DTACมาแล้วรายที่สอง รับเอกสารประมูล5G

“ดีแทค” เข้ารับเอกสารประมูล 5G เป็นรายที่ 2 พร้อมนำหลักเกณฑ์ฯไปศึกษาเงื่อนไข และเสนอบอร์ดพิจารณาเข้าร่วมประมูลวันที่ 16 ก.พ. 63 ฟาก CAT เตรียมมารับเอกสารฯเป็นรายที่ 3 ในวันนี้
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ และ นายเลิศรัตน์ รตะนานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายประสานงานภาครัฐ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC ในฐานะผู้รับมอบอำนาจของบริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด หรือ DTN ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ DTAC เข้ามารับเอกสารการประมูล 5G จากสำนักงาน กสทช. เป็นรายที่ 2
          หลังจากบริษัท ทรู มูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือ TUC ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ TRUE เข้ามารับเอกสารการประมูล 5G จากสำนักงาน กสทช.เป็นรายแรก เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา
          ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช.ยังคงเปิดให้ผู้ประกอบการที่สนใจขอรับเอกสารการประมูลได้จนถึงวันที่ 3 ก.พ. 2563 และเปิดให้ยื่นเข้าร่วมการประมูลในวันที่ 4 ก.พ. 2563 จากนั้นวันที่ 10 ก.พ. 2563 และ 14 ก.พ. 2563 จะให้มีการประมูลรอบสาธิต (Mock Auction) และกำหนดจัดการประมูล 5G ในวันที่ 16 ก.พ. 2563
          “สำนักงาน กสทช.คาดว่ายังมีผู้สนใจในคลื่นความถี่ที่นำมาประมูลในวันที่ 16 ก.พ.นี้อีกหลายราย โดยการประมูล 5G ครั้งนี้ จะทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม เพื่อรองรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และสนับสนุนนโยบายไทยแลนด์ 4.0” นายฐากร กล่าว
          นายนฤพนธ์ รัตนสมาหาร ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ DTAC กล่าวว่า วานนี้ (8 ม.ค. 2563) DTN ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ DTAC เข้ารับเอกสารประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมย่าน 700 MHz, 1800 MHz, 2600 MHz และ 26 GHz ตามที่ สำนักงาน กสทช.ประกาศเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมรับเอกสารการประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคมหลายย่านพร้อมกัน (Multiband Auction) ซึ่งจะจัดประมูลขึ้นในวันที่ 16 ก.พ. 2563 โดย DTAC จะนำหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมดังกล่าวไปศึกษาเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างรอบคอบ และ DTAC จะนำเสนอคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เพื่อพิจารณาเข้าร่วมการประมูลตามขั้นตอนต่อไป
          สำหรับรายละเอียดในหลักเกณฑ์ดังกล่าว เปิดประมูลคลื่น 700 MHz จำนวน 3 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 2x5 MHz รวม 2x15 MHz ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 8,792 ล้านบาท เคาะราคาเพิ่มครั้งละ 440 ล้านบาท สามารถประมูลได้สูงสุด 3 ใบอนุญาตหรือเท่ากับ 2x15 MHz ผู้เข้าร่วมการประมูลต้องวางหลักประกัน 2,637.60 ล้านบาท สำหรับการชำระเงินค่าประมูลแบ่งออกเป็น 10 งวด งวดละ 10% ของราคาประมูลสูงสุดที่ชนะการประมูล
          ส่วนคลื่น 1800 MHz เปิดประมูล 7 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 2x5 MHz รวม 2x35 MHz ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 12,486 ล้านบาทเคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 25 ล้านบาท สามารถประมูลได้สูงสุด 4 ใบอนุญาต หรือเท่ากับ 2x20 MHz ผู้เข้าร่วมการประมูลต้องวางหลักประกัน 4,994.40 ล้านบาท โดยการชำระเงินค่าประมูลแบ่งออกเป็น 3 งวด งวดที่ 1 ชำระ 50% ของราคาประมูลสูงสุดที่ชนะการประมูล งวดที่ 2 ชำระ 25% และงวดที่ 3 ชำระอีก 25% กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตคลื่น 1800 MHz จะต้องดำเนินการให้บริการครอบคลุมไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนประชากร ภายใน 4 ปี และครอบคลุมไม่น้อยกว่า 50% ของประชากร ภายใน 8 ปี นับจากวันที่ได้รับอนุญาต
          ขณะที่คลื่น 2600 MHz เปิดประมูล 19 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 10 MHz รวม 190 MHzราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,862 ล้านบาท เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 93 ล้านบาท สามารถประมูลได้สูงสุด 10 ใบอนุญาต หรือเท่ากับ 100 MHz ผู้เข้าร่วมการประมูลต้องวางหลักประกัน 1,862 ล้านบาท สำหรับการชำระเงินค่าประมูลคลื่น 2600 MHz แบ่งออกเป็น 7 งวด โดยปีแรกชำระงวดที่ 1 จำนวน 10% ของราคาประมูลสูงสุดที่ชนะการประมูล ส่วนปีที่ 2-4 ยกเว้นยังไม่ต้องชำระค่าประมูล จากนั้นปีที่ 5-10 ชำระงวดที่ 2-7 ปีละ 15% ของราคาประมูลสูงสุดที่ชนะการประมูล
          โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตคลื่น 2600 MHz จะต้องดำเนินการให้บริการครอบคลุมไม่น้อยกว่า 50% ของพื้นที่เขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใน 1 ปี และครอบคลุมพื้นที่เมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ได้แก่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล จังหวัดเชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น สงขลา และภูเก็ต รองรับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและการพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจบริการ ไม่น้อยกว่า 50% ของจำนวนประชากรทั้งหมดในแต่ละจังหวัดภายใน 4 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต
          และคลื่น 26 GHz เปิดประมูล 27 ใบอนุญาต ใบอนุญาตละ 100 MHz รวม 2700 MHz ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 423 ล้านบาท เคาะราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 22 ล้านบาท สามารถประมูลได้สูงสุด 12 ใบอนุญาต หรือเท่ากับ 1200 MHz ผู้เข้าร่วมการประมูลต้องวางหลักประกัน 507.6 ล้านบาท สำหรับการชำระเงินค่าประมูลให้ชำระงวดเดียวภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูล
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (9 ม.ค. 2563) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT จะเข้ามารับเอกสารการประมูล 5G จากสำนักงาน กสทช.