TRUEแจ้งงบไตรมาส3วันนี้ ลุ้นกำไรสุทธิโตกระฉูด 1,563% แตะ 6,421 ล้าน

 TRUE แจ้งงบไตรมาส 3/62 วันนี้ ลุ้นกำไรโตกระฉูด 1,563% แตะ 6,421 ล้านบาท หลังบุ๊กกำไรพิเศษขายสินทรัพย์เข้า DIF โบรกฯ ปรับเพิ่มกำไรปี 62-64 สะท้อนการขยายงวดจ่ายค่าคลื่น 900 MHz แนะ “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” เป้า 6.10 บาท
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (14 พ.ย. 2562) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE จะแจ้งผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 3/2562 โดยบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า TRUE จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,563% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 386 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 506% จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,060 ล้านบาท เนื่องจากคาดมีบันทึกกำไรพิเศษจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล หรือ DIF
          อย่างไรก็ตาม คาดกำไรปกติในไตรมาส 3/2562 อยู่ที่ 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 184% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรอยู่ที่ 149 ล้านบาท หลัก ๆ จากการใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS 15 ทำให้ค่าใช้จ่ายในการอุดหนุนค่าเครื่องโทรศัพท์มือถือลดลง แต่ลดลง 65% จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรอยู่ที่ 1,210 ล้านบาท เนื่องจากคาดจะรับรู้รายรับทางภาษี (defer tax) ลดลงจากไตรมาสก่อน ที่บันทึกประมาณ 818 ล้านบาท
          ทั้งนี้ รายได้รวมในไตรมาส 3/2562 คาดว่าจะอยู่ที่ 34,054 ล้านบาท ลดลง 1% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 34,539 ล้านบาท เนื่องจากถูกกดดันจากการแข่งขันด้านราคารุนแรงในธุรกิจบรอดแบนด์ ประกอบกับทรูวิชั่นส์ไม่มีรายได้โฆษณาจากการถ่ายทอดฟุตบอลโลกเหมือนช่วงปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 33,573 ล้านบาท เป็นผลจากการเปิดตัวบริการใหม่อย่าง True gigatex fiber และการได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
          สำหรับกลุ่มมือถือ ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 60% ของรายได้ในไตรมาส 3/2562 คาดว่ารายได้บริการจะอยู่ที่ 19,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน ตามการเติบโตของฐานลูกค้าที่ลดลง โดยคาดสิ้นไตรมาส 3/2562 อยู่ที่ 30.1 ล้านราย เพิ่มขึ้น 1.4 ล้านราย จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.35 ล้านราย จากไตรมาสก่อน และรายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (ARPU) จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 210 บาท
          ส่วนกลุ่มทรูออนไลน์ ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 30% ของรายได้ ในไตรมาส 3/2562 คาดว่ารายได้ให้บริการจะลดลง 4% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องจากเผชิญการแข่งขันด้านราคา แต่เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน ส่วนหนึ่งคาดว่ามาจากการเปิดตัวบริการใหม่ความเร็วสูงขึ้น
          ขณะที่ กลุ่มทรูวิชั่นส์ซึ่งมีสัดส่วนคิดเป็น 10% ของรายได้ ในไตรมาส 3/2562 คาดว่าจะมีรายได้ให้บริการ ลดลง 11% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ซึ่งยังเป็นจากการไม่มีถ่ายทอดฟุตบอลโลก แต่เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน เนื่องจากเริ่มถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ
          โดยหากผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/2562 เป็นไปตามคาดการณ์ จะส่งผลให้ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2562 TRUE จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 8,990 ล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 9,465 ล้านบาท และมีรายได้รวมอยู่ที่ 100,582 ล้านบาท ลดลง 22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 128,824 ล้านบาท
          ขณะเดียวกัน ได้ปรับกำไรสุทธิปี 2562-2564 ขึ้น โดยปี 2562 ปรับเป็น 9,431 ล้านบาท จากเดิม 1,631 ล้านบาท, ปี 2563 ปรับเป็น 2,196 ล้านบาท จากเดิมขาดทุน 499 ล้านบาท และปี 2564 ปรับเป็น 2,973 ล้านบาท จากเดิมขาดทุน 1,482 ล้านบาท สะท้อนดอกเบี้ยที่จะประหยัดได้ของการได้รับการขยายเวลาจ่ายเงินค่าคลื่นงวดสุดท้ายของคลื่น 900 MHz จากเดิมที่ต้องจ่ายทั้งหมดกว่า 60,000 ล้านบาท ในปี 2563 และกำไรพิเศษจากการขายทรัพย์เข้า DIF ในปี 2562 ดังนั้น แนะนำ “รอซื้อเมื่ออ่อนตัว” ราคาเป้าหมายปี 2563 ที่ 6.10 บาท