คำถาม 5G

 ทีมเศรษฐกิจ
          5 จี ในปี 2563 เป็นความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ที่จะก่อให้เกิดผลพวงที่มีนัยสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปสู่ยุคดิจิทัลอันเป็นนโยบายสำคัญและเป็นความปรารถนาสูงสุดของรัฐบาลในแต่ละประเทศ
          เนื่องเพราะผู้นำของโลกในยุคใหม่ล้วนแล้วแต่ตระหนักได้ว่าความได้เปรียบและความก้าวล้ำทางเทคโนโลยีจะเป็นกลไกสำคัญของชัยชนะการช่วงชิงความเป็นมหาอำนาจและการขับเคลื่อนสู่ความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนผ่านการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
          5 จีที่เคยดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวในปีก่อนๆจะเข้ามาใกล้พวกเรามากยิ่งขึ้น เพราะกำหนดวันเคาะประมูลใบอนุญาต 5 จี จะมีขึ้นในวันที่ 16 ก.พ.2563 นี้
          ก่อนจะถึงวันนั้น "ทีมเศรษฐกิจ" ขอตั้ง 5 คำถาม ส่งให้กับ 5 จี กูรู 5 คน เพื่อตอบข้อข้องใจเบื้องต้น พอเป็นน้ำจิ้ม ดังต่อไปนี้
          คำถาม : ประเทศชาติ คนไทยจะได้ประโยชน์จาก 5 จี อย่างไร
          ตอบโดย : ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
          โลกในอนาคตอันใกล้นี้ 5 จี จะเป็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจของโลกด้วย
          สำหรับประเทศไทย เมื่อ 5 จี เกิดขึ้นในเร็ววัน นอกจากจะมีเงินนำส่งเป็นรายได้ไม่ต่ำกว่า 35,000 ล้านบาทแล้ว ภาคผู้ประกอบการที่ต้องลงทุนโครงข่าย 5 จีอีกไม่น้อยกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งจะก่อให้เกิดการสร้างงานอีกมากมาย และจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้ รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ตลอดจนการต่อยอดการสร้างธุรกิจใหม่ๆ
          โดยภาคการผลิตจะทำให้ลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าการผลิตเพิ่มขึ้น จะทำให้สินค้าที่ส่งออกมีราคาถูกลงเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้
          ขณะที่ภาคประชาชนจะได้รับประโยชน์มากที่สุด จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในสังคมได้เป็นอย่างดีทั้งสาธารณสุข การเกษตรการศึกษา และสังคม เป็นต้น
          โดยในส่วนของสาธารณสุขนั้น จะทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชนบทไม่จำเป็นจะต้องเดินทางไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดเพียงแต่เดินทางไปโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ก็สามารถรักษาผ่านระบบ 5 จี ซึ่งจะทำให้ประชาชนลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ประหยัดค่าใช้จ่ายได้
          สำหรับภาคการเกษตรจะลดการใช้แรงงาน จากเดิมทำนา 10 ไร่ ใช้คน 4-5 คน ก็จะเหลือ 1 คน เพราะได้นำเทคโนโลยีต่างๆ มาใช้ ภาคการศึกษาประชาชนในพื้นที่ชนบทเข้าถึงระบบการศึกษาได้เหมือนกับคนในเมือง จะมีการเรียนการสอนผ่านออนไลน์มีปริญญาบัตรออนไลน์ ประชาชนทุกคนเข้าถึงระบบการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม
