กสทช.เตรียมเปิดประมูลเน็ตชายขอบปีหน้า

หลังฉีกสัญญา "ทีโอที" ส่วนผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนใช้งานตามบ้าน 200 บาทต่อเดือน กว่า 70,000 ครัวเรือนต้องรอให้โครงการเสร็จทั้งหมด
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการบริการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบหรือเน็ตชายขอบโซนซี+ของ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ว่า กสทช. มียกเลิกสัญญากับทีโอทีเมื่อวันที่ 4 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมาและได้ตั้งคณะกรรมการชุดเล็กประชุมร่วมเพื่อตรวจรับหาข้อสรุปพื้นที่ที่ใกล้เสร็จและสามารถส่งมอบได้เรียบร้อยแล้วคาดว่าจะนำเข้าคณะกรรมการตรวจรับชุดใหญ่ในวันที่ 13 พ.ย. 2562 ก่อนสรุปพื้น ที่กันอีกครั้ง
          อย่างไรก็ตาม คาดว่าทีโอทีจะเหลือพื้นที่จะต้องดำเนินการต่อให้เสร็จอีก 20% ภายในปีนี้ ส่วนที่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะผิดเงื่อนไขสัญญานั้น กสทช. จะนำมาประมูลแบบอี-บิดดิ้ง คาดว่าภายในเดือน เม.ย. 2563 จะสามารถเปิดประมูลได้โดยจะให้ผู้เข้าร่วมประมูลรายใหม่ประเมินราคาเองเพื่อให้กระบวนการอี-บิดดิ้ง เร็วขึ้นเพราะหากมีปัญหาก็ให้ดำเนินการเคลียร์กับทีโอทีโดยตรงหากผู้ชนะรายใหม่จะใช้อาคารยูโซ่เดิมของ ทีโอที ก็สามารถทำได้แต่จะต้องปรับปรุงแก้ไขให้ตรงตามเงื่อนไข ก่อนส่งมอบงานให้ กสทช.
          ทั้งนี้ ทีโอที ได้ก่อสร้างอาคารยูโซ่เสร็จแล้ว 16 แห่ง ตรวจรับงานได้ 3 แห่ง จากอาคารยูโซ่ที่ต้องก่อสร้างจำนวน 371 แห่ง ซึ่งภายในสิ้นเดือนนี้ ภาพรวมของโครงการทั้งหมดยกเว้นพื้นที่ของทีโอทีต้องเปิดให้บริการตามเดิม ส่วนประชาชนผู้ลงทะเบียนมีรายได้น้อยที่จะใช้สิทธิเชื่อมต่อเข้าครัวเรือนเดือนละ 200 บาท กว่า 70,000 ครัวเรือนนั้นต้องรอให้โครงการของทีโอทีเก่าและโครงการที่จะได้เอกชนรายใหม่มาทำต่อให้เสร็จก่อนถึงจะเปิดให้บริการพร้อมกันได้
          สำหรับโครงการที่ ทีโอที ชนะการประมูลประกอบด้วย 3 สัญญา วงเงินรวม 6,486.39 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) คือ 1. โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภาคเหนือ มูลค่า 2,103.80 ล้านบาท 2. โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มูลค่า 2,492.59 ล้านบาท และ 3. โครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ มูลค่า 1,899.99 ล้านบาท.
--จบ--

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 13 พ.ย. 2562 (กรอบบ่าย)--