CATชี้ไฮสปีดเทรนฯ จูงใจเอกชนเข้าลงทุน ดิจิทัลพาร์คไทยแลนด์

 “กสทฯ” เผยบอร์ดอีอีซี ยังไร้ข้อสรุปทีโออาร์ใหม่โครงการดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ ชี้ไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบินมีผลต่อการตัดสินใจของเอกชนในการเข้าลงทุนในโครงการดังกล่าว
          พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล หรือดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ ภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2562 ที่ผ่านมาว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปการปรับเงื่อนไขการลงทุน (ทีโออาร์) ใหม่สำหรับโครงการดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์
          อย่างไรก็ตาม มี 3 เรื่องหลักที่ต้องปรับปรุง ได้แก่ 1.ไม่กำหนดกรอบเวลาในการก่อสร้างทั้งเฟส 1 และเฟส 2 แบบตายตัว 2.ส่วนแบ่งรายได้ให้รัฐที่ต้องมีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น และ 3.ผลักดันให้มีระบบขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงพื้นที่ อาทิ ระบบขนส่งสาธารณะแบบรางเบา เพื่อจูงใจนักลงทุนเพิ่มขึ้น
          ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการคัดเลือกเอกชนได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้สนใจอีกครั้ง หรือมาร์เก็ต ซาวดิ้ง รอบที่ 4 เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา และพิจารณาแนวทางการปรับปรุงข้อกําหนดต่าง ๆ ให้เป็นที่ยอมรับได้ กับทั้งภาครัฐและเอกชน และนำความเห็นทั้งหมดมาพิจารณาทบทวนและปรับปรุง ซึ่งคาดว่าจะรวบรวมความเห็นและออกร่างสัญญาใหม่ เพื่อให้สามารถเปิดขายซองเทคนิค และเริ่มการประมูลได้ต่อไป
          “ความชัดเจนในโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง, สุวรรณภูมิ, อู่ตะเภา) หรือไฮสปีดเทรน จะมีส่วนช่วยในการดึงดูดนักลงทุนอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนต้องมีการพิจารณาปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้สอดรับกับการลงทุน ส่งผลต่อผลกำไรหรือขาดทุนที่จะตามมา ซึ่งหากไฮสปีดเทรนไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นล่าช้า ทำให้ดิจิทัลพาร์คจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย” พ.อ.สรรพชัย กล่าว
          นายณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวว่า การประชุมบอร์ดอีอีซี มีการรายงานความคืบหน้าโครงการดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ และไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเล่ย์ รวมถึงประเด็นการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ย้ำว่า การพัฒนากำลังคนเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ ไม่เฉพาะในพื้นที่อีอีซี โดยให้เร่งจัดทำแผนปฏิบัติการให้ชัดเจน โดยเฉพาะการประมาณการความต้องการกำลังคนดิจิทัลที่จะต้องตรงกับความต้องการจริง
          ขณะเดียวกันที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานทั้งโครงการดิจิทัลพาร์ค ไทยแลนด์ และไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเล่ย์ ในการสนับสนุนอุตสาหกรรมและส่งเสริมการลงทุนด้านดิจิทัลในพื้นที่ EEC โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี มองว่า โครงการดังกล่าวควรมีการโรดโชว์ และสนับสนุนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโครงการ เพื่อให้ต่างประเทศเกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง