เก็บหุ้นมือถือถือไม่ถึงเดือนรับยีลด์สูง2%

บล.กรุงศรีฯ แนะเก็บหุ้นกลุ่มมือถือ DTAC ADVANC ยีลด์สูง 1.8-2.0% ถือไม่ถึงเดือน หลังราคาหุ้นถูกถล่มปรับลงจากความกังวลแข่งประมูลคลื่น 5 จีดันรายจ่ายพุ่ง มองไม่น่ากังวลเหตุยังมีคลื่น 3500 MHz รอประมูลปลายปี
          บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรีอยุธยาฯ (KSS) ระบุว่าในช่วงเข้าสู่การประกาศจ่ายเงินปันผล "หุ้นกลุ่มมือถือ" เป็นกลุ่มที่ให้ผลตอบแทนที่สูง หลังจากราคาปรับตัวลงเกินพื้นฐานจากความกังวลว่าการประมูลคลื่น 5 จีในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 จะสู้ราคากันรุนแรงจนอาจทำให้ค่าใช้จ่ายออกมาสูง และกังวลว่าบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) (บมจ.) หรือ TOT และ บมจ. กสท โทรคมนาคม หรือ CAT จะเข้าไปประมูลด้วย
          อย่างไรก็ดี KSS ไม่ได้กังวลเพราะมองว่าคลื่น 2600 MHz ที่นำมาประมูล ไม่ใช่คลื่นความถี่เดียวที่โอเปอเรเตอร์อยากได้ ยังมีคลื่น 3500 MHz ภายใต้การดูแลของไทยคม 5 ที่จะหมดสัญญาสัมปทานในเดือนกันยายน 2564 ซึ่งโดยปกติต้องนำมาประมูลก่อน อย่างช้าที่สุดอาจเห็นการประมูลคลื่น 3500 MHz ภายในปลายปีนี้
          "ในมุมเรา ไม่คิดว่าโอเปอเรเตอร์จะแข่งขันกันรุนแรงเพื่อให้ได้คลื่น 2600 MHz จนทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น เพราะยังมีคลื่น3500 MHz รออยู่ และไม่คิดว่า CAT กับ TOT จะเข้ามาแข่งกับโอเปอเรเตอร์เจ้าหลัก แต่น่าจะเอาคลื่น 700 MHz ที่กสทช.จะนำมาประมูลมากกว่า หรือต่อให้เข้ามาจริง ฐานเงินก็สู้โอเปอเรเตอร์เจ้าหลักไม่ได้" บล.กรุงศรีฯ ระบุ
          ขณะที่บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ DTAC ที่มีข่าวลือออกมาก่อนหน้าว่าอาจไม่เข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 5 จีหลังจากที่ซีอีโอ "นางอเล็กซานดรา ไรช์" ลาออก แต่บริษัทมองว่าผู้ประกอบการทั้ง 3 รายหลัก จะเข้าร่วมประมูลใบอนุญาต 5 จีในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ โดยใช้สมมติฐานในกรณีฐานดังนี้ (1) ผู้ประกอบการแต่ละรายจะประมูลให้ได้ใบอนุญาตคลื่น 2600 MHz (หรือ 2x60 MHz) รายละ 6 ใบ ซึ่งจะเพียงพอสำหรับให้บริการ 5G (2) ไม่มีผู้เล่นใหม่เข้ามาแข่ง และใบอนุญาตแต่ละใบจะมีราคา 10% สูงกว่า reserve price หรือ 1.2289 หมื่นล้านบาท และ (3) ค่า amortization จะอยู่ที่ปีละ 819 ล้านบาท โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2020
          บริษัทประเมินกำไรธุรกิจหลักรวมของกลุ่มมือถือในไตรมาส 4/2562 คาดจะเพิ่มขึ้น 58% YoY แต่ลดลง 3.3% QoQ เป็น 9.7 พันล้านบาทในไตรมาส 4/2562 คาดกำไรของบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ ADVANC และ DTAC จะลดลง 8-9% QoQ ในขณะที่คาดว่าบมจ.ทรู คอร์ปอ เรชั่น หรือ TRUE จะพลิกมามีกำไร 50 ล้านบาทในไตรมาส 4/2562 จากที่ขาดทุน 445 ล้านบาทในไตรมาส 3/2562
          ราคาหุ้นกลุ่มมือถือที่ปรับลงมามากเกินจริง เมื่อเทียบกับเงินปันผลที่จ่าย ทำให้อัตราเงินปันผลตอบแทน (Yield) ของกลุ่มนี้อยู่ที่ 4-5% ของราคาหุ้นในขณะนี้
          "หุ้น ADVANC คาดจะจ่ายเงินปันผลหุ้นละเกือบ 4 บาท เมื่อเทียบราคาปัจจุบัน อัตราผลตอบแทน (Yield)ประเมินขั้นต่ำจะอยู่ที่ 1.8% ในระยะเวลาถือไม่เกินเดือน (ขั้นต่ำ 3.6% ต่อปีสำหรับการจ่าย 2 งวด) โดยนับวันประกาศงบวันที่  6 กุมภาพันธ์ 2563 ก่อนขึ้นเครื่องหมาย XD และกำหนดวันจ่ายปันผล หลังจากขึ้น XD อีก 2 สัปดาห์ นอกจากนี้มีโอกาสที่ ADVANC จะจ่ายเงินปันผลได้มากกว่า 4 บาท (ปันผลจ่ายไม่ต่ำกว่า 70% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม) ขณะที่ DTAC คาดจ่ายปันผลหุ้นละ 1.35 บาท Yield 2% ในระยะการถือไม่ถึงครึ่งเดือนเช่นกัน (4% ต่อปีจ่าย 2 งวด )"
          บล.กรุงศรีฯ แนะนำให้ซื้อสะสม ADVANC (ราคาเป้าหมาย 257 บาท) DTAC (ราคาเป้าหมาย 67 บาท) และ INTUCH (ราคาเป้าหมาย 81 บาท) โดย TOP PICK คงแนะนำให้ซื้อ DTAC โดยมองว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาเป็นโอกาสให้เข้าซื้อ