ADVANCอัพไซด์พุ่ง9บาท เซ็นยุติข้อพิพาทกับทีโอที

ADVANC เซ็นยุติข้อพิพาท-ซื้ออุปกรณ์ฯ 2G กับ TOT ส่งผลประหยัดค่าเช่าอุปกรณ์ 2G ลงปีละ 2,000 ล้านบาท และประหยัดค่าใช้จ่ายสุทธิไตรมาส 3 กว่า 350 ล้านบาท ดันมูลค่าหุ้นเพิ่ม 9 บาท/หุ้น โบรกฯแนะ“ซื้อ” เป้าราคา 264 บาท
          นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2562 บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด หรือ AWN บริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 99.99% ได้เข้าทำสัญญาระงับข้อพิพาทและซื้อขายอุปกรณ์โทรคมนาคมในระบบ 2G กับบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT
          โดย TOT และ AWN ตกลงระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับอุปกรณ์โทรคมนาคมในระบบ 2G ซึ่ง TOT เรียกร้องให้ AWN ชำระค่าใช้ทรัพย์สินดังกล่าวในระหว่างเดือน ต.ค. 2558-มิ.ย. 2559 ในคดีหมายเลขดำที่ พ.456/2560 เป็นอันยุติลง โดย TOT จะไม่เรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ เกี่ยวกับข้อพิพาทนี้อีก ทั้งนี้ AWN ตกลงชำระเงินให้แก่ TOT ตามที่เรียกร้องรวมดอกเบี้ยเป็นจำนวนทั้งสิ้น 680 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้มีการบันทึกค่าใช้จ่ายจากยอดดังกล่าวไว้ในงบการเงินตั้งแต่เดือน ต.ค. 2558-มิ.ย. 2559 เป็นจำนวน 559 ล้านบาท
          ขณะเดียวกัน AWN ตกลงซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคมในระบบ 2G จาก TOT เพื่อนำอุปกรณ์บางส่วนมาใช้งานในระบบโครงข่ายโทรคมนาคมที่สามารถใช้ร่วมกับโครงข่าย 3G และ 4G ได้ รวมทั้งชำระค่าใช้อุปกรณ์ระหว่างเดือน ก.ค.-ส.ค. 2562 เป็นมูลค่ารวมประมาณ 250 ล้านบาท
          ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ AWN ได้เช่าใช้อุปกรณ์ในระบบ 2G ทั้งหมดจาก TOT โดยชำระค่าเช่าในอัตราเดือนละ 167 ล้านบาท มาตั้งแต่เดือน ก.ค. 2559 การซื้ออุปกรณ์ดังกล่าวเป็นผลให้ AWN ยุติการเช่าใช้อุปกรณ์จาก TOT ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2562 เป็นต้นไป
          สำหรับการเข้าทำสัญญาระงับข้อพิพาทและซื้ออุปกรณ์โทรคมนาคมในครั้งนี้ สืบเนื่องจากเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงทำให้อุปกรณ์ในระบบ 2G ส่วนใหญ่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ อีกทั้งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้มีนโยบายกำหนดให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมยุติการให้บริการ 2G ในอนาคตอันใกล้ เป็นเหตุให้ AWN ไม่มีความจำเป็นในการใช้งานอุปกรณ์ส่วนใหญ่ในระบบ 2G อีก
          บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า กรณีดังกล่าวเป็นข่าวบวกกับ ADVANC เนื่องจาก ADVANC มีภาระชำระค่าเช่าสุทธิจากการตั้งสำรองฯ ในงบกำไรขาดทุนเพียง 121 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียง 0.04 บาท/หุ้น หรือคิดเป็น 0.4% ของกำไรสุทธิต่อปีเท่านั้น ประกอบกับบริษัทยังประหยัดค่าเช่าอุปกรณ์ที่ต้องจ่ายให้กับ TOT ลงจากปีละ 2,000 ล้านบาท (เดือนละ 167 ล้านบาท) มาจ่ายครั้งเดียว 250 ล้านบาท ส่งผลให้กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น เมื่อรวมผลจากการลงทุนเพิ่ม และการประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วพบว่า มูลค่าหุ้น ADVANC จะเพิ่มขึ้น 9 บาท/หุ้น (DCF) ดังนั้นยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”  ให้ราคาพื้นฐาน 264 บาท/หุ้น
          บริษัทลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มองเป็นบวกต่อประเด็น ADVANC ทำสัญญายุติข้อพิพาทอุปกรณ์โครงข่าย 2G กับ TOT โดยที่ ADVANC จะยอมจ่ายค่าเช่าย้อนหลัง พร้อมกับซื้ออุปกรณ์ 2G บางส่วนจาก TOT รวมเป็นมูลค่า 930 ล้านบาท เนื่องจากจะทำให้ ADVANC ประหยัดค่าเช่าในส่วนอุปกรณ์ 2G จาก TOT ลงทันที 167 ล้านบาท/เดือน ตั้งแต่ช่วงเดือน ก.ย. 2562 เป็นต้นไป หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านบาท/ปี
