กสทฯร่วมวง5จี-หวังเคาะ"คลื่น700"

ควบรวมทีโอทีไม่ทันประมูล ทำข้อตกลงร่วมประมูลคลื่นต่างกัน
          กรุงเทพธุรกิจ   กสทฯเอาแน่ ชงแผนประมูล 5จี เข้าบอร์ดสิ้นเดือนนี้ เจาะจงย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ หวังต่อยอดคลื่น 850 ที่ให้บริการมือถือร่วมกับดีแทค ระบุหลีกคลื่น 2600 ที่คาดว่า ค่ายมือถือรายใหญ่ชิงประมูลหมด เผยแผนควบรวมกับทีโอทีไม่ทันก่อนประมูลเดือน ก.พ.63 แจงแม้ผ่านครม.ต้องใช้เวลาอีกครึ่งปีกว่าจะดำเนินการได้จริง
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือแคท เผยถึงการเข้าร่วม ประมูลคลื่นความถี่ 5จี วันที่ 16 ก.พ.2563 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ว่า มีความเป็นไปได้ที่กสทฯ จะเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่แน่นอน โดยภายในสิ้นเดือนพ.ย.นี้จะเสนอเรื่องดังกล่าวที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เพื่อขอความเห็นชอบแนวทางเข้าร่วมประมูล จากนั้นจะเสนอกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส)และเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
          โดยจะให้ที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสม ด้วยว่า ควรเข้าประมูลคลื่นความถี่ย่านใด และมูลค่าใดมีความเหมาะสมที่กสทฯ จะเข้าประมูล เพราะหากคลื่น ความถี่ มีมูลค่าสูงเกินไปกสทฯ จะไม่สามารถเข้าร่วม การประมูลได้
          พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า การควบรวมกิจการกับบมจ.ทีโอทีน่าจะเกิดขึ้นไม่ทันการประมูลคลื่นความถี่ ที่ กสทช. จัดขึ้นเพราะหลังจากครม. มีมติให้ควบรวมเป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (เอ็นที เทเลคอม) แล้ว เบื้องต้นตามกฎหมายอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 6 เดือน ในการดำเนินการ เช่น จัดการประชุมบอร์ด นำเรื่อง เข้าสู่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งก็คือกระทรวง การคลัง จากนั้นจึงสามารถควบรวมกิจการ จัดตั้งบอร์ดผู้บริหาร และสรรหากรรมการ ผู้จัดการใหญ่ต่อไป
          ในอนาคตที่ต้องเกิดการควบรวมกิจการซึ่งมีความจำเป็นต้องเข้าประมูลคลื่นความถี่ เพื่อให้หลังปี 2568 เมื่อสิ้นสุด ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแล้ว จะมีคลื่นความถี่สำหรับให้บริการต่อไป แต่เมื่อไม่สามารถเข้าร่วมการประมูลคลื่นในนามเอ็นทีได้ทัน จึงต้องทำข้อตกลงกับทีโอที เข้าประมูลคลื่นความถี่ในย่านที่ต่างกัน เพื่อให้อนาคตเอ็นทีมีหลายคลื่นความถี่ให้บริการ กลุ่มคลื่นความถี่ที่ กสทช. นำออกประมูล ได้แก่ คลื่นความถี่ย่าน 700, 1800, 2600 เมกะเฮิรตซ์ และ 26 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งประเมินว่า ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์เป็นหลัก เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีผู้ผลิตอุปกรณ์ขึ้นมารองรับแล้ว
          ดังนั้น หาก กสทฯ ต้องการคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์เช่นเดียวกับโอเปอเรเตอร์ รายอื่น จะทำให้เกิดการแข่งขันสูง และแคท ต้องขยายเสาสัญญาณจำนวนมาก ต้องแบกรับ ต้นทุนสูงขึ้น แต่หากเข้าร่วมประมูลความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นคลื่นใกล้เคียงกับคลื่น 850 เมกะเฮิรตซ์ ที่กสทฯ มีอยู่กับบมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) จะช่วยให้ลดการลงทุน ประกอบกับคลื่นความถี่ย่าน 700 เมกะเฮิรตซ์ เป็นคลื่นความถี่ที่โอเปอเรเตอร์ทั้งสามรายมีอยู่แล้ว ทำให้การแข่งขันด้านราคาไม่สูงเกินไป
          "ส่วนที่ กสทช. ระบุว่า จะนำคลื่นความถี่ย่าน 3500 เมกะเฮิรตซ์ที่ปัจจุบันให้บริการดาวเทียม ซึ่งเป็นคลื่นความถี่ที่ได้รับความนิยม และปัจจุบันมีอุปกรณ์รองรับอย่างแพร่หลาย ออกมาประมูลครั้งถัดไปช่วงปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564 นั้น กสทฯ ก็อยู่ระหว่างให้ที่ปรึกษาศึกษาเรื่องนี้เช่นกัน"
          เขา ระบุว่า มีความเป็นไปได้ว่า ครั้งแรก กสทฯ อาจจะเข้าร่วมการประมูล แต่ถ้าไม่ได้คลื่นความถี่ คงต้องเข้าร่วมการประมูลในครั้งที่สอง แต่ด้วยกรอบเวลาที่ค่อนข้างจำกัด อาจทำให้โอเปอเรเตอร์ ที่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่รอบ 2 ต้องตกขบวน 5จี เพราะไม่สามารถติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆได้ทันเปิด ให้บริการเชิงพาณิชย์ช่วงปลายปี 2563
          ทั้งนี้ กสทฯไม่ได้กังวลเรื่องการตกขบวน 5จี การร่วมประมูลครั้งนี้ เพื่อให้มีคลื่นความถี่ให้บริการ และดำเนินธุรกิจ ต่อไปได้ จึงต้องศึกษารายละเอียดในทุกสถานการณ์เพื่อดูความเหมาะสม ซึ่งต้องอาศัยเวลาอีกสักระยะจึงจะได้ข้อสรุป ที่ชัดเจน


          การร่วมประมูลครั้งนี้ เพื่อให้มีคลื่นความถี่ให้บริการ และดำเนินธุรกิจ ต่อไปได้
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันท์