รัฐเอื้อ"ค่ายมือถือ"ประมูล5จี ราคาเริ่มต้นแค่ 300 ล้าน"56 ไลเซ่นส์" - ดีเดย์เคาะ 16 ก.พ.ปีหน้า

เอไอเอสชงรายใหม่วางประกัน 100% สกัดปั่นราคา
          กรุงเทพธุรกิจ  ดีเดย์ประมูล 5จี 16 ก.พ.2563 กสทช.ปล่อยคลื่นเต็มที่ กดราคาต่ำจูงใจ "ฐากร"ลั่นขายออกแน่ 46 ใบอนุญาต เงินเข้ารัฐอย่างน้อย 43,470 ล้านบาท "เอกชน"กัดฟันเข้าร่วม ขอ หลักเกณฑ์เอื้อธุรกิจ เสนอวางแบงก์การันตี 100%  เท่าราคาใบอนุญาต หวั่นมือดีทิ้งคลื่นสร้างภาระเพิ่ม
          ราคาคลื่น 5จี ถูกประกาศอย่างเป็นทางการจากเลขาธิการกสทช. สร้างเซอร์ไพรส์ ให้เอกชนได้ไม่น้อย เพราะเป็นการตั้งราคาที่ต่ำกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เนื่องจากรัฐบาล มีความตั้งใจอย่างที่สุด ต้องการผลักดันให้ไทยมี 5จีให้บริการเป็นประเทศแรกในอาเซียน ด้วยการดึงย่านความถี่ที่ไม่มีการใช้งานมาประมูลให้มากที่สุด โดยเปิดประมูลพร้อมกัน 4 ย่านความถี่ จำนวน 56 ใบอนุญาต
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า คาดว่าวันเปิดประมูล 5จี ที่กำหนดไว้ในวันที่ 16 ก.พ.2563 จะสามารถประมูลคลื่นได้ครบทั้งหมดทั้งคลื่น 2600 เมกะเฮิรตซ์ จำนวน 190 เมกะเฮิรตซ์ จะเปิดประมูล 19 ใบอนุญาตๆ ละ 10 เมกะเฮิรตซ์ ราคาใบอนุญาต 1,862 ล้านบาท  คลื่น 26 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 2700 เมกะเฮิรตซ์ เปิดประมูลจำนวน 27 ใบอนุญาตๆ ละ 100 เมกะเฮิรตซ์ ราคาใบอนุญาต 300 ล้านบาท รวม 46 ใบอนุญาต รวมเป็นเงินค่าประมูลทั้งหมด 43,470 ล้านบาท
          ส่วนคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ มี 35 เมกะเฮิรตซ์ จะประมูล 7 ใบอนุญาตๆ ละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ราคาใบอนุญาตละ 12,468 ล้านบาท และคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ มีจำนวน  15 เมกะเฮิรตซ์ แบ่งเป็น 3 ใบอนุญาตๆ ละ 5 เมกะเฮิรตซ์ ราคาใบอนุญาต 8,792 ล้านบาท ซึ่งคลื่น 2 ย่านหลังนี้ อาจไม่ถูกจัดสรรเพราะเอกชนเพิ่งประมูลได้ แต่สุดท้ายก็อยู่ที่แผนกลยุทธ์ของแต่ละบริษัทว่า จะดำเนินการอย่างไร ดังนั้นในเบื้องต้น กสทช.คาดการณ์ไว้ว่าในการประมูลครั้งนี้ จะขายใบอนุญาตออกได้จำนวน 46 ใบอนุญาต
          คลื่นไทยคมประมูลรอบหน้า
          สำหรับประเด็นที่นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ต้องการให้นำคลื่น 3400-3700 เมกะเฮิรตซ์ที่อยู่ในสัญญา สัมปทานกับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) มาประมูลล่วงหน้าพร้อมกันครั้งนี้ก่อนหมด สัญญาสัมปทานเดือน ก.ย.2564 "คงไม่ทัน" แต่มีโอกาสนำคลื่นมาประมูลต่อกันได้ หาก กระทรวงดีเอสอียินดีสลับคลื่นเป็น 3700-4200 เมกะเฮิรตซ์ คาดว่า กสทช.จะเยียวยาให้ลูกค้า ดาวเทียมประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท และค่าเปลี่ยนอุปกรณ์ในการย้ายคลื่นประมาณ 1,000 ล้านบาท