          ขณะที่ผลกระทบต่องบกำไรขาดทุนในไตรมาส 3/2562 ก็เป็นบวกเช่นกัน โดยแม้คาดค่าใช้จ่ายพิเศษส่วนเพิ่มจากการทำสัญญาระงับข้อพิพาทครั้งนี้ 121 ล้านบาท แต่จะถูกชดเชยด้วยผลบวกจากการเจรจาขอลดค่าเช่าใช้อุปกรณ์ 2G สำหรับเดือน ก.ค.-ส.ค. 2562 ที่ถูกลง โดยเหลือจ่ายเพียง 6 ล้านบาท และการประหยัดค่าเช่าส่วนอุปกรณ์ 2G ดังกล่าวตั้งแต่เดือน ก.ย. 2562 จากเดิมที่ต้องจ่ายเฉลี่ยเดือนละ 167 ล้านบาท หรือคิดเป็นค่าใช้จ่ายสุทธิที่ประหยัดได้ในไตรมาส 3/2562 ประมาณ 350 ล้านบาท ส่วนลูกค้า 2G ของ ADVANC ที่มีอยู่ประมาณ 2.3 ล้านราย (2% ของรายได้บริการ) จะยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ นอกจากนี้มองว่า ADVANC จะมีความคล่องตัวในการบริหารจัดทรัพย์สิน 2G ที่ซื้อมามากขึ้น จากเดิมที่เป็นแค่ผู้เช่าใช้
          ดังนั้นปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2562-2564 ขึ้น 1-2% ต่อปี โดยปี 2562 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 32,545 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 32,130 ล้านบาท, ปี 2563 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 36,231 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 35,398 ล้านบาท และปี 2564 จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 34,938 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 34,523 ล้านบาท เพื่อสะท้อนค่าใช้จ่ายการใช้อุปกรณ์ 2G ที่ถูกลงเร็วกว่าเดิมที่คาดจะค่อย ๆ ลดลงตามจำนวนผู้ใช้งาน
          นอกจากนี้ การทำสัญญาดังกล่าวจะมีผลต่อราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้น 1 บาท/หุ้น โดยกำหนดราคาเป้าหมายใหม่ปี 2563  อยู่ที่ 261 บาท จากเดิมอยู่ที่ 260 บาท/หุ้น ซึ่งเกิดจากมูลค่าปัจจุบันของค่าเช่าอุปกรณ์ 2G ในช่วง 3-4 ปีข้างหน้า ที่คาดจะประหยัดได้ประมาณ 1,800 ล้านบาท แนะนำ “ซื้อ”
          * จับมือหัวเว่ยร่วมพันธมิตรลุย 5G
          นายสมชัย กล่าวว่า ADVANC และบริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH ร่วมกับบริษัท หัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อทำงานร่วมกันในด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีเครือข่าย 5G และบริการต่าง ๆ โดยจะกำหนดกรอบการทำงานร่วมกันระหว่างบริษัทและหัวเว่ย ซึ่งจะมุ่งเน้นไปยังบริการที่สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ เช่น eMBB, URLLC และ eMTC นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเป็นผู้นำให้กับบริษัทในการให้บริการ 5G รวมทั้งตอกย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการตระหนักถึงความเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล
          โดยทั้ง 2 บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันในการเปิดตัวเครือข่าย 5G เพื่อการพาณิชย์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และยังมีเป้าหมายเพื่อรักษาความเป็นผู้นำของบริษัทในฐานะผู้ให้บริการดิจิทัลในประเทศไทย อย่างไรก็ตามบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ได้เตรียมความพร้อมสำหรับความร่วมมือในการพัฒนานวัตกรรมชั้นสูงอย่างเทคโนโลยี 5G
          นายเจมส์ วู ประธานบริหาร บริษัท หัวเว่ย ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า หัวเว่ยจะช่วยให้เอไอเอสพัฒนาโซลูชั่นเครือข่าย 5G และการทดลองทดสอบ 5G ร่วมกัน เพื่อขยายขอบเขตทางธุรกิจออกไป รวมถึงเปิดโอกาสให้กับการเติบโตแบบครบวงจร
          *คว้ารางวัลระดับเอเชีย 2 ปีซ้อน
          นายสมชัย กล่าวต่อว่า ADAVANC ได้รับรางวัลบริษัทยอดเยี่ยมในภูมิภาคเอเชีย ในกลุ่มโทรคมนาคม (Asiamoney Asia's Outstanding Companies: Telecommunication Services Sector) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 จาก Asiamoney Awards จัดโดย Asiamoney นิตยสารด้านการเงินชั้นนำที่มีผู้อ่านมากที่สุดในภูมิภาคเอเชีย สะท้อนถึงความมั่นคงด้านผลประกอบการ และความเข้มแข็งด้านการดำเนินธุรกิจในฐานะ "ผู้ให้บริการด้านเครือข่ายและบริการดิจิทัล" ตลอดจนยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักธรรมาภิบาลและมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกระดับ และสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง