ปิ๊งทำงานที่บ้านลดมลพิษฝุ่นพุ่งกทม.เกินหลายเขต

ภูมิใจไทย'เดินหน้าผลักดันแนวคิดหนีฝุ่นพิษ พีเอ็ม 2.5 นั่งทำงานที่บ้านแทนออฟฟิศสัปดาห์ละ 1 วัน ไม่ต้องขับรถเข้าเมือง
          ฝุ่นจิ๋วกทม.พุ่งเกินหลายเขต
          เมื่อวันที่ 18 มกราคม กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานสภาพอากาศพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ว่าผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศในพื้นที่ คพ.ร่วมกับ กทม.จำนวน 54 สถานี ตรวจวัดค่าได้ 41-86 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) (ค่ามาตรฐานไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม.) โดยปริมาณฝุ่นละอองในภาพรวมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกือบทุกพื้นที่เมื่อเทียบกับช่วงเช้าของวันนี้ พื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นละอองอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือพื้นที่สีส้ม 41 สถานี โดย 5 ลำดับ พื้นที่ที่มีปริมาณฝุ่นสูงสุดคือ 1.เขตพระนคร 86 มคก./ลบ.ม. 2.เขตวังทองหลาง 79 มคก./ลบ.ม. 3.เขตบึงกุ่ม 74 มคก./ลบ.ม. 4.เขตคลองเตย 73 มคก./ลบ.ม. และ 5.เขตหลักสี่ 72 มคก./ลบ.ม.
          สำหรับสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือพบว่าคุณภาพอากาศมีค่าอยู่ในเกณฑ์ดีมากถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีเขียว (คุณภาพอากาศดี) 7 พื้นที่ พื้นที่สีส้ม (คุณภาพอากาศเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) 6 พื้นที่ และพื้นที่สีเหลือง (คุณภาพอากาศปานกลาง) 4 พื้นที่ ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวควรลดทำกิจกรรมกลางแจ้งและติดตามสถานการณ์ฝุ่นละอองอย่างใกล้ชิด คพ.ยังรายงานสถานการณ์และแจ้งประสานข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการควบคุม กำกับ ดูแล ภารกิจตามมาตรการ "ภายใต้แผนปฏิบัติการ ขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ" อย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองให้กลับสู่ปกติ
          ฝุ่นหนาแน่นเกิดภาวะ'ฝาชีครอบ'
          นายประลอง ดำรงค์ไทย อธิบดี คพ.กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 วันที่ 18 มกราคม มีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเมื่อวันที่ 17 มกราคม สาเหตุของการเพิ่มขึ้นของค่าฝุ่นละอองจนมีค่าอยู่ในเกณฑ์ที่เริ่มจะมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เป็นดังนี้ 1.เกิดภาวะลมสงบต่อเนื่องจากช่วงหัวค่ำของเมื่อวันที่ 17 มกราคม ในหลายพื้นที่ของ กทม.และปริมณฑล ทำให้การกระจายตัวของฝุ่นละอองลดต่ำลง ประกอบกับสภาพความกดอากาศในพื้นที่ประเทศไทยเมื่อคืนวันที่ 17 มกราคม เกิดภาวะฝาชีครอบ (Inversion) ในระดับต่ำกว่า 1 กม. ทำให้มีการสะสมตัวของฝุ่นละอองตั้งแต่ช่วงค่ำต่อเนื่องมาจนถึงเช้าของวันที่ 18 มกราคม เพิ่มสูงขึ้น 2.สาเหตุจากการจราจร ในช่วงหัวค่ำของเมื่อวันศุกร์ที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา สถานการณ์การจราจรติดขัดมากที่สุดในรอบสัปดาห์ของวันทำงาน ดัชนีรถติดสูงสุดที่ 7.2 หมายถึงสถานการณ์การจราจรในภาพรวมของ กทม.และปริมณฑลในหลายเส้นทางติดขัดและเคลื่อนตัวช้า