          อย่างไรก็ตาม วันที่ 1 พ.ย.2562 กสทช.จะส่งรายชื่อ คณะกรรมการประมาณ 26 คน ซึ่งจะมีตัวแทนจากซีอีโอค่ายมือถือทั้ง 5 ราย ได้แก่ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น บมจ.ทีโอทีและบมจ.กสท โทรคมนาคม และประธานสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึง ประธานสภาอื่นๆ เป็นกรรมการด้วย พร้อมทั้ง รายละเอียดการตั้งคณะกรรมการ 5จีแห่งชาติ ให้รมว.ดีอีเอส นำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) ภายในสัปดาห์หน้า
          ดังนั้นเรื่องการประมูล คลื่น 3400-3700 เมกะเฮิรตซ์ ต้องเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ 5จีแห่งชาติจะมีความเห็นอย่างไร ซึ่ง กสทช.ไม่มีปัญหาในการนำมาประมูล คาดว่า คลื่นนี้จะมีมูลค่าคลื่นทั้ง 300 เมกะเฮิรตซ์ ประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท และเป็นคลื่นที่ โอเปอเรเตอร์สนใจและน่าจะเข้าร่วมประมูลแน่นอน
          ลงทุนในอีอีซี 50%ของพื้นที่
          สำหรับราคาคลื่น 5จี ที่จะเปิดประมูล เตรียมเสนอประชุมอนุกรรมการกลั่นกรองงานด้านโทรคมนาคมวันที่ 6 พ.ย.นี้ เสนอ บอร์ดกสทช. วันที่ 12 พ.ย. จากนั้นเมื่อผ่านบอร์ดจะนำร่างประกาศไปรับฟังความคิดเห็น สาธารณะ(ประชาพิจารณ์)
          ทั้งนี้ สิ่งที่หลายคนถามว่าจะไม่เอื้ออำนวย ให้เอกชนลงทุน ที่ผ่านมา กสทช ปรับเปลี่ยนกฎกติกา โดยมี Grace period ให้ผู้ร่วมประมูลไม่ต้องชำระค่าประมูลเป็นระยะเวลา 3 ปี กำหนดไว้ว่าปีที่ 1 ให้ชำระค่าประมูล 10% ปีที่ 2-4 ไม่ต้องจ่าย ปีที่ 5 -10 จ่าย 15% แต่มีเงื่อนไขคือต้องนำเงินที่ไม่ต้องจ่ายไปลงทุน เช่นลงทุนในอีอีซี 50% ของพื้นที่อีอีซี ภายใน 1 ปี และลงทุนในพื้นที่สมาร์ทซิตี้ 50% ของประชากรในสมาร์ทซิตี้ ภายใน 4 ปี โดยต้องเป็นเทคโนโลยี 5จี ที่ได้ประมูลไป
          "ร่าง 5จี ที่นำไปเปิดรับฟังความคิดเห็น วันที่ 13 พ.ย.-12 ธ.ค. ทุกคนสามารถเสนอความเห็นได้ หลังจากนั้นวันที่ 27 ธ.ค. จะประกาศ ลงราชกิจจานุเบกษา วันที่ 2 ม.ค.2563 จะประกาศ เชิญชวน วันที่ 16 ก.พ.2563 ประมูลคลื่นความถี่ ออกใบอนุญาตได้ปลายเดือนมี.ค. และคาดว่าเปิดให้บริการภายในเดือน ก.ค.2563 "
          ออกเกณฑ์กันรายใหม่เข้าป่วน
          ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า ราคาที่ กสทช. กำหนดออกมาทำให้ราคาต่อใบอนุญาตต่ำลง อาจส่งผลให้มีผู้เล่นรายอื่นเข้ามาปั่นราคา ให้สูงได้เหมือนที่ผ่านมา ดังนั้น กสทช. ต้องกำหนดเงื่อนไขผู้ที่จะเข้ามาประมูลให้ชัดเจน หากเป็นผู้เล่นรายใหม่ต้องวางเงินค้ำประกัน จากธนาคารหรือแบงก์การันตี 100% เพื่อ ป้องกันไม่ให้เกิดการทิ้งใบอนุญาตและ ไม่รับผิดชอบ
          หากการผลักดัน 5จี เป็นโครงการพิเศษที่ต้องเร่งผลักดันให้เกิดขึ้นโดยเร็ว ให้ทันกับ เพื่อนบ้านที่จะเกิดในปี 2563 นั้น จะทำให้ โอเปอเรเตอร์ซื้อของแพง และมียูสเคสการนำไปใช้ได้ไม่มาก แต่หากเป็นนโยบายของประเทศ โอเปอเรเตอร์ก็สามารถทำได้ ทว่ากระบวนการคิดต้องคิดใหม่