          สุดท้าย สังคม ครอบครัว จะมีความเข้มแข็งและอบอุ่น เนื่องจากไม่มีการเข้ามาหางานทำในเมืองหลวง หรือเมืองใหญ่ๆ เนื่องจากสามารถใช้เทคโนโลยี 5 จี สร้างงานและสร้างรายได้ในท้องถิ่นที่อาศัยได้หลากหลายอาชีพมาก และในที่สุดจะลดความเหลื่อมล้ำสังคมไทยลงได้ในทุกๆด้านและจะทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีแต่ความสุข เต็มไปด้วยสังคมที่เอื้ออาทรต่อกัน
          คำถาม : 5 จี จะเปลี่ยนการทำธุรกิจและการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการอย่างไร
          ตอบโดย : พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท เทเลคอม
          ผู้ให้บริการจะต้องมีการปรับตัวในด้านต่างๆเพื่อความพร้อมในการให้บริการ 5 จี
          5G ไม่ใช่แค่การให้บริการโทรศัพท์มือถือของลูกค้าอย่างเดียว 5 จี สามารถนำไปใช้ในทุกๆอุตสาหกรรมธุรกิจจะได้รับประโยชน์มากสุดจากการเปิดให้บริการ 5 จี โดยผู้ให้บริการจะต้องมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในอุตสาหกรรมนั้นๆเพื่อนำจุดแข็งของเทคโนโลยี 5 จี มาสร้างเป็น solution หรือ platform
          ดังนั้น บริษัทโทรคมนาคมอาจมีการจัดตั้งบริษัทลูกที่แยกความเชี่ยวชาญที่ชัดเจนในแต่ละอุตสาหกรรม เน้นการทำงานที่ต้องมีความเข้าใจอุตสาหกรรมนั้นๆมากยิ่งขึ้น operator จะไม่เป็นเพียงผู้ให้บริการประเภทเสียงและข้อมูลเหมือนเช่นเดิมแต่จะเป็นผู้เล่นที่สร้างและให้บริการ application และ platform เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมกับเทคโนโลยี 5 จี
          ขณะที่วิสัยทัศน์ของผู้บริหารการปรับตัวของแต่ละองค์กร ทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนอาจไม่เหมือนกันเพียงแต่ละองค์กรควรจัดเตรียมแผนรองรับ การสร้างความรู้ ความเข้าใจ การรู้เท่าทันเทคโนโลยี และการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กันไป เพื่อความอยู่รอดในยุค 5 จี
          คำถาม : ราคา 5 จี แตกต่างจาก 4 จี หรือไม่ อย่างไร
          ตอบโดย : ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส
          ตอนนี้มีหลายประเทศที่เปิดตัว 5 จี ไปบ้างแล้ว แต่เป็นช่วงเริ่มต้นที่รูปแบบและจำนวนของอุปกรณ์ (Devices) สำหรับผู้บริโภคยังถือว่ามีปริมาณน้อย โดยในประเทศต่างๆที่เปิดให้บริการไปแล้วนั้น มีโครงสร้างค่าคลื่นความถี่ที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งราคาคลื่นความถี่นี้ถือว่ามีผลโดยตรงกับต้นทุนและการออกแบบอัตราค่าบริการ
          วันนี้มีประเทศที่มีการจัดสรรคลื่นความถี่เพื่อให้บริการ 5 จีแล้วไม่ว่าจะเป็น จีน เกาหลี หรือในออสเตรเลีย และบางประเทศในยุโรปโดยตัวอย่างที่น่าสนใจก็น่าจะเป็นประเทศจีน ที่ถือได้ว่าเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในการให้บริการ 5 จี และยังเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายและ device 5 จี รายใหญ่ที่สุดของโลก