          อธิบดี คพ.กล่าวว่า สถานการณ์ช่วงเที่ยงไปตลอดบ่ายวันที่ 18 มกราคม การฟุ้งกระจายตัวของฝุ่นละอองเริ่มดีขึ้นเนื่องจากหลายพื้นที่ใน กทม.และปริมณฑลได้รับอิทธิพลลมตะวันออกเฉียงใต้ความเร็วสูงสุด 10-20 กม./ชม. จากข้อมูลการพยากรณ์อากาศรายสัปดาห์พบว่า ช่วงวันที่ 18-19 มกราคม บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ประกอบกับลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนพัดความหนาวเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยเข้าปกคลุมภาคเหนือ ส่วนในช่วงวันที่ 22-24 มกราคม บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันออกลงสู่ทะเลจีนใต้มากยิ่งขึ้น ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคตะวันออกและภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง
          แพทย์แนะ4กลุ่มโรคระวังป่วย
          ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ขจรศักดิ์ แก้วจรัส รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า กรณีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สูงในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล กรมควบคุมโรคมีความห่วงใยประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ จึงสั่งการไปยังหน่วยงานในสังกัดให้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยง เนื่องจากค่า PM2.5 แต่ละจุดในแต่ละเวลามีความแตกต่างกัน สำหรับประชาชนสังเกตอาการบุคคลในครอบครัวที่ป่วยด้วย 4 กลุ่มโรคสำคัญ ดังนี้ 1.กลุ่มโรคหัวใจ และหลอดเลือด เช่น เหนื่อยง่าย หัวใจเต้นเร็ว 2.กลุ่มโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก น้ำมูกไหล แสบจมูกและลำคอ 3.กลุ่มโรคผิวหนังอักเสบ เช่น อาการคันตามร่างกาย มีผื่นแดงตามร่างกาย และ 4.กลุ่มโรคตาอักเสบ เช่น อาการแสบหรือคันตา น้ำตาไหล และตาแดง หากสงสัยหรือมีอาการผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
          ภท.ชูแนวคิด'อนุทิน'ทำงานบ้าน
          พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ว่า แนวทางการรับมือปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เคยเสนอแนวคิดให้คนทำงานที่บ้านเป็นแนวคิดที่ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี โดยอยู่ในแนวนโยบายของ ภท.ให้ประชาชนทำงานสัปดาห์ละ 4 วัน อีก 1 วัน ให้ทำงานที่บ้านหรือทำงานจุดต่างๆ ตามชานเมือง ที่เรียกว่า Co-Working Space ภท.จะผลักดันเต็มที่แน่นอน เมื่อคนไม่ต้องเข้ามาทำงานในเมืองจะเป็นการช่วยลดมลพิษทางอากาศได้เพราะไม่ต้องขับรถเข้ามาในเมือง หรือใครที่ไม่ขับรถมาทำงานเองอยู่แล้วเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แล้วยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของบริษัทผู้ประกอบการ นายจ้าง ได้อีกด้วย ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ เพราะมีคนมาทำงานที่ออฟฟิศน้อยลง โดยคนที่ทำงานที่บ้านสามารถติดต่อสื่อสาร ประชุม ส่งข้อมูลผ่านเทคโนโลยีที่มีอยู่ในปัจจุบันได้อย่างง่ายดาย