          "จึงต้องการเสนอให้คณะกรรมการ ขับเคลื่อน 5จี แห่งชาติที่กำลังตั้งขึ้น ควรแบ่งเงิน ที่ได้จากการประมูลบางส่วนให้เอกชนนำมาลงทุนโครงข่ายแทนที่จะนำเงินส่งกระทรวง การคลังทั้งหมด เพราะหากเงื่อนไขการประมูล ต้องเร่งลงทุนในพื้นที่อีอีซี และสมาร์ทซิตี้ เป็นการลงทุนสูงอาจจะไม่อยากลงทุน"
          พร้อมหนุนถ้ามูลค่าเหมาะสม
          นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ รองประธาน คณะกรรมการบริหารทรูฯ กล่าวว่า 5จี จะใช้ประโยชน์ในทุกภาคอุตสาหกรรม ต่างกับ 3จี และ4จี ที่เน้นผู้บริโภค โดยราคาตั้งต้น ประมูล 5จี ที่เปิดเผยนั้นจะดูว่าเหมาะสม หรือยังต้องดูในภาพรวม ปัจจุบันในเอเชีย มีจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และสิงคโปร์ ได้เดินหน้า  5จีแล้ว
          "มองว่า นโยบายของรัฐบาลที่ดำเนินการอยู่ในการผลักดัน 5จี ถือว่าสุดยอด ไม่ให้ไทยตกขบวนรถไฟ หลักเกณฑ์ประมูลดี แต่อาจมีการปั่นราคาอย่างรุนแรง ดังนั้นรัฐบาล และหน่วยงานต้องดูแล ดูแนวทางที่เหมาะสม ไม่ให้เกิดการปั่นราคาจนสูงเกินจริง  จนกระทบ กับผู้ร่วมประมูล เพราะที่ผ่านมาลงทุนไปแล้ว หลักแสนล้านบาท ทรูฯอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ ไม่ยอมแพ้แน่นอน"
          ขณะนี้ เอกชนมีต้นทุนทั้งอุปกรณ์ และ ต้นทุนการประมูล ขณะที่การลงทุนที่ผ่านมา ในเทคโนโลยี 3จีและ4จี ยังไม่คืนทุน ซึ่ง เทคโนโลยีที่เข้ามาในช่วงต้น พบว่า ภาพการ ทดสอบใช้งานของกลุ่มธุรกิจ และรูปแบบการใช้งานยังไม่ชัดเจน แต่มั่นใจสุดท้าย 5จี มาแน่ ดังนั้นช่วงการเปลี่ยนผ่านยืนยันว่าทรูฯพร้อมเข้าร่วมแน่นอนภายใต้มูลค่าการลงทุนที่เหมาะสม
          ดีแทคคาด5จีเปิดบริการปี64
          อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นาง อเล็กซานดรา ไรช์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่า การขยายโครงข่ายเพื่อรองรับ 5จี ดีแทคต้องการคลื่นความถี่มาให้บริการ แต่จะรอดูความชัดเจนจากทางกสทช. ทั้งเรื่อง กฎ กติกา การประมูล เรื่องราคา รายละเอียด ต่างๆ รวมถึงท่าทีของกสทช. ในการเรียกคืน คลื่นความถี่กลับมาให้ประมูลเนื่องจากหลายคลื่นความถี่มีการใช้งานอยู่แล้ว
          โดยอยากเห็นรัฐบาลช่วยเหลือ โอเปอเรเตอร์ ในการออกกติกาการประมูล เพื่ออนาคต อย่างในเวียดนาม ช่วงแรกที่ขยายโครงข่ายจะชำระเงินค่าคลื่นในอัตราที่ต่ำกว่าปกติ จนสามารถสร้างรายได้จากการให้บริการค่อยเก็บเงินเพิ่มในอัตราเร่ง เพื่อให้ 5จี เกิดขึ้นได้เร็วในประเทศไทย
          สำหรับอุปกรณ์ของ ดีแทค พร้อมที่จะให้บริการ 5จี อยู่แล้วแต่ยังอยู่กับคลื่นความถี่ที่จะนำมาให้บริการ โดยคาดว่าจะสามารถเริ่มให้บริการได้ไม่เร็วกว่าปลายปีของปี 2563 ทำให้อาจจะอยู่ในช่วงต้นปี 2564 ที่จะเริ่มเห็นการให้บริการในไทย
          "ราคาเป็นส่วนที่สำคัญ แต่ไม่ใช่ปัจจัย หลักในการตัดสินใจ เนื่องจากดีแทคมองว่า หน่วยงานกำกับดูแลไม่ควรมองว่าการนำคลื่น มาประมูลเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศ แต่เป็นการลงทุนเพื่อให้ประเทศสามารถแข่งขัน ได้ในอนาคต"นางอเล็กซานดรากล่าว