กสทช.ถกค่ายมือถือรุกแก้ปมสายสื่อสารสั่งกรุงเทพต้องทำเอง

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือร่วมกับ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) วิสาหกิจของกรุงเทพมหานคร (กทม.) และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม จำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด, บริษัท ดีแทค ไตรเน็ต จำกัด, บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ยูไนเด็ด อินฟอร์เมชั่น ไฮเวน์ จำกัด, บริษัท อินเตอร์ลิงค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน), และบริษัท เอแอลที เทเลคอม จำกัด (มหาชน) เรื่องการนำสายสื่อสารลงดินในเขตกรุงเทพมหานครว่า จากกรณีผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม จำนวน 6 ราย ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบและพิจารณาการดำเนินโครงการนำสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระยะทาง 2,450 กิโลเมตร (กม.) ของบริษัท กรุงเทพธนาคม ซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมให้บริการท่อร้อยสายจาก กสทช. เป็นเวลา 15 ปี พร้อมกันนี้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมยังได้ยื่นหนังสือถึง กสทช.ด้วย เพื่อให้มีการพิจารณารายละเอียด
          นายฐากรกล่าวว่า ขอให้บริษัท กรุงเทพธนาคม ดำเนินการตามประกาศ กสทช. คือ ต้องเป็นผู้ประกอบกิจการสร้างท่อร้อยสายด้วยตนเอง จากนั้นให้จัดทำข้อเสนอต้นทุนเพื่อกำหนดอัตราอ้างอิงในการเปิดให้บริการถึง กสทช. เพื่อนำเข้าที่ประชุมคณะอนุกรรมการสิทธิแห่งทางพิจารณากำหนดอัตราอ้างอิงในการเช่าใช้ท่อร้อยสาย ต่อมาจะประกาศอัตราอ้างอิงลงบนเว็บไซต์ของ กสทช. และบริษัท กรุงเทพธนาคม และเปิดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่สนใจเช่าใช้ท่อร้อยสายได้ ดังนั้นการเช่าใช้ท่อร้อยสาย จึงเป็นการเช่าตรงกับบริษัท กรุงเทพธนาคม ซึ่งระยะเวลาในการเช่า และอัตราค่าบริการ ขึ้นอยู่กับบริษัท กรุงเทพธนาคม และผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมตกลงกัน
          "เมื่อ กสทช.ประกาศกำหนดอัตรา ค่าเช่าใช้ท่อร้อยสายแล้ว จะตรวจสอบว่าเดิม ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมมีอัตราค่าเช่าเสาไฟฟ้าเพื่อพาดสายสื่อสารเท่าไร ซึ่งยืนยันว่าประชาชนจะไม่ได้รับผลกระทบเรื่องค่าบริการ" นายฐากรกล่าว