เปิดแผนโครงข่าย เชื่อม"ศก.ดิจิทัล"อาเซียน

นันทิดา พวงทอง
          กรุงเทพธุรกิจ
          การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เปรียบเหมือนกระดูกสันหลังของ เศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนยุค4.0 ขณะที่การเชื่อมโยงโครงข่ายดิจิทัล สร้าง แรงขับเคลื่อนให้เกิดการขยายตัวทาง เศรษฐกิจ ซึ่งธนาคารโลกชูแนวคิดนี้ในเวที ASEAN Business and Investment Summit (เอบิส) 2019 ในหัวข้อ "การเปลี่ยนผ่าน ไปสู่อาเซียนดิจิทัลและการเชื่อมโยง ในภูมิภาค"
          "อิรีนา อัสทากัน" ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ ทางการเงิน และการตลาดระหว่างประเทศของธนาคารโลก ระบุว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ที่มีประชากร 650 ล้านคน และยังเป็นแหล่งธุรกิจ เอ็มเอสเอ็มอีที่สำคัญ ควรใช้ประโยชน์ จากตลาดภายในภูมิภาค
          "เศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว เห็น ได้จากการที่มีบริษัทสตาร์ทอัพมีมูลค่าสูงกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ที่เรียกว่า ยูนิคอร์น เกิดขึ้นในอาเซียนจำนวนมาก ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็นต้นแบบทางธุรกิจ ทั้งธุรกิจออนไลน์ ธุรกิจเพย์เมนท์ ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ" ผู้แทนจากธนาคารโลก กล่าว
          อัสทากัน เห็นว่า สิ่งแรกที่ควรทำคือ การพัฒนาและปรับปรุงอินเทอร์เน็ตให้มีประสิทธิภาพสูง พร้อมใช้งาน ควบคู่ไปกับการจัดสรรระบบโทรคมนาคม บรอดแบรนด์ และอุปกรณ์สื่อสาร โดยที่ประชาชน สามารถเข้าถึงสมาร์ทโฟนได้ในราคาถูก ทั้งยังต้องพัฒนาแอพพลิเคชั่น ปฏิรูป กฎระเบียบการค้า และสร้างระบบ บิ๊กดาต้า
          ทั้งนี้ พบว่า กลุ่มประเทศที่มีรายได้ ปานกลาง มีประชากรเพียง 2 ใน 5 คน ที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ขณะที่ประเทศที่มีรายได้ต่ำมีประชากรเพียง 1 ใน 5 คน ที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ต ขณะที่อินเทอร์เน็ต เป็นปัจจัยช่วยผลักดัน การเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยที่ภาครัฐกับเอกชนสามารถร่วมมือกันในเรื่อง การพัฒนาระบบและการลงทุนด้าน โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
          นอกจากนี้ ยังเป็นการพัฒนาทักษะแรงงานดิจิทัลให้กับคนในภูมิภาค เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกคนมีโอกาสได้รับประโยชน์ จากระบบเศรษฐกิจดิจิทัลที่เป็นเป้าหมายร่วมกัน
          ด้าน "อริน จิรา" ประธานสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน-ประเทศไทย (อาเซียน-แบค) มีความเห็นว่า การพัฒนาด้านดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ทั้งอินเทอร์เน็ตและระบบโลจิสติกส์ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเติบโต ของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้านการค้าอิเล็กทรอนิกส์ อีกทั้ง กฎระเบียบ ด้านโลจิสติกส์ที่ทันสมัยจะเพิ่ม ขีดความสามารถด้านการแข่งขัน ลดค่าใช้จ่าย ด้านโลจิสติกส์ และปรับปรุงคุณภาพบริการให้ดียิ่งขึ้น
          "ภาคเอกชนต้องการให้รัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนในเรื่องการปรับปรุงกฎระเบียบพิธีการด้านศุลกากรของ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนให้เชื่อมโยงกัน เพื่อให้เกิดความ คล่องตัวด้านการค้า ส่งผลให้การขนส่งสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย และส่งไปตามที่หมายได้ตรงเวลา ถ้าระบบถูกเชื่อมต่อ อย่างสมบูรณ์แล้ว จะช่วยกระตุ้นการเติบโต ของธุรกิจการค้าอิเล็กทรอนิกส์ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น" ประธานอาเซียน-แบค ประเทศไทย กล่าว