          ประเทศจีนเลือกจัดสรรคลื่นความถี่ให้แต่ละผู้ประกอบการ เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีต้นทุนที่ดีที่สุด ปัจจุบันไชน่าโมบาย, ไชน่ายูนิคอม, ไชน่าเทเลคอม ต่างก็เริ่มให้บริการ 5 จีเพื่อการพาณิชย์แล้วตั้งแต่ 1 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา ด้วยอัตราค่าบริการที่ใกล้เคียงกัน เริ่มต้นที่เดือนละ 128 หยวน หรือราวๆ 18.13 เหรียญสหรัฐฯ (ราว 540 บาท) สำหรับ 30 กิกะไบต์
          โดยอัตราสูงสุดที่มีให้เลือกอยู่ที่ 599 หยวน สำหรับ 300 กิกะไบต์ ที่ดูแล้วมีอัตราที่ใกล้เคียงกับค่าบริการบน 4 จี อย่างไรก็ตาม ค่าบริการ 5 จี จะค่อนข้างถูกกว่า 4 จี เมื่อมองที่ราคาต่อกิกะไบต์ โดยจีนคาดว่าจะมีจำนวนผู้ใช้บริการ 5 จี ราว 600 ล้านราย ภายในปี 2025 หรือคิดเป็น 40% ของทั่วโลก (ข้อมูลจาก GSMA) ด้วยคุณภาพความเร็วถึง 100 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับ 4 จี ในปัจจุบัน
          คำถาม : 5 จี ดีกว่า 4 จี อย่างไร
          ตอบโดย : สุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
          เราเชื่อว่า 5 จี จะมีบทบาทสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้บริโภค สังคม และประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมาในแต่ละยุค จะทำให้เราเห็นภาพชัดมากขึ้น
          จากยุค 1 จี ที่เป็นการติดต่อคุยผ่านทางเสียงเป็นหลัก มาถึงยุค 2 จี ที่เริ่มมีการสื่อสารเพิ่มมากกว่าเสียง เช่น การส่งข้อความและการส่งภาพเกิดขึ้น มาถึงยุค 3 จี ที่อินเตอร์เน็ตแบบไร้สายเฟื่องฟู มีอุปกรณ์สื่อสารเข้ามารองรับการใช้งานมากขึ้น เราจึงสามารถทำทุกอย่างได้ผ่านมือถือในเครื่องเดียว และยุค 4 จี ที่อินเตอร์เน็ตแบบไร้สายมีความเร็วก้าวหน้าขึ้นไปอีก ทำให้ผู้บริโภคเริ่มใช้บริการในรูปแบบวิดีโอได้ดียิ่งขึ้นทั้งการดูหนังออนไลน์ การไลฟ์สด หรือการแชร์ social ในรูปแบบวิดีโอสั้นๆ ก็เพิ่มมากขึ้นอย่างมาก
          มาถึงยุค 5 จี ที่จะมีดีที่ความเร็วสูง ความหน่วงต่ำ และมีความสามารถในการเชื่อมต่ออุปกรณ์หลากหลายหรือที่เรียกว่า IoT (Internet of thing) ได้ดีกว่ายุค 4 จี หลายเท่าตัว
          1.ความเร็วของเน็ตที่มากกว่า 4 จี 10-20 เท่า ทำให้ผู้บริโภคใช้งานเน็ตได้ดีขึ้น เช่น โหลดหนังความยาว 2 ชั่วโมง ได้ภายในไม่กี่วินาที, ดูหนังความละเอียดสูงระดับ 4K แบบไม่มีสะดุด และทำงาน เล่นเกม บน Cloud ได้ทันทีที่ต้องการ 2.การเชื่อมต่อที่เสถียรและตอบสนองไวกว่า 4 จี 10 เท่า จนสามารถควบคุมอุปกรณ์ระยะไกลได้แบบไม่มีความล่าช้า (Delay) เช่น การศึกษาผ่าน AR (Augmented Reality), แพทย์ควบคุมการผ่าตัดจากที่อื่นหรือการควบคุมรถยนต์ไร้คนขับได้อย่างไร้กังวล 3.รองรับการเชื่อมต่อจำนวนมากกว่า 4 จี ถึง 10 เท่า จึงสามารถรองรับการใช้งานอุปกรณ์ IoT ที่คาดกันว่าจะมีเพิ่มขึ้นหลายร้อยเท่าตัวจากในปัจจุบัน ทั้งรถยนต์พัดลม ประตูบ้าน โทรทัศน์ ตู้เย็น ไมโครเวฟ ฯลฯ