          "เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเกิดระบบอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง เกิดระบบ 5G ทำให้คนไม่จำเป็นต้องออกไปทำงานที่ออฟฟิศอีกต่อไป อยู่ที่บ้านหรืออยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ เรามี Co-working space มีระบบสื่อสารที่ติดต่อส่งข้อมูลถึงกันได้แบบ Real time สามารถประชุมแบบเห็นหน้ากันได้ด้วยระบบ VDO Conference หรือเพียงแค่สมาร์ทโฟน เครื่องเดียวกับสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่มีคุณภาพ สิ่งสำคัญหนึ่งที่ช่วยให้แนวนโยบายทำงานที่บ้านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพคือโครงการ Smart City เพราะจะทำให้อินเตอร์เน็ตความเร็วสูงกระจายอยู่ทุกเมืองทั่วประเทศ ดังนั้นโครงการ Smart City จึงมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะช่วยให้นโยบายด้านอื่นๆ ขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น รัฐจะต้องดำเนินการให้โครงการดังกล่าวสำเร็จสมบูรณ์โดยเร็ว" โฆษกพรรค ภท.กล่าว
          3จว.เหนือ-หมอกควัน-ไฟป่าสูง
          ศูนย์ควบคุมสถานการณ์หมอกควันและไฟป่าภาคเหนือ กองทัพภาคที่ 3 รายงานว่า สาเหตุค่าอากาศอยู่ในระดับเริ่มมีผลต่อสุขภาพ (สีส้ม) ดังนี้ จ.แพร่ เกิดจากความกดอากาศสูง สภาพอากาศไม่ถ่ายเท มีการบริหารการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่การเกษตร พบไฟไหม้บริเวณใกล้พื้นที่ริมเขตทางหลวง 1023 ตอน แพร่-แยกแม่แขม กม.41+400 ต.ห้วยอ้อ อ.ลอง เพลิงลุกไหม้บริเวณพื้นที่สวนสักริมทางหลวง ส่วน จ.ตาก มีประกาศห้ามเผาออกมาในห้วงวันที่ 13-27 ม.ค. มีการบริหารการจัดการเชื้อเพลิง ความกดอากาศสูง ทำให้สภาพอากาศไม่ถ่ายเท ขณะนี้ได้จัดทำโครงการส่งเสริมหยุดการเผาในพื้นที่เกษตร ประกาศห้ามเผา รวม 72 วัน ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.-30 เม.ย.2563 และ จ.ลำปาง ความกดอากาศสูง ทำให้สภาพอากาศไม่ถ่ายเท เร่งทำความเข้าใจการบังคับใช้กฎหมายสำหรับ ผู้ที่ฝ่าฝืนหรือกระทำความผิด
          สำหรับ จ.เชียงใหม่ ที่สถานการณ์คลี่คลายไปได้ 3 วัน ล่าสุดค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กเริ่มกลับมาส่งผลต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่อีกครั้ง ค่าดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI วัดได้ 151 มีการแจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งทุกชนิด
          สนธิกำลังระดมดับไฟป่าราชบุรี
          ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าของไฟป่าที่ จ.ราชบุรี นายลือชา วงศ์เปี่ยม ปลัดอำเภอปากท่อ ฝ่ายความมั่นคง นายสุชาติ บัวบาง หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ รบ.3 (พุยาง) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ปากท่อ และเจ้าหน้าที่ อบต.ยางหัก นำรถดับเพลิงสนับสนุน ร่วมกับตำรวจ สภ.ปากท่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สมาชิกเครือข่ายป่าชุมชนบ้านตากแดด ราษฎรจิตอาสากว่า 40 คน สนธิกำลังนำอุปกรณ์เข้าไปดับไฟป่าบริเวณบ้านวังปลาช่อน หมู่ 1 ต.ยางหัก อ.ปากท่อ เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หลังเกิดไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็วไปแล้วกว่า 700 ไร่ ตั้งแต่วันที่ 17 ม.ค. สาเหตุไฟลุกลามอย่างรวดเร็วน่าจะเกิดจากกิ่งไม้แห้งที่ติดไฟได้ง่ายจากภาวะภัยแล้ง และสะเก็ดไฟที่ถูกกระแสลมพัดปลิวไปตกนอกเขตแนวกันไฟที่เจ้าหน้าที่ได้ทำไว้ บางจุดไฟได้เผาผลาญพื้นที่ป่าไปประมาณ 30 ไร่ จึงได้ช่วยกันทำแนวกันไฟระยะทางยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร จนแล้วเสร็จ ช่วงขณะเดินทางกลับพบไฟป่าเกิดขึ้นอีก 1 จุด บริเวณรอยต่อบ้านยางคู่ หมู่ 6 และบ้านห้วยศาลา หมู่ 7 จึงนำกำลังทั้งหมดเข้าไปช่วยกันดับไฟไว้ได้ มีพื้นที่ความเสียหายประมาณ 30 ไร่ จากนั้นจึงทำแนวกันไฟประมาณ 1 กิโลเมตร
