ประเมินศึกชิง5Gแข่งเดือด3เจ้าใหญ่รุมแย่งคลื่น 2600 MHz-26GHz

เปิดมุมมองโบรกฯ หลัง กสทช.ประกาศเปิดประมูลคลื่น 5G ไม่หวั่น CAT ร่วมวง ชี้ไม่ใช่คู่แข่งหลักเหตุขาดความพร้อมฐานลูกค้า  แต่เชื่อ 3 เจ้าใหญ่ยังรุมแย่ง คลื่น 2600 MHz และ 26 GHz เพราะราคาถูก เหมาะทำ 5G และไม่มีอยู่ในมือ ประเมินการแข่งขันไม่รุนแรงเท่า 4G ขณะที่ยังแนะนำ ADVANC แข็งแกร่งสุด
          เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีมติเห็นชอบให้นำคลื่นความถี่ 4 ย่าน ได้แก่ 700 MHz 1800 MHz 2600 MHz และ 26 GHz ไปประมูลเพื่อเปิดให้บริการ 5G โดยเป็นการประมูลครั้งละคลื่นความถี่ ในวันที่ 16 ก.พ. 2563 ด้วยรูปแบบ Clock Auction
          โดยขั้นตอนต่างๆ คาดว่าร่างประกาศทั้ง 3 ฉบับจะประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาได้ในวันที่ 27 ธ.ค. 2562  หลังจากนั้นจัดการประมูลวันที่ 16 ก.พ. 2563 และคาดว่าจะออกใบอนุญาตได้ปลายเดือน ก.พ. 2563 และผู้รับใบอนุญาต สามารถเริ่มติดตั้งโครงข่ายได้ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2563 ซึ่งหากเป็นไปตามแผน ในเดือน มิ.ย.-ก.ค. 2563 จะสามารถเปิดให้บริการในพื้นที่ EEC และย่านใจกลางเมือง
          สำหรับคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz จำนวนคลื่นความถี่ที่นำมาประมูล 15 MHz แบ่งออกเป็น 3 ชุดคลื่นความถี่ ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถประมูลได้สูงสุดประมูล 3 ชุด ราคาเริ่มต้นการประมูล 8,792 ล้านบาท ต่อชุด คลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz จำนวนคลื่นความถี่ที่นำมาประมูล 35 MHz แบ่งออกเป็น 7 ชุดคลื่นความถี่ ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถประมูลได้สูงสุดประมูล 4 ชุด ราคาเริ่มต้นการประมูล 12,486 ล้านบาทต่อชุด คลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz จำนวนคลื่นความถี่ที่นำมาประมูล 190 MHz แบ่งออกเป็น 19 ชุดคลื่นความถี่ ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถประมูลได้สูงสุดประมูล 10 ชุด ราคาเริ่มต้นการประมูล 1,862 ล้านบาทต่อชุด และคลื่นความถี่ย่าน 26 GHz จำนวนคลื่นความถี่ที่นำมาประมูล 2700 MHz แบ่งออกเป็น 27 ชุดคลื่นความถี่ ผู้เข้าร่วมการประมูลสามารถประมูลได้สูงสุดประมูล 12 ชุด ราคาเริ่มต้นการประมูล 423 ล้านบาทต่อชุด
          นอกจากนั้น กสทช. ยังมีมติการกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเลขหมายโทรคมนาคมให้เป็นอัตราเดียว (Single Rate) ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการและประโยชน์สาธารณะ
          โบรกฯ มอง 3 เจ้าใหญ่ยังรุมแย่งคลื่น-CAT ไม่ใช่คู่แข่งสำคัญ
          บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ จาก บล.