กางแผนที่โทรคมฯ"ไอทียู"ดูตำแหน่ง"ไทย"บนหมุดโลก

ปานฉัตร สินสุข
          กรุงเทพธุรกิจ
          กรุงเทพธุรกิจ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ผู้กำหนดทิศทางรวมไปถึงนโยบายการบริหารกิจการอุตสาหกรรมโทรคมนาคม กิจการวิทยุ กระจายเสียงเป็นองค์การพิเศษของสหประชาชาติ  (ยูเอ็น) ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีบทบาทในการพิจารณาปัญหาเชิงนโยบาย  ด้านการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ในช่วงที่ยังไม่ถึง กำหนดการประชุมใหญ่ผู้แทนผู้มีอำนาจเต็มของสหภาพฯ เพื่อให้การดำเนินงาน นโยบาย และยุทธศาสตร์ต่างๆ ของสหภาพฯ สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ในยุคโลกาภิวัตน์ สภาบริหารนี้ มีหน้าที่จัดทำรายงานเกี่ยวกับนโยบาย  และการวางแผนเชิงกลยุทธ์ต่างๆ ส่วนประเทศไทยเองเข้าเป็นสมาชิกไอทียูในปี 2426
          ปลายสัปดาห์ที่แล้ว ไอทียูได้เชิญสื่อมวลชนและคณะทำงาน 5จี สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โดยมีนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.ร่วมเดินทาง เพื่อศึกษาดูงานและทำความเข้าใจร่วมกันเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี  5จี เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการบริหารงาน การกำกับดูแลของเรกูเลเตอร์ให้เป็นไปตามเทรนด์ของโลก
          สิ้นปีนี้สรุปมาตรฐานคลื่น5จี
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางไปไอทียู ครั้งนี้ คณะสื่อมวลชนและกสทช.ได้มีโอกาสเข้าพบนายหูหลิน จ้าว เลขาธิการไอทียู โดยนายจ้าวกล่าวว่า แม้ทั่วโลกมีแผนพัฒนาเทคโนโลยี 5จีให้เกิดอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าการก้าวไปสู่ 5จี นั้น ต้องวางแผนให้เหมาะสมกับแต่ละประเทศ ไม่มีหลักสูตรตายตัว สำหรับประเทศไทย เป็นเรื่องที่ดีมาก ที่มีการทดสอบเทคโนโลยี 5จี ด้วยการร่วมมือกับภาคการศึกษา ซึ่งในมุมมองของตนเอง คิดว่าจะเป็นสิ่งที่ดีมาก หากมีการแบ่งปันผลการทดสอบให้ภาพอุตสาหกรรมเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป
          ดังนั้น การประกาศสู่การเป็นผู้ให้บริการ 5จีของประเทศไทยจะช้า หรือ เร็วไม่ต่างกัน สิ่งสำคัญคือการมาในเวลาที่เหมาะสม เพราะไอทียูเอง ก็ยังไม่มีการกำหนดว่าคลื่นไหนเหมาะกับการทำ 5จี คาดว่าในการประชุม World Radio Communication Conference: WRC สิ้นปี2562 นี้ จะได้ข้อสรุปของคลื่นที่เหมาะสมกับ5จี
          ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไอทียูได้มีการทำงานเรื่อง 5จี คืบหน้าอย่างมาก นอกจากเรื่องการสรรหา คลื่นที่เหมาะสมแล้ว ก็ต้องมีการหารือร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมก็ได้ประโยชน์ด้วย เพราะภาคอุตสาหกรรมต้องมีการลงทุน บางคน อาจคิดว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ (โอเปอเรเตอร์)  ต้องประมูลราคาสูง เพราะมีรายได้ มีกำไร แต่อย่าลืมว่า เอกชนนอกจากต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 5จี ซึ่งต้องให้บริการด้วยความเสถียรแล้ว เขายังต้องลงทุนในแง่ของการให้บริการประชาชนด้วย
          "การประมูลอาจจะเลือกได้ทั้งการประมูล มัลติแบนด์ มีทั้งคลื่น ต่ำ กลาง สูง หรือ การคัด คุณสมบัติ นอกจากนี้  การชำระเงินก็ควรมีการ แบ่งจ่ายที่เหมาะสม เพื่อโอเปอเรเตอร์ทำธุรกิจ ได้ ซึ่งไอทียูเป็นหน่วยงานที่ดูมาตรฐานของคลื่น เป็นหลัก ส่วนการประมูลและราคาต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของแต่ละประเทศ"
          โอทีทีเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลก
