ ๆ
          โดยในปี 2563 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตสำหรับรายได้จากค่าบริการไม่รวมค่าไอซีในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับต่ำ (low single-digit) ขณะที่ EBITDA คาดการณ์การเติบโตในอัตราร้อยละที่เป็นตัวเลขหลักเดียวในระดับกลาง (mid single-digit) ส่วนเงินลงทุน (CAPEX) ประมาณการไว้ที่ 13,000-15,000 ล้านบาท