เอเซียพลัส ระบุว่า ที่ประชุม กสทช. มีมติเห็นชอบนำการประมูลคลื่นความถี่สำหรับ 5G ทั้งสิ้น 4 ย่าน คือ 700 MHz, 1800 MHz, 2600 MHz และ 26 GHz ผิดไปจากกระแสข่าวก่อนหน้าที่คณะอนุกรรมการโทรคมนาคมเสนอให้ตัดคลื่น 700 MHz โดยรวมสร้างความกังวลต่อกลุ่มสื่อสาร ในเรื่องการเปิดประมูลคลื่นสั้น 700 MHz เพราะกังวลว่ามีโอกาสนำมาสู่การเกิดขึ้นของผู้ประกอบการรายที่ 4 ง่ายขึ้น เนื่องจากจุดเด่นคลื่นดังกล่าวคือด้านความครอบคลุมอย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยไม่กังวลต่อการเกิดขึ้นของรายที่ 4 อยู่แล้ว และเชื่อว่าราคาหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นมากเกินไป เพราะผู้ที่มีท่าทีสนใจ ประมูลคลื่น 700 MHz คือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ซึ่งแม้ฐานะการเงิน CAT รองรับได้ แต่ยังขาดความพร้อมฐานลูกค้า และแนวโน้มที่จะยังไม่สามารถใช้คลื่นได้ทันที หลังประมูล เช่น คลื่นอื่นๆ จากปัญหาคลื่นไมโครโฟนรบกวน ที่ต้องใช้เวลาจัดการอีกกว่า 1 ปี ท้ายที่สุด เชื่อว่า CAT น่าจะใช้บริการตามแนวทางรัฐฯกำหนดให้ร่วมประมูลเพื่อรองรับบริการสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งไม่น่าแข่งขันกับเอกชนโดยตรง นอกจากนี้ กสทช. ได้มีการปรับปรุงร่างหลักเกณฑ์ในเรื่องการเพิ่มเงินประกันการประมูลเพิ่มจากเดิมเป็นราว 30% ของราคาตั้งต้น จากเดิม 10% ซึ่งน่าจะช่วยคัดกรองผู้ที่สนใจประมูลเพื่อทำธุรกิจจริง ลดความเสี่ยงดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นตอนประมูลคลื่น 4G
          ท้ายที่สุด เชื่อว่า CAT น่าจะใช้บริการตามแนวทางรัฐฯกำหนดให้ร่วมประมูลเพื่อรองรับบริการสาธารณะเป็นหลัก ซึ่งไม่น่าแข่งขันกับเอกชนโดยตรง นอกจากนี้ กสทช. ได้มีการปรับปรุงร่างหลักเกณฑ์ในเรื่องการเพิ่มเงินประกันการประมูลเพิ่มจากเดิมเป็นราว 30% ของราคาตั้งต้น จากเดิม 10% ซึ่งน่าจะช่วยคัดกรองผู้ที่สนใจประมูลเพื่อทำธุรกิจจริง ลดความเสี่ยงดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นตอนประมูลคลื่น 4G
          เชื่อรุมแย่ง คลื่น 2600 MHz และ 26 GHz
          ภายใต้โครงสร้างประมูลดังกล่าว ยังคงมุมมองคาดว่าเอกชน 3 ราย จะให้ความสำคัญกับคลื่น 2600 MHz และ 26 GHz เนื่องจากราคาที่ถูก, เป็นคลื่นที่ยังไม่มี และใช้งาน 5G ได้ ซึ่งด้วยปริมาณคลื่นที่มีเพียงพอ ให้ทุกราย (2600 MHz 19 ใบอนุญาต, 26 GHz 27 ใบอนุญาต) ประกอบกับ รัฐวิสาหกิจน่าจะไปให้ความสนใจกับคลื่น 700 MHz จึงเชื่อว่าราคาประมูลคลื่น 2600 MHz และ 26 GHz จะออกมาใกล้เคียงราคาตั้งต้น ซึ่งหากกำหนดแต่ละรายได้คลื่นรายละเท่าๆกัน ยังคงประเมินต้นทุนคลื่น 5G ที่จะประมูลจะสร้างภาระเฉลี่ย ที่ยังไม่รวมในประมาณการ ไม่เกินปีละ 1.0 พันล้านบาทต่อราย แม้จะต่ำลงกว่าคลื่น 4G ที่มีต้นทุนสูงกว่ามาก
          แต่ด้วยฐานกำไรแต่ละรายที่แตกต่างกัน Downside ต่อประมาณการจึงจำกัดต่อ ADVANC ผู้ที่มีฐานกำไรปกติสูง (3.2 หมื่นล้านบาท) เท่านั้น ส่วน DTAC และ TRUE ที่มีฐานเล็กกว่าจะกระทบสูง หากพิจารณาจากฐานกำไรปกติ DTAC ที่ 6.3 พันล้านบาท และขาดทุนปกติ TRUE ที่ 1.3 พันล้านบาท ภาพรวม Downside ต้นทุนที่อาจบั่นทอนการเติบโตกำไรปี 2563 ลงมาใกล้ตลาด จึงยังให้ลงทุน เท่าตลาด ขณะที่ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงมา จึงประเมินเป็นโอกาสลงทุน หุ้นแข็งแกร่งที่เชื่อว่ายังรักษาฐานกำไรได้ เลือก  ADVANC(FV@B270) เท่านั้น
          FSS มองแข่งขันไม่แรงเท่า 4G
