นัดชี้ชะตาควบรวมทีโอที-แคท

"พุทธิพงษ์"ขีดเส้น 6 พ.ย.หมดเวลาทำความเข้าใจ
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เปิดเผยว่า ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ได้นัดประชุมร่วม 4 ฝ่าย เพื่อสรุปการควบรวบกิจการบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ แคท เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนนำข้อสรุปเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)เพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาการเข้ามารับตำแหน่ง รมว.ดีอีเอส เกือบ 4 เดือน ก็ได้ประชุมร่วม 4 ฝ่าย คือ กรรมการผู้จัดการใหญ่ แคท, กรรมการผู้จัดใหญ่ ทีโอที สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจทีโอทีและสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแคทมากกว่า 2 ครั้งแล้ว ซึ่งที่ประชุมทุกครั้งก็ไม่มีฝ่ายใดคัดค้าน เนื่องจากเห็นว่าการควบรวมทีโอทีและแคทจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรในอนาคตเพื่อลูกหลานของคนทีโอทีและแคทเอง ซึ่งผู้บริหารและตัวแทนสหภาพฯของทั้ง 2 องค์กรที่เข้าร่วมประชุมทุกครั้ง จะต้องนำข้อมูลการควบรวบไปชี้แจงให้พนักงานได้รับทราบ เพื่อสร้างการรับรู้
          "ผมได้ย้ำและพูดบอกผู้บริหารและตัวแทนสหภาพฯที่มาว่า วันนี้ผู้บริหารและสหภาพฯ ก็ใกล้เกษียณอายุกันแล้วเหลือไม่ถึง 2-3 ปี ฉะนั้นต้องคิดถึงอนาคตองค์กรมากกว่าตัวเอง โดยเฉพาะหลังปี 68 เมื่อสิ้นสุดใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่ได้รับจากสำนักงานคณะกรรมการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แล้วจะอยู่กันอย่างไร เพราะการทำธุรกิจต้องวางแผนการล่วงหน้ามากกว่า 5 ปี ดังนั้น ก็ต้องวางแผนเพื่ออนาคตเพื่อทำให้องค์กรแข็งแกร่งเติบโตอย่างยั่งยืน อย่าคิดวางแผนเพื่อตัวผู้บริหารเอง"
          นายสังวรณ์ พุ่มเทียน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจแคท กล่าวว่า ทุกครั้งที่ไปร่วมประชุมกับ รมว.ดีอีเอส ได้นำข้อมูลนั้นกลับมาสื่อสาร สร้างความเข้าใจกับพนักงานทุกครั้งถึงเหตุความจำเป็นของการควบรวบ ซึ่งพนักงานแคทเห็นด้วยในการควบรวบกิจการดังกล่าว เนื่องจากจะสร้างองค์กรรัฐะวิสาหกิจโทรคมนาคมของรัฐให้แข็งแกร่งหากไม่ดำเนินการใดๆเมื่อสิ้นสุดใบอนุญาตในปี 68 รวมถึงไม่มีการปรับองค์กรเชื่อว่าในที่สุดแคทและทีโอที ก็ยุบองค์กรเหมือนหลายรัฐวิสาหกิจที่ยุบกิจการ เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถช่วยเหลือให้อยู่รอดทั้ง 2 องค์กรได้.