          คลองเชื่อมน้ำยมแห้งขอด
          ที่ จ.พิจิตร สถานการณ์ภัยแล้งในลำคลองหนองคล้า-หนองโสน อ.สามง่าม ระยะทางยาว 102 กิโลเมตร เชื่อมต่อจากแม่น้ำปิง จ.กำแพงเพชร ล่าสุดปลายทางแม่น้ำยมที่ อ.สามง่าม แห้งขอดลงอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากฝายชะลอน้ำบริเวณบ้านหนองโสนสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เกิดพังทลายลงในช่วงน้ำหลากที่ผ่านมา ชาวบ้านและเกษตรกร 5 หมู่บ้านกว่า 300 ครัวเรือนขาดแคลนน้ำ ต่อมาธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรจังหวัดพิจิตรจัดสรรงบประมาณ 2 แสนบาท ให้ชาวบ้านสร้างฝายมีชีวิต บริเวณลำคลองหนองคล้า-หนองโสน หมู่ 17 ต.หนองโสน อ.สามง่าม ทดแทนฝายที่พังเป็นการชั่วคราว
          ฉีดละอองน้ำรอบลานย่าโม
          ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา เทศบาลนครนครราชสีมาได้เปิดสปริงเกลอร์พ่นละอองน้ำที่ติดตั้งไว้รอบลานย่าโม และที่หลังคาศาลาทรงไทยด้านข้างอนุสาวรีย์ เพื่อลดค่าฝุ่น PM2.5 ในเขตตัวเมืองนครราชสีมา หลังพบค่าฝุ่นละอองมลพิษในเขตเมืองโคราชติด 1 ใน 3 ของจังหวัดภาคอีสานที่มีค่ามลพิษสูงเกินมาตรฐาน
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตรวจวัดสภาพอากาศในเขต อ.เมืองเลย ดัชนีคุณภาพทางอากาศ AQI สูง มีค่า 137 มคก. และยังพบปริมาณฝุ่น PM2.5 มีค่าสูงถึง 65 มคก./ลบ.ม. มีผลกระทบต่อสุขภาพคาดว่าเกิดจากการเผาอ้อยและเผาป่าลุกไหม้อย่างหนักเกือบทุกพื้นที่ ส่งผลให้เกิดควันปกคลุมในอากาศอย่างหนาแน่น เศษเถ้าถ่านจากการเผาปลิวไปตกตามชุมชนบ้านเรือน
          นายยงยุทธ สักหลัด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านหาดยาว ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ได้รับแจ้งว่าเกิดเหตุไฟป่าในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เขตพื้นที่หมู่ 6 บ้านหาดยาว ต.เกาะลิบง ไฟลุกไหม้ป่าพรุเสม็ดและป่าไม้เบญจพรรณนานาชนิดไปแล้วกว่า 50 ไร่ ตั้งแต่ปากทางแยกทางเข้าหาดหยงหลิง ไล่มายังพื้นที่บ้านหาดยาว โดยพื้นที่ด้านในยังคงมีไฟลุกไหม้ขึ้นมาเป็นระยะ ได้ประสานไปทางเจ้าหน้าที่ไฟป่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม และ อบต.เกาะลิบง นำรถดับเพลิง 2 คัน มาช่วยสกัดกั้นเปลวเพลิงไม่ให้ลุกลามมาถึงพื้นที่ชุมชน นายยงยุทธกล่าวว่า ในส่วนของสาเหตุไฟป่านั้นต้องรอเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ที่ผ่านมาเหตุแบบนี้เคยเกิดขึ้นแล้วแต่สาเหตุไม่แน่ชัด บางครั้งเกิดจากก้นบุหรี่ เกิดจากชาวประมงที่ออกหาปลาในเวลากลางคืนจุดไฟแล้วดับไม่สนิท
          ภัยแล้งโคราชแจกน้ำ7อำเภอ