          อีกประเด็นหนึ่ง เมื่อ 5จีเกิด ปัญหาของผู้ให้บริการบนโอเวอร์ เดอะ ท็อป (โอทีที) มาใช้แบนด์วิธบนโครงข่ายของผู้ประกอบการ โทรคมนาคม ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรัง มานาน แก้ไขไม่ได้ โดยไอทียู มีความพยายามในการหาข้อยุติร่วมกันระหว่างโอทีทีซึ่งมีทั้ง เฟซบุ๊ค และ กูเกิล กับ โอเปอเรเตอร์ ด้วยการตั้งคณะกรรมการร่วมกัน แต่ก็ยังหาข้อยุติร่วมกันไม่ได้ เพราะขณะที่ โอเปอเรเตอร์ บอกว่า ตนเองเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างเน็ตเวิร์ค เหตุใดโอทีทีจึงมาใช้งานฟรี แต่โอทีทีก็บอกว่า ตนเองก็เป็นคนสร้างเศรษฐกิจให้แต่ละประเทศ
          นายจ้าว กล่าวว่า เมื่อได้ยินว่ากลุ่ม 10 ประเทศในอาเซียน มีการประชุม ASEAN Telecommunication Regulator's Council : ATRC ครั้งที่ 25 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เพื่อหาข้อสรุปในการคิดรายได้โอทีทีร่วมกัน ซึ่งเป็น สิ่งที่ดีมาก ที่มีการรวมตัวและหา ข้อสรุปร่วมกัน และในส่วนของไอทียูก็จะศึกษาและหาข้อสรุปเรื่องโอทีทีให้ได้โดยเร็วที่สุด
          ซึ่งการหารือกับประเทศสมาชิกก็ให้ความเห็นว่าโอเปอเตอร์ก็มีความกังวล เกี่ยวกับลงทุนประมูลคลื่นรอบใหม่ และการลงทุนพัฒนาโครงข่าย โดยเรื่องดังกล่าว นายฐากร กล่าวว่า ประเทศไทยจะมีการหารือถึง การเตรียมความพร้อมของประเทศไทยในการเข้าสู่ 5จีที่คาดว่า จะมีการจัดการประมูลคลื่นความถี่เพื่อรองรับ 5จี ในช่วง ปลายปี 2563 หรือต้นปี 2564 ซึ่งจะส่งผลให้การเข้าสู่ 5จี ของประเทศไทย จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น
          จากการจัดการประชุม ATRC ทราบว่า 3 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย จะเปิดให้บริการ 5จีเชิงพาณิชย์ได้ประมาณเดือน มิ.ย. 2563 จึงมีความกังวลในกรณีที่นักลงทุนจะมีการย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศนั้นๆทำให้ไทยสูญเสียโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
          ขับเคลื่อนแผน5จีแห่งชาติ
          เลขาธิการกสทช. เสริมว่า ดังนั้น ภายในต้นเดือน ก.ย. จะนำเสนอต่อที่ประชุม กสทช.ให้มีการจัดคณะการขับเคลื่อน 5จีระดับชาติ โดยมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนให้เกิด 5จี ได้เร็วขึ้น จากนั้นจะนำมติที่ประชุมเสนอต่อนายกรัฐมนตรีภายในกลางเดือน ก.ย.2562 เพื่อให้คณะทำงานเกิดขึ้น โดยที่ผ่านมากสทช.ดำเนินการ อาจจะมีปัญหา เช่น กรณีคลื่นความถี่ย่าน 2600 เมกะเฮิรตซ์และคลื่นอื่นๆ ที่มี หน่วยงาน ภาครัฐและกองทัพถือครองอยู่
          อย่างไรก็ตาม โอเปอเรเตอร์ คาดว่า จะพร้อมลงทุน 5จี ในปี 2565-2566 ซึ่งเป็นปีที่ 5จีได้เริ่มให้บริการแล้วในประเทศชั้นนำ เพราะเชื่อว่าเมื่อถึง เวลานั้นจะเห็นทิศทางของการลงทุนการใช้งานคลื่นความถี่ที่ชัดเจน แต่หากเป็นเช่นนั้น ประเทศอาจได้รับผลกระทบ ในหลายด้าน ประเทศไทยเข้าสู่ 5จี ล่าช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน
          ดังนั้น กสทช. มีแนวคิดที่เป็น น่าจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายโดยการให้ การจัดสรรคลื่นความถี่เกิดขึ้นก่อน โดย ให้โอเปอเรเตอร์ เข้ารับการจัดสรรคลื่น ความถี่ล่วงหน้า และวางหนังสือค้ำประกัน (แบงก์การันตี)  และเมื่อโอเปอเรเตอร์ มีความพร้อมลงทุน จึงชำระเงินค่าใบอนุญาต ในปี  2566
          ขอยืนยันว่าภายในปี 2563 ไทยต้องมี 5จี ใช้ และน่าจะเกิดขึ้นได้ก่อนลำดับแรกในพื้นที่อีอีซี
          พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์