"ดีอีเอส"จ่อเสนอครม. พิจารณาควบรวมกิจการ TOT-CATภายในพ.ย.นี้

“ดีอีเอส” จ่อชงครม.พิจารณาควบรวมกิจการ TOT กับ CAT เร็วสุดภายในเดือน พ.ย. 62 เตรียมหารือกสทช.ภายในสัปดาห์หน้า หลังอนุฯ กลั่นกรองด้านโทรคมฯ มีมติเห็นชอบเรียกคืนคลื่น 3400-3700 MHz จาก THCOM
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมร่วม 4 ฝ่าย ได้แก่ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT, กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT, สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ TOT และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ CAT เกี่ยวกับการควบรวมกิจการ TOT กับ CAT เป็นบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด
          โดยจากการประชุมดังกล่าวได้ข้อสรุปที่น่าพึงพอใจ เนื่องจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะสหภาพแรงงานมีความเข้าใจมากขึ้น ซึ่งจากนี้ได้มอบหมายให้นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ รวบรวมข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน และเสนอมาที่ตนอีกครั้ง เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อย่างเร็วภายในเดือน พ.ย. 2562
          ทั้งนี้ เมื่อผ่านการเห็นชอบจากครม.แล้ว จะทำให้กระบวนการควบรวมกิจการรวดเร็วขึ้น โดยจะต้องมีการว่าจ้างที่ปรึกษา 3 ฝ่าย ได้แก่ 1.ด้านบุคลากร 2.ด้านการเงิน สิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และ 3.ด้านสัญญาสัมปทาน เพื่อกำหนดทิศทางในการดำเนินงานภายหลังการควบรวมกิจการ ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 6-7 เดือนจึงจะได้ข้อสรุป
          “หากสามารถนำเข้าที่ประชุมครม.และได้ข้อสรุปโดยเร็ว จะทำให้ TOT และ CAT มีโอกาสเตรียมตัวเข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5G ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 16 ก.พ. 2563 แต่ต้องดูว่าจะสามารถควบรวมกิจการได้ทันหรือไม่ เพราะต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
          ส่วนกรณีที่ประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงานของกสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม มีมติเห็นชอบเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 3400-3700 MHz ที่อยู่ภายใต้สัญญาสัมปทานระหว่างบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM และกระทรวงดิจิทัลฯ มาประมูลล่วงหน้า ก่อนหมดสัญญาสัมปทานในเดือน ก.ย. 2564 นั้น ทางกระทรวงดิจิทัลฯ จะมีการหารือร่วมกับกสทช.ในสัปดาห์หน้า
          “หากกสทช.ยังยืนยันที่จะนำคลื่นความถี่ดังกล่าวออกมาประมูล จะต้องดำเนินการใน 2 ส่วน ได้แก่ 1.การเยียวยาผู้ที่จะได้รับผลกระทบ และ 2.ค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอุปกรณ์ เพื่อไปใช้งานในคลื่นความถี่ 3700-4200 MHz ซึ่งเชื่อว่าจะอยู่ในงบประมาณที่สามารถดำเนินการได้ เพียงแต่ในระหว่างนี้ต้องดูภาพรวมด้วย” นายพุทธิพงษ์ กล่าว