ทรูวิชั่นส์ ชู "พรีเมียร์ลีก"ฟื้นเพย์ทีวี "คุ้มทุน"ปีหน้า

กรุงเทพธุรกิจ หลัง "ทรูวิชั่นส์"คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และบริหารสิทธิ์เองในรอบ 6 ปี ลุยซีนเนอร์ยีเครือ เจริญโภคภัณฑ์ เสิร์ฟกีฬาดัง เจาะทุกแพลตฟอร์ม เพย์ทีวี ทรูออนไลน์ ทรูไอดีฯ กวาดฐานผู้ชมร่วม 20 ล้านคน หวังพลิกผลประกอบการ"เพย์ทีวี"คุ้มทุน" ในรอบหลายปีพีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา ผู้ช่วยบริหารงานประธานคณะ ผู้บริหารและหัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านคอนเทนต์และมีเดีย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังบริษัทประมูลรายการฟุตบอลอันดับ 1 ของโลก"พรีเมียร์ลีก อังกฤษ"หรืออีพีแอล 3 ฤดูกาลซ้อน(2019-2022) ฤดูกาลละ 380 นัด(แมทช์) และบริหารสิทธิ์ด้วยตัวเองครั้งแรก ในรอบ 6 ปี ได้วางแผนการ ถ่ายทอดสดผ่านช่องทางต่างๆเป็นออมนิชาแนล เสิร์ฟผู้ชมทุกแพลตฟอร์ม ทั้งทีวีแบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี) "ทรูวิชั่นส์" มีฐานสมาชิกกว่า 4 ล้านราย การรับชม ผ่านอินเตอร์เน็ต(โอทีที)ทรูไอดีราว 15 ล้านราย กล่องทรูไอดีทีวี (True ID Box) รวมราว 20 ล้านราย
          "เรามีโอกาสบริหารสิทธิ์ อีพีแอลโดยตรงอีกครั้ง จึงนำ การถ่ายทอดแมทช์ต่างๆมานำเสนอทุกแพลตฟอร์ม ให้ผู้บริโภคดูสด ดูย้อนหลังได้ทุกที่ สอดคล้องกับกลยุทธ์เราต้องการเปิดตลาด ผู้ชมให้กว้างที่สุด เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากกว่าเดิมทวีคูณเป็น 10 เท่า เพราะ 6 ปีก่อน ยังไม่มีแพลตฟอร์มโอทีที"
          ทั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการนำคอนเทนท์จากอีพีแอลมาออกอากาศมากที่สุด สอดคล้องกับอีพีแอล ได้ปรับตัวสู่ธุรกิจคอนเทนท์ สร้างรายการและช่องทางใหม่สร้างรายได้ และบริษัทจะนำเสนอรายการเพื่อโต้ตอบกับคนดู เชิญกูรูนักพากย์ทีมดังมาเป็นจุดขายในการเลือกรับฟังการบรรยาย เป็นต้น ดึงดูดให้ผู้ชมมีส่วนร่วม มีความสนุกสนาน และตื่นเต้นมากขึ้น
          นอกจากนี้ จะเห็นการ ซีนเนอร์ยีกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เช่น ซีพี ออลล์ ผู้บริหาร ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น ซีพีเอฟ ทรู สยามแม็คโครฯ ในการประชาสัมพันธ์ให้ผู้บริโภครับรู้การถ่ายทอดสอด อีพีแอลมากขึ้นด้วย ซึ่งประเมินว่าฐานลูกค้าที่ใช้บริการทั้งเครือมีมากกว่า 20 ล้านรายแน่นอน ล่าสุดเปิดตัว 6 สปอนเซอร์ เช่น สิงห์ คอร์เปอเรชั่น เอ.พี.ฮอนด้าฯต่อยอดกิจกรรมบนโลกออนไลน์และออนกราวน์ปลุกฐานผู้ชม และบริษัทยังเปิดกว้างรับสปอนเซอร์เพิ่มเติมเต็มที่ได้ 10 ราย
          แผนดังกล่าวบริษัทคาดว่าจะผลักดันผลประกอบการให้กลับมา "คุ้มทุน" รอบหลายปี ซึ่งรายงานจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ระบุว่า ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ปฯ มีรายได้ราว 1 หมื่นล้านบาทต่อปี แต่ขาดทุนต่อเนื่องในอัตราที่ลดลง ปี 2561 ขาดทุนกว่า 157 ล้านบาท
          "ทรูวิชั่นส์ ไม่อยู่ในสภาวะการเงินที่ดีมาหลายปีแล้ว แต่ครั้งนี้ที่เราเซ็นสัญญากับอีพีแอลโดยตรง มีการนำเสนอรายการหลากหลายสุดที่เคยมีมาสร้างรายการเสริม มีแพลตฟอร์มที่ทำให้เราเข้าถึงคนดูกว้างมากสุดเท่าที่เคยมีมา ในประวัติศาสตร์วงการกีฬาไทย ทั้งเพย์ทีวี สตรีมมิ่งออนไลน์ ผสานเทคโนโลยีและทุกสื่อ เพื่อทำให้พรีเมียร์ลีก อังกฤษได้รับความนิยมมากขึ้น จึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายที่เรากล้าตั้งเป้าว่าบริษัทจะทำรายได้สู่จุดคุ้มทุนในปีหน้า"
          รายงานข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้ เฟสบุ๊ค เป็นผู้คว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปครอง ด้วยตัวเลขประมูลราว 200 ล้านปอนด์ แต่หลังดีลเฟสบุ๊คล่ม ทรู วิชั่นส์ ประมูลต่อและคว้าสิทธิ์มาในราคา "ต่ำกว่า" เฟสบุ๊ค แม้ภาพรวมจะจ่ายแพงขึ้นเพราะออกอากาศหลายแพลตฟอร์ม แต่บริษัทยืนยันเป็นราคาที่พอใจ

          บรรยายใต้ภาพ 
          พีรธน เกษมศรี ณ อยุธยา