INTUCHกำไร5,845ล้าน ปันผลครึ่งแรก1.35บาท ฟาก III ฟอร์มเจ๋ง! ครึ่งปีอวดกำไรโต 45%

INTUCH ควัก 4,329 ล้านบาท จ่ายปันผลครึ่งปีแรกสูงหุ้นละ 1.35 บาท ขึ้น XD วันที่ 19 ส.ค.นี้ แม้ครึ่งปีแรกมีกำไรสุทธิ 5,845 ล้านบาท ลดลง 16% เหตุส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนลดลง ฟาก III ฟอร์มเจ๋ง! ครึ่งปีแรกอวดกำไรสุทธิ  93.31 ล้านบาท เติบโต 45% หลังกลุ่มธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ–โลจิสติกส์–ผลตอบแทนกิจการร่วมค้าขยายตัวดี ชี้ไตรมาส 3/62 ปริมาณการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น จากการเข้าช่วงไฮซีซั่นของการส่งออกและนำเข้า
          นายเอนก พนาอภิชน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH เปิดเผยว่า กลุ่มอินทัชประกาศจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด สำหรับงวดตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 มิ.ย. 2562 ในอัตราหุ้นละ 1.35 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 4,329 ล้านบาท โดยกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD (ผู้ซื้อไม่มีสิทธิได้รับเงินปันผล) วันที่ 19 ส.ค. 2562 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 4 ก.ย. 2562
          สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2562 กลุ่มอินทัชมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,941 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,298 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,904 ล้านบาท เนื่องจากการลดลงของส่วนแบ่งผลกำไรจากธุรกิจโทรคมนาคมไร้สายภายในประเทศ ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC และการลดลงของส่วนแบ่งผลการดำเนินงานจากธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งดำเนินงานโดยบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM
          โดยส่วนแบ่งผลกำไรจากเงินลงทุนใน ADVANC ในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 3,088 ล้านบาท ลดลง 6% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีส่วนแบ่งผลกำไรอยู่ที่ 3,292 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อน ที่มีส่วนแบ่งกำไรอยู่ที่ 2,996 ล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งผลขาดทุนของกลุ่มอินทัชจาก THCOM ในไตรมาส 2/2562 อยู่ที่ 54 ล้านบาท จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน ที่มีส่วนแบ่งผลกำไรอยู่ที่ 103 ล้านบาท และจากไตรมาสก่อน ที่มีส่วนแบ่งผลขาดทุนอยู่ที่ 12 ล้านบาท
          ส่วนผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 กลุ่มอินทัชมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,845 ล้านบาท ลดลง 16% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,938 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลจากการลดลงของส่วนแบ่งผลกำไรจากธุรกิจโทรคมนาคมไร้สายภายในประเทศ และการลดลงของส่วนแบ่งผลการดำเนินงานจากธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจในต่างประเทศที่มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ CSL ในไตรมาส 1/2561 อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุนดังกล่าว กำไรสุทธิรวมจะลดลง 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6,475 ล้านบาท
          ทั้งนี้ ส่วนแบ่งผลกำไรจากเงินลงทุนใน ADVANC ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2562 อยู่ที่ 6,084 ล้านบาท ลดลง 7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีส่วนแบ่งผลกำไรอยู่ที่ 6,566 ล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งผลขาดทุนจาก THCOM อยู่ที่ 66 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีส่วนแบ่งกำไรอยู่ที่ 554 ล้านบาท
          ขณะเดียวกันในปี 2562 กลุ่มอินทัชยังคงคาดว่ารายได้จากธุรกิจดาวเทียมและธุรกิจในต่างประเทศจะอ่อนตัวลงจากปีก่อน เนื่องจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมการให้บริการเช่าช่องสัญญาณดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการชะลอตัวของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ จึงทำให้การแข่งขันในตลาดอยู่ในระดับสูง โดยภาพรวมการแข่งขันในตลาดเน้นเรื่องการลดราคาเพื่อรักษาลูกค้าเก่าและจูงใจลูกค้าใหม่ให้มาใช้งาน
          ส่วนเงินลงทุนในบริษัทร่วมลงทุน เวนเจอร์ แคปปิตอล ภายใต้โครงการอินเว้นท์อยู่ที่ไม่เกิน 200 ล้านบาท/ปี โดยในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 กลุ่มอินทัชยังคงมองหาการลงทุนธุรกิจในกลุ่มเทคโนโลยีเกิดใหม่ หรือมีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง รวมทั้งแสวงหาการลงทุนที่สามารถต่อยอดการเกิดขึ้นของเทคโนโลยี 5G ได้ในอนาคต เช่น Artificial Intelligence (AI), Internet of Things (IoT), Blockchain และ Data Analytics เป็นต้น
          * III เจ๋งครึ่งปีแรกกำไรโต 45%
          นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ  III เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาส 2/2562 บริษัทมีกำไรสุทธิ 50.42 ล้านบาท เติบโต 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 38.35 ล้านบาท ซึ่งกำไรสุทธิของบริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนสร้างสถิตินิวไฮในไตรมาส 2/2562 ด้วยผลกำไรสุทธิสูงสุดต่อไตรมาส  และมีรายได้รวม 711.80 ล้านบาท เติบโต 1.70% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีรายได้รวม 700.10 ล้านบาท
          ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 (เดือน ม.ค.-มิ.ย.) บริษัทมีกำไรสุทธิ  93.31 ล้านบาท เติบโต 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีกำไรสุทธิ 64.26 ล้านบาท และมีรายได้รวม 1,394.40 ล้านบาท เติบโต 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ที่มีรายได้รวม 1,303.10 ล้านบาท
          โดยมีปัจจัยบวกมาจากการขยายตัวของรายได้รวม ตามการขยายตัวของธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ และธุรกิจโลจิสติกส์เป็นหลัก ประกอบกับบริษัทมีผลตอบแทนจากเงินลงทุนในกิจการร่วมค้า และบริษัทร่วมที่บริษัทได้เข้าไปซื้อกิจการ ตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
          สำหรับทิศทางในช่วงไตรมาส 3/2562 บริษัทประเมินว่าปริมาณการขนส่งสินค้ามีแนวโน้มมากกว่าในครึ่งปีแรก เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการส่งออก และนำเข้า อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่เพิ่มขึ้นอาจมีอัตราการเติบโตที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 เพราะมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจการส่งออก และนำเข้า ได้แก่ อัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นของเงินบาท, ภาพรวมเศรษฐกิจของโลกที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากภาวะสงครามทางการค้าของสหรัฐอเมริกา และจีน
          ทั้งนี้ทางบริษัทได้มีการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี (ปี 2562-2564) ให้เหมาะสมกับสภาพธุรกิจ และอุตสาหกรรม ซึ่งได้กำหนดเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้านการให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจรในระดับภูมิภาคด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมในระดับภูมิภาค
          พร้อมทั้งเป็นการสร้างแหล่งรายได้ใหม่ ๆ ให้แก่กลุ่มบริษัท โดยเห็นได้จากการเข้าซื้อกิจการของ DG Packaging Pte., Ltd. และ Around Logistics Management Co., Ltd. ที่ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเติบโตโดดเด่น และคาดว่าผลการดำเนินงานจากการลงทุนดังกล่าวจะยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
          ด้านปัจจัยภายนอกอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัท นอกเหนือจากอุตสาหกรรมการส่งออก และนำเข้าของประเทศ กลุ่มบริษัทยังได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้น จากการที่กลุ่มบริษัทมีรายได้บางส่วนเป็นเงินสกุลเหรียญสหรัฐ