กสทช.-ดีอีเอสจ่อสรุป ชื่อคกก.ขับเคลื่อน5G ได้ภายในสัปดาห์หน้า

 “กสทช.-ดีอีเอส” จ่อยกร่างและสรุปรายชื่อคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G ระดับชาติภายในสัปดาห์หน้า พร้อมเร่งประมูล ม.ค. 63 ออกใบอนุญาต ก.พ. 63 ก่อนเปิดบริการภาคการผลิต ต.ค. 63
          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้เข้ามาหารือถึงแนวทางการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อน 5G ระดับชาติในทุกภาคส่วน
          โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีคณะทำงาน 10-15 คน ประกอบด้วย หน่วยงาน อาทิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงมหาดไทย โดยให้สำนักงานกสทช.ทำหน้าที่เลขานุการ และในสัปดาห์หน้าจะมีการยกร่างรายชื่อคณะกรรมการร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ อีกครั้ง เพื่อผลักดันการขับเคลื่อน 5G ให้เกิดขึ้นและต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรม
          ทั้งนี้ ความจำเป็นเร่งด่วนในการขับเคลื่อน 5G นั้น เพื่อให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันได้ทัดเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงสร้างบรรยากาศในการลงทุนที่ดีให้กับประเทศไทย ซึ่งจากรายงานของสมาคม GSMA ระบุว่าราคาของใบอนุญาต 5G จำนวน 100 MHz มีราคาเท่ากับ 40% ของราคาใบอนุญาต 4G จำนวน 20 MHz ดังนั้นราคาคลื่นความถี่ 2600 MHz ที่อยู่ระหว่างการประเมินมูลค่าคลื่นของ 3 สถาบัน คาดว่าจะออกมาในทิศทางเดียวกับรายงานของสมาคม GSMA
          “จากรายงานของ GSMA ระบุว่า หลายประเทศจะเปิดให้บริการ 5G เฉพาะพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งในส่วนของประเทศไทย ถ้าเปิดประมูลในเดือน ม.ค. 2563 และออกใบอนุญาตได้ในเดือน ก.พ. 2563 คาดว่าจะเปิดให้บริการในภาคการผลิตเฉพาะพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมได้ในเดือน ต.ค. 2563 จากนั้นในปี 2565 เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ” นายฐากร กล่าว
          ขณะเดียวกัน ได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับกรณีที่กสทช.ยกเลิกสัญญาบริการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ชายขอบ หรือโครงการเน็ตชายขอบที่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT ชนะการประมูล 3 สัญญา วงเงินรวม 6,486.39 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เนื่องจากคำนึงถึงการเปิดให้บริการ ซึ่งหากในพื้นที่ที่ TOT รับผิดชอบไม่สามารถเปิดบริการได้ในเดือน พ.ย. 2562 จะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ
          “จากการที่กสทช.รายงานการยกเลิกสัญญา TOT ทางรมว.ดีอีเอส ก็เห็นว่าการดำเนินการดังกล่าวจะได้ทำให้เกิดความชัดเจน ขณะเดียวกันกสทช.อยากเปลี่ยนชื่อโครงการเน็ตชายขอบ และโครงการ NET ห่างไกล Zone C เป็นโครงการ USO NET ในพื้นที่ทุรกันดาร และในพื้นที่ชนบท เพื่อป้องกันการสับสนกับโครงการเน็ตประชารัฐที่กระทรวงดิจิทัลฯ มอบหมายให้ TOT เป็นผู้ดำเนินการ” นายฐากร กล่าว
          ขณะที่ เสนอให้กระทรวงดิจิทัลฯ ตั้งกองหรือสำนักขึ้นมา เพื่อรับโอนทรัพย์สินในโครงการเน็ตชายขอบ และโครงการ NET ห่างไกล Zone C หลังจากสิ้นสุดโครงการ 5 ปี จากนั้นกระทรวงดิจิทัลฯ จะมอบหมายให้ TOT หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ดำเนินการต่อไปก็ขึ้นอยู่กับกระทรวงดิจิทัลฯ