          ด้าน บล.ฟินันเซียไซรัส ระบุว่า ราคาหุ้นกลุ่มมือถือตอบรับเชิงลบเพราะตลาดกังวลคู่แข่งรายใหม่จะเข้ามา ทั้งนี้ คิดว่าตลาดกังวลมากเกินไปเพราะการให้บริการ 5G ต้องใช้คลื่นความถี่หลายย่านผสมผสานกัน ใช้คลื่นใดคลื่นหนึ่งไม่เกิดประสิทธิภาพ และคลื่นที่ Operators สนใจคือ 3500 MHz ไม่ได้นำมาประมูลรอบนี้ จึงเชื่อว่าการประมูล 5G จะไม่รุนแรงเหมือน 4G ยังคงน้ำหนัก Overweight เลือก Top picks เป็น ADVANC (เป้า 260 บาท) และ INTUCH (เป้า 78.50 บาท)
          KTBS ชี้ไทยยังไม่พร้อมทำ 5G มีข้อจำกัด
          บล.เคทีบี  ประเมินว่าการนำคลื่น 700MHz กลับมาประมูลอีกครั้งจะสร้าง negative sentiment ให้กับกลุ่ม mobile operators โดยยังคงมุมมองเดิมว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมสำหรับเทคโนโลยี 5G จากข้อจำกัดเรื่อง real use case และ ecosystem ดังนั้น การนำคลื่น 700MHz กลับมาประมูลพร้อมคลื่นอื่น จะเป็นการเพิ่มโอกาสและสร้างความกังวลว่าอุตสาหกรรมอาจต้องแบกรับต้นทุนที่เร็วขึ้นและเกินความจำเป็น ทั้งนี้เรายังคงน้ำหนักการลงทุนกลุ่ม ICT "เท่ากับตลาด" (ADVANC ถือ / 225.00 บาท, DTAC ถือ / 52.00 บาท, TRUE consensus 5.45)
          กสทช. ประกาศทิศทางการดำเนินงาน ปี 63 เดินหน้าประมูล 5G
          ขณะเดียวกัน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. ที่ผ่านมา นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยนโยบายสำคัญและทิศทาง การดำเนินงานของสำนักงาน กสทช. โดยให้ความสำคัญกับการประมูล 5G เป็นเรื่องแรก โดยระบุว่าการประมูลคลื่นความถี่ 5G ที่สำนักงาน กสทช. ต้องดำเนินการประมูล 4 ย่านความถี่นั้น เพื่อให้สามารถนำคลื่นความถี่ไปใช้ให้บริการ 5G ในประเทศไทยได้ในปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ให้สามารถแข็งขันกับประเทศต่างๆ ได้
          รวมถึงสร้างความพร้อมเพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตของประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และจีน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยี ความสามารถในการแข่งขันทางการค้า เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การแพทย์ นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อการเกษตร การค้า ขนส่ง และบริการ
          ส่วนเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz ล่วงหน้า เพื่อนำ มาใช้ในการประมูลคลื่นความถี่ 5G และจัดทำหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการ อนุญาตและการกำกับดูแล เนื่องจากคลื่นความถี่ย่าน 3500 MHz เป็นคลื่น ความถี่อีกย่านหนึ่งที่มีความเหมาะสมที่จะนำมาให้บริการ 5G แต่เนื่องจากคลื่นความถี่ในย่านนี้ถูกใช้ในกิจการ Microphone ซึ่งจะสิ้นสุดการใช้งานในเดือน มี.ค. 2564 และบางส่วนถูกใช้งานในกิจการดาวเทียม เพื่อเป็นการเตรียม คลื่นความถี่ให้พร้อมใช้งาน สำนักงาน กสทช. จึงจะจัดทำหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้สามารถประมูลล่วงหน้า เมื่อถึงเวลาก็สามารถนำมาใช้งานได้ทันที
          "ปี 2563 จะเป็นอีกหนึ่งปีที่ผู้บริหารและพนักงาน สำนักงาน กสทช.จะทุ่มเททำงานเพื่อผลักดันให้เกิด 5G ในประเทศไทย เพื่อรองรับ เทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ เน้นหนักในการจัดสรรคลื่นความถี่ กำกับดูแล คุ้มครองประชาชนผู้ใช้บริการ เราจะทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของสำนักงาน กสทช." นายฐากร กล่าว.