          ขณะที่ "กอบศักดิ์ ภูตระกูล" รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า  การพัฒนาโครงสร้างดิจิทัลเพื่อพัฒนา ระบบเศรษฐกิจในภูมิภาค จะช่วยสร้างโอกาส ให้กับผู้ประกอบการเอ็มเอสเอ็มอี สามารถขยับขึ้นมาเป็นกลุ่มสร้างรายได้หลัก ของภูมิภาค และยังมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ทั้งในตลาดอาเซียนและต่างประเทศ
          ข้อมูลการค้าเมื่อปี 2561 ว่า อาเซียนมีปริมาณการค้าอยู่ที่ 72,000 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้นจาก 50,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2560 เพราะได้แรงหนุนจากการขยายตัวของประชากรชนชั้นกลางที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้น และการขยายตัวของเอ็มเอสเอ็มอี ในอาเซียนที่เข้าสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล มากขึ้น
          "เศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียนมีสัดส่วนเพียง 7% ของจีดีพีในภูมิภาค ขณะที่สหรัฐ มีเศรษฐกิจดิจิทัลขนาดใหญ่สุด ติดอันดับหนึ่งของโลกอยู่ที่ 35% ของจีดีพีในประเทศ" กอบศักดิ์กล่าว
          พร้อมเสริมว่า อนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลในอาเซียน มีแนวโน้มสดใส โดยกูเกิล เทมาเส็กโฮลดิ้ง และบริษัทที่ปรึกษาจัด อันดับชั้นนำอย่างเบน แอนด์โค คาดการณ์ว่ามูลค่าการค้าด้านดิจิทัลในอาเซียนจะเติบโตมากถึง 3 เท่า หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 240,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2568
          "กลินท์ สารสิน" ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้กำลังเตรียมร่างแผนการดำเนินงานใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาและปรับปรุงทักษะให้แรงงานในภูมิภาคอาเซียน สามารถรับมือกับยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐบาลกับภาคเอกชนที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อเศรษฐกิจในภูมิภาคโดยรวม
          อาเซียน-แบค มุ่งสนับสนุนปัจจัย ที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจภูมิภาคภายใต้ 4 เสาหลัก คือ 1.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี 2.สร้างความเชื่อมโยงทางด้านดิจิทัล เพื่อรองรับการค้า การลงทุนในอาเซียน
          3.พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เกิด ความสามารถใหม่และลดปัญหาการว่างงานในอาเซียน และ 4.ผลักดันเอ็มเอสเอ็มอี เข้าถึงนวัตกรรมและเงินทุนเพื่อเพิ่ม ศักยภาพด้านการแข่งขันให้แก่ เอ็มเอสเอ็มอี และเพิ่มจำนวนสตาร์ทอัพในภูมิภาค
          ล่าสุด อาเซียน-แบคได้ให้การรับรองแพลตฟอร์มการค้าดิจิทัลในอาเซียน สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามที่จะ ทำให้การค้าออนไลน์มีประสิทธิภาพ มากขึ้น และลดเวลาในการทำธุรกรรม ด้วยการทำให้ทุกขั้นตอนเป็นระบบดิจิทัล ซึ่งจะทำให้การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ขณะเดียวกัน ก็สามารถตรวจสอบความโปร่งใสทางการค้า ได้ด้วย
          อาเซียนควรใช้ประโยชน์จาก แหล่งธุรกิจเอ็มเอสเอ็มอี และตลาดขนาดใหญ่ มีประชากร 650 ล้านคน สร้างเศรษฐกิจ 4.0