          ที่ จ.นครราชสีมา สถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดมีหลายพื้นที่ต้องการการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน มีหมู่บ้านต้องการน้ำแจกจ่าย รวม 7 อำเภอ 18 ตำบล 31 หมู่บ้าน ได้แก่ อ.เมืองนครราชสีมา โนนสูง ปักธงชัย สีคิ้ว สูงเนิน จักราช และ อ.ปากช่อง ส่วน อ.สูงเนิน มี 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ส่วนที่ต้องแจกจ่ายน้ำอุปโภค-บริโภคเข้าไปช่วยเหลือคือหมู่ 12 ต.มะเกลือเก่า เทศบาลตำบลมะเกลือเก่าแจกน้ำเข้าระบบประปาหมู่บ้านวันละ 1 เที่ยว หรือ 12,000 ลิตร ตั้งแต่เดือน ต.ค.2562 ขณะที่หมู่ 5 ต.มะเกลือเก่า ได้รับการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ขณะเดียวกัน อบต.หนองตะไก้ นำรถบรรทุกน้ำดื่มสะอาดออกแจกจ่ายช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ควบคู่กันไปสัปดาห์ละ 2 เที่ยว รวม 24,000 ลิตรต่อหมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโนนตะแบง หมู่ 8, บ้านสองคร หมู่ 4, และบ้านกุดขมิ้น หมู่ 3 ต.หนองตะไก้ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา
          ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในหลายพื้นที่ของ จ.นครราชสีมา พบสระน้ำประปาบ้านใหม่ดอนเปล้า หมู่ 15 ต.ใหม่ อ.โนนสูง เป็นสระน้ำขนาดใหญ่มีเนื้อที่ประมาณ 8 ไร่ ปริมาณน้ำแห้งขอดจนหมด ไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาผลิตน้ำประปาได้ ชาวบ้าน 84 ครัวเรือนเดือดร้อน
          ที่ จ.ขอนแก่น สถานการณ์เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ลดระดับลงในรอบ 53 ปี จนเห็นซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถวัดวุฒิศิลป์ชัย บ้านโคกใหญ่ หลังเก่าอายุร่วม 100 ปี หลังจากการก่อสร้างเขื่อน เมื่อปี 2507 ก่อนที่ชาวบ้านจะอพยพย้ายถิ่นฐานไปตั้งบ้านใหม่ ปล่อยให้น้ำท่วมถึงช่วงมีการสร้างเขื่อนอุบลรัตน์ มีชาวบ้านที่เชื่อถือเรื่องโชคลางนำดอกไม้ธูปเทียนไปกราบไหว้ขอพรตามความเชื่อถือ
          ที่ จ.ชัยนาท คลองส่งน้ำ ขวา 1 โครงการชลประทานบรมธาตุเชื่อมจากแม่น้ำเจ้าพระยา ไปหล่อเลี้ยงพื้นที่ 3 อำเภอใน 2 จังหวัดคือ อ.เมืองชัยนาท อ.สรรคบุรี และ อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี มีสภาพแห้งขอด เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำไม่สามารถไหลเข้าคลองตามปกติได้
          สธ.รับมือภัยแล้ง-สำรองน้ำ
          นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวงและโฆษกกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า สธ.เตรียมรับสถานการณ์ภัยแล้ง ด้วยมาตรการ 3 ข้อ ได้แก่ 1.ให้ศูนย์ปฏิบัติการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ติดตามเฝ้าระวังป้องกันโรค 2.ให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) ในจังหวัดที่ประสบภัยแล้งดำเนินการดังนี้ สำรวจคุณภาพน้ำ สำรวจเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวังโรคที่เกิดจากภัยแล้ง สำรองน้ำสำหรับสถานบริการให้เพียงพอกับการจัดบริการประชาชน และ 3.ให้ความรู้ประชาชนถึงวิธีการปฏิบัติตัวไม่ให้ป่วย ส่วนปัญหาน้ำประปาเค็มในหลายพื้นที่ ทางสถานพยาบาลต่างๆ สำรองน้ำหลายบ่อที่เป็นน้ำประปาเพื่ออุปโภคและที่เป็นน้ำฝน ใช้สำหรับผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยโรคไต และใช้สำหรับด้านเครื่องมือทางการแพทย์