"ดีอี"ตั้งคณะอนุกรรมการ4ชุด แก้ข่าวปลอมในสังคมออนไลน์

“ดีอี” ตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด ประสานงานแก้ข่าวปลอมที่อยู่ในกระแสสังคมออนไลน์ 4 กลุ่มหลัก ทั้งภัยพิบัติ-เศรษฐกิจ-สินค้าและบริการผิดกฎหมาย-นโยบายรัฐบาล หนุนการทำงานศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ตั้งเป้าเป็นรูปธรรม ต.ค.นี้
          นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา บริษัทได้มีการประชุมความคืบหน้าการจัดตั้ง “คณะกรรมการประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอมที่กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินประชาชน” เพื่อสนับสนุนการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) ซึ่งตั้งเป้าหมายจะดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมภายในเดือน ต.ค. 2562
          โดยที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ 4 ชุด เพื่อจัดกลุ่มดำเนินงานให้ครบถ้วน และครอบคลุมประเด็นปัญหาข่าวปลอม ตลอดจนความมีประสิทธิภาพในการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาข่าวปลอมที่อยู่ในกระแสสังคมออนไลน์ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย 1.กลุ่มภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหว เขื่อนแตก สึนามิ ไฟไหม้ 2.กลุ่มเศรษฐกิจ การเงินการธนาคาร/หุ้น 3.กลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายอื่น และ 4.กลุ่มนโยบายรัฐบาล/ข่าวสารทางราชการ/ความสงบเรียบร้อยของสังคม/ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ
          นอกจากนี้ ในที่ประชุมยังหารือกันเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การวิเคราะห์ข้อมูลข่าวปลอม เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลที่แพลตฟอร์มระดับโลก เช่น เฟซบุ๊ก ยูทูบ ใช้อยู่ โดยในส่วนของเฟซบุ๊ก กำหนดนโยบายที่เรียกว่า มาตรฐานชุมชน (Community Standards) เป็นกฎเกณฑ์กำกับดูแลการใช้งาน ขณะที่บริษัท กูเกิล ซึ่งเป็นเจ้าของยูทูบ แพลตฟอร์มวิดีโออันดับ 1 ของโลก มีการกำหนดหลักเกณฑ์ชุมชน (Community Guidelines)
          ดังนั้น ถ้าหลักเกณฑ์ของประเทศไทยจัดทำได้สอดคล้องกับสากล การยืนยันข่าวปลอมของ Anti-Fake News Center ก็จะได้รับการยอมรับจากแพลตฟอร์มโซเชียลเหล่านั้นด้วย และเป็นอีกช่องทางในการแจ้งข้อมูลที่ถูกต้อง และระงับการเผยแพร่ข่าวปลอมได้อย่างรวดเร็วในวงกว้าง
          ขณะเดียวกันในที่ประชุมยังพิจารณาความคืบหน้าเกี่ยวกับการพัฒนาเว็บไซต์สำหรับบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ เอกชน และประชาชน ต่อการป้องปรามข่าวปลอมทางโลกดิจิทัล เพื่อสร้างประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม
          “รัฐบาลให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการรับรู้ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ข่าวอันเป็นเท็จที่เป็นกระแสสังคมทางสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีความคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงในหลายกรณี ทั้งด้วยความตั้งใจของผู้ส่งข่าวสารที่หวังผลให้เกิดความแตกแยกในสังคม หรือเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน หรืออาจด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ขาดวิจารณญาณในการตรวจสอบกลั่นกรองก่อนส่งต่อข้อมูลข่าวสารให้ผู้อื่น” นายพุทธิพงษ์ กล่าว
          ทั้งนี้ บทบาทของ Anti-Fake News Center จะทำหน้าที่ตรวจสอบ วิเคราะห์ และรับแจ้งข้อมูลข่าวสารที่นำเสนอไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เผยแพร่อยู่ในสังคม ผ่านช่องทางหลัก ๆ ของศูนย์ฯ ได้แก่ เว็บไซต์, เพจเฟซบุ๊ก และไลน์ออฟฟิเชียล (Line Official) เพื่อให้ผู้ที่รับผิดชอบในคณะอนุกรรมการฯ เข้ามาคัดกรองข่าวปลอมทางออนไลน์ที่มีเนื้อหาเข้าข่ายใน 4 กลุ่มหลักข้างต้น เพื่อประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง/หน่วยงานที่ได้รับความเสียหาย และทำการแจ้งเตือน/นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง รวมถึงการแจ้งเตือนภัยพิบัติให้หน่วยงานและประชาชนได้รับทราบโดยตรงอย่างทันท่วงทีผ่านทุกช่องทางที่มีอยู่ รวมถึงผ่านกลไกภาคสื่อสารมวลชน เครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน