"ดีอีเอส"ไขลานควบรวม"ทีโอที-กสทฯ"

กรุงเทพธุรกิจ "ดีอีเอส"รอจังหวะชงควบรวมทีโอที-กสทฯ เข้าครม.อังคารนี้ หลังประชุม 4 ฝ่ายได้ข้อสรุปครบถ้วนแล้ว รอเพียงมติจากรัฐบาลเท่านั้น ชี้มีความตั้งใจเต็มที่วางรากฐานโครงสร้างดิจิทัล ดึงประโยชน์จากบิ๊กดาต้ามาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ สร้างจุดแข็งของประเทศดึงคอนเทนท์ โพรวายเดอร์จากต่างชาติ
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงความคืบหน้าล่าสุดกรณีควบรวมบมจ.ทีโอทีและบมจ.กสท โทรคมนาคม เป็นองค์กรเดียวในชื่อ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (เอ็นที เทเลคอม) ว่า จากเมื่อวันที่17  ธ.ค. 2562 ได้มีการประชุม ร่วม 4 ฝ่าย ได้แก่ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ทีโอที, กรรมการผู้จัดการใหญ่กสทฯ, ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทีโอที และประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจกสทฯ ครั้งสุดท้าย ซึ่งได้ข้อสรุปการควบรวบกิจการแล้ว  ทั้งนี้ ถ้าไม่มี ข้อผิดพลาดคาดว่า จะนำเข้าที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันพรุ่งนี้ (7 ม.ค.) หรือในการประชุมครม.สัปดาห์หน้า ซึ่ง ขณะนี้ ในส่วนของกระทรวงฯสรุปเรื่องดังกล่าวเสร็จแล้ว รอเพียงเข้าครม.เท่านั้น
          ทั้งนี้ ดีอีเอสมีความตั้งใจและเตรียมพร้อมในการทำงาน ตามนโยบายของรัฐบาลด้านเศรษฐกิจ โดยได้มีการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลที่ทันสมัยให้ครอบคลุมทั่วถึงทั้งประเทศ  รวมถึงได้วางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ และนวัตกรรมดิจิทัล และเพื่อดึงดูดการ
          ลงทุนด้านดิจิทัล ตลอดจนได้เร่งรัดให้เกิดการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล การใช้ประโยชน์จากข้อมูลขนาดใหญ่ (บิ๊ก ดาต้า) ช่วยเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มฐานราก  เกษตรกร ผู้มีรายได้น้อย คนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล
          นอกจากนี้  ยังได้มีการบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน และจัดการภัย จากการโจมตีทางไซเบอร์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ และตั้งใจดำเนินการตาม ภารกิจหน้าที่ ตามที่ได้กล่าวมา ยกตัวอย่าง เช่น โครงการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลของภูมิภาคอาเซียนให้เกิดผลสัมฤทธิ์ อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ไทยเป็นจุดเชื่อมโยง โครงข่ายอินเทอร์เน็ต อีกทั้ง เมื่อรวมกับ ความต้องการใช้งานคอนเทนท์จากผู้ใช้บริการในไทย จะทำให้ความต้องการเข้าถึงคอนเทนท์ต่างๆรวมสูงขึ้น ส่งผลให้ไทย น่าสนใจลงทุนมากขึ้น
          นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า สำหรับการทำงานในปี 2563 กระทรวงดีอีเอส ทำให้ประชาชนได้ใช้งาน เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือเน็ตประชารัฐ ให้คุ้มค่าครอบคลุมทุกพื้นที่คือ ให้ครบทุกจุด และมีสัญญาณทั้งอัพโหลดและดาวน์โหลดที่200/100 เมกะบิตต่อวินาที โดยการให้บริการ จะเปิดให้เอกชนเข้าประมูล เพื่อให้บริการซึ่งจะได้บริการที่มีคุณภาพและทั่วถึง