"ITEL"ผนึกกำลัง"SKY"ชิงงานพุ่งเป้าซีเคียวปีหน้าหมื่นล้าน

ITEL ผนึกกำลัง SKY ชิงงานซีเคียวริตี้ปีหน้าหมื่นล้าน คาดชัดเจนเดือนกุมภาพันธ์นี้บอสใหญ่ "ณัฐนัย อนันตรัมพร" โชว์แผนงาน ลุยเจาะกลุ่มซีเคียวริตี้ และงานความมั่นคงทางทหาร พร้อมตั้งเป้ารายได้โต 20%จากกระแส 5G และการขยายโครงข่าย
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่ากลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจปี 2563 บริษัทจะเน้นการให้บริการ โครงข่ายวงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Data Service) ในด้านซีเคียวริตี้ และงานความมั่นคงทางทหาร ทั้งนี้บริษัทคาดจะเริ่มเห็นความชัดเจนในหลายโครงการภายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปี 2563 เบื้องต้นบริษัทคาดมูลงานจะอยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
          ผนึกพันธมิตรเสริมแกร่ง
          สำหรับงานดังกล่าวบริษัทจะร่วมกับพันธมิตรในการเข้ารับงานบริการโครงข่าย ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ร่วมมือกับ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ผู้นำการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความมั่นคงปลอดภัย ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารระดับประเทศ เพื่อเข้าประมูลงานและได้งานร่วมกันมาแล้ว
          ด้านนายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทจะเน้นธุรกิจสมาร์ทซีเคียวริตี้ประกอบไปด้วยการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัย กล้อง CCTV โดยบริษัทจะเน้นขยายธุรกิจไปภาคเอกชนมากขึ้น ทั้งนี้บริษัทได้เริ่มเซ็นสัญญารับงานในกลุ่มสมาร์ทซีเคียวริตี้ไปแล้วในช่วงไตรมาส 3/2562 ที่ผ่านมา
          ทั้งนี้ SKY คาดธุรกิจดังกล่าวจะช่วยสร้างฐานความแข็งแกร่งในแง่รายได้ในปี 2563 ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากภาครัฐค่อนข้างสูง 85% ทั้งนี้บริษัทจะขยับสัดส่วนรายได้ในภาคเอกชนเพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ สมาร์ทซีเคียวริตี้ และการบูรณาการระบบ เบื้องต้นคาดจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 15% ในปีนี้เป็น 30% ในปี 2563
          เป้ารายได้โต 20%
          ขณะที่ทิศทางการเติบโตของ ITEL ในปี 2563 บริษัทตั้งเป้ารายได้โต 20% จากปี 2563 คาดจะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ 2.2 พันล้านบาทจากปีก่อนที่ 1.6 พันล้านบาท โดยการเติบโตจะมาจาก 3 ธุรกิจหลัก ประกอบด้วย 1. งานบริการโครงข่ายวงจรสื่อสารข้อมูลความเร็วสูง (Data Service) เติบโตเฉลี่ย 40% ต่อปี ประกอบกับบริษัทจะรับรู้รายได้จากโครงการ USO Net เฟส 2 เข้ามาราว 350 ล้านบาท  จากการให้บริการ 2 สัญญา
          พร้อมกันนี้ บริษัทยังเตรียมเข้าประมูลโครงการ Tele Health ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) มูลค่าโครงการรวมกว่า 4-6 พันล้านบาทซึ่งเป็นส่วนต่อขยายโครงการเน็ตประชารัฐ
          2. ธุรกิจการให้บริการพื้นที่ดาต้า เซ็นเตอร์ (Data Center) ซึ่งมีสัดส่วน 10% ของรายได้ ปัจจุบันบริษัทมีศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ 2 แห่ง โดยแห่งแรกมีพื้นที่ให้บริการ 368 แร็ค ซึ่งให้บริการเต็มพื้นที่แล้ว ส่วนแห่งที่ 2 เฟสแรกมีพื้นที่ให้บริการ 300 แร็ค คาดจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการราว 200 แร็ค จากพื้นที่บริการทั้งหมดภายในกลางปี 2563  และ 3. ธุรกิจการให้บริการติดตั้งโครงข่ายคมนาคม สัดส่วน 20-30% ของรายได้ โดยมีแนวโน้มเติบโตไปตามการลงทุนโครงข่ายเพื่อรองรับเทคโนโลยี 5G ซึ่งยังอยู่ในกระแสที่ผู้ให้บริการมือถือ หรือ โอเปอเรเตอร์ ลงทุนกันอย่างคึกคัก โดยบริษัทเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์ที่ติดตั้งโครงข่ายให้กับทรู และเอไอเอส ทำให้บริษัทมีความได้เปรียบในด้านการแข่งขันมากขึ้น