          จากจุดเด่น 3 เรื่องนี้ ทำให้ 5 จี ไม่ใช่แค่เปลี่ยนชีวิตเราให้ดีขึ้นแต่จะมาเปลี่ยนแปลงสังคมและรูปแบบการทำธุรกิจอีกมากมาย จึงถือว่า 5 จี เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญอีกครั้งของโครงสร้างพื้นฐานที่จะผลักดันประเทศให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ
          คำถาม : ผู้บริโภคต้องเตรียมพร้อมอย่างไร
          ตอบโดย : ธีโบ จีราร์ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์และนวัตกรรม บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่นจำกัด (มหาชน) หรือดีแทค
          การเข้ามาสู่ 5 จี สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป จะต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ที่รองรับคลื่น 5 จีในประเทศไทย โดยตอนนี้เริ่มมีการใช้งาน 5 จี
          ในหลายประเทศทั่วโลก โดยมีการให้บริการแตกต่างกัน เช่น ในสหรัฐอเมริกา ค่าย Verizon และ AT&T ใช้คลื่นย่านความถี่ต่ำกว่า 1 GHz และคลื่นย่านความถี่สูงกว่า 20 GHz ซึ่งทำให้ผู้ใช้งานได้รับความเร็วมากกว่า 1  Gbps สำหรับในเกาหลีใต้ผู้ให้บริการเช่น SK เทเลคอม, KT และ LG U+ ได้ใช้งานคลื่นย่าน 2-4 GHz ที่ให้พื้นที่บริการครอบคลุมกว้างกว่า บนความเร็ว 1 Gbps นี่คือความแตกต่างของการใช้งาน 5 จี ซึ่งผู้ใช้งานต้องเลือกสมาร์ทโฟนให้ตรงกับคลื่นที่เปิดให้บริการในแต่ละประเทศ
          อย่างแรกที่ผู้ใช้งานจะพบความแตกต่าง คือความเร็วอินเตอร์เน็ตที่เร็วกว่าบริการ 4 จี บางพื้นที่อาจเร็วมากกว่า 4 จี ถึง 10-20 เท่า เนื่องจาก 5 จี ใช้คลื่นความถี่มากกว่า 4 จี เราคาดว่าน่าจะเริ่มเห็นนวัตกรรมบริการต่างๆสำหรับผู้บริโภคในไทยช่วงปี พ.ศ.2563 และ พ.ศ.2564 สำหรับในเกาหลีใต้และจีนมีการเปิดตัวโฆษณา 5 จี โดยเปิดตัวบริการใหม่สำหรับผู้บริโภค เช่นแอปพลิเคชัน VR เสมือนจริงสำหรับการท่องเที่ยว, เล่นเกมหรือชมการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตที่คุณจะได้กระทบไหล่คนดังบนโลกเสมือน 5 จี ที่สามารถเข้าร่วมคอนเสิร์ตเสมือนจริง ตลอดจนเรียนเต้นรำกับดาราชื่อดัง
          ในส่วนตลาดเกมมือถือ เราน่าจะได้เห็นแพ็กเกจดาต้าพิเศษสำหรับเกมเมอร์ ด้วยความหน่วงต่ำที่น้อยกว่า 40 ms หรืออาจจะ 20 ms รวมถึงน่าจะได้เห็นเกมบนคลาวด์ ที่ไม่จำเป็นต้องมีคอนโซลเกมที่บ้านอีกต่อไป
          นอกจากนั้นยังน่าจะเห็นบริการ 5 จี Air Fiber หรือ 5 จี Fixed Wireless Access ซึ่งเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตความเร็วสูงแม้ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการวางสายโทรคมนาคม โดยอีก 2-3 ปี ข้างหน้า เมื่อชิปเซต 5 จีมีราคาไม่แพงมาก ผู้ใช้บริการสามารถเลือกเปลี่ยนมาใช้งานแทน Wifi แบบเดิมที่บ้านได้
          นวัตกรรม 5 จี และคุณสมบัติต่างๆจะพัฒนาอย่างต่อเนื่องเชื่อว่าหลังจากการเปิดตัว 5 จีครั้งแรกในปีหน้าซึ่งสมาร์ทโฟนที่ออกมาจะรองรับการใช้งานได้ทั้ง 4 จี และ 5 จี แต่ผู้ให้บริการจะพัฒนาเครือข่าย 5 จี แบบสแตนด์อโลนต่อไปในช่วงปี 2564-2565 ในเวลานั้นผู้ใช้งานจะต้องมีการปรับเปลี่ยนสมาร์ทโฟนที่รองรับ 5 จีเท่านั้นอีกครั้ง เพื่อคุณสมบัติที่ดีกว่าเดิม.