ITELผนึกICNคว้างานกฟภ. ติดตั้งเคเบิลใยแก้วฯ213ล้าน

 ITEL ผนึก ICN คว้างานติดตั้งเคเบิลใยแก้วนำแสง ของ กฟภ.มูลค่า 213 ล้านบาท คาดเซ็นสัญญา ส.ค.นี้ ดันแบ็กล็อกพุ่งกว่า 5,700 ล้านบาท แย้มครึ่งปีหลังจ่อประมูลงานใหม่ 4,000 ล้านบาท ลุ้นได้รับงาน 1,400 ล้านบาท
          นายณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL เปิดเผยว่า บริษัท และบริษัท อินฟอร์เมชั่น แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น เน็ทเวิร์คส จำกัด (มหาชน) หรือ ICN ในนามกิจการร่วมค้าอินเตอร์ลิ้งค์และไอซีเอ็น ชนะการประกวดราคาในงานจัดซื้อพร้อมติดตั้งเคเบิลใยแก้วนำแสง แบบ Figure-8 Corrugated Steel Type Amour ชนิด G.652D ขนาด 24 Cores ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มูลค่างานทั้งสิ้น 213 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
          ทั้งนี้ คาดว่าจะได้มีการลงนามสัญญาจ้างในเดือน ส.ค. 2562 และมีกำหนดแล้วเสร็จภายใน 365 วัน นับจากวันลงนามในสัญญา โดยแบ่งสัดส่วนการดำเนินโครงการของ ITEL มูลค่างานทั้งสิ้น 127.80 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และสัดส่วนการดำเนินโครงการของ ICN มูลค่างาน 85.20 ล้านบาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
          ดังนั้นส่งผลให้บริษัทมีมูลค่างานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) เพิ่มเป็นกว่า 5,700 ล้านบาท จากปัจจุบันบริษัทมี Backlog อยู่ที่ 5,600 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจติดตั้งโครงข่าย 1,600 ล้านบาท จะรับรู้รายได้ช่วงที่เหลือของปี 2562 ประมาณ 500-700 ล้านบาท และธุรกิจการให้บริการโครงข่าย (ดาต้า เซอร์วิส) รวมกับธุรกิจดาต้า เซ็นเตอร์ 4,000 ล้านบาท รับรู้รายได้ช่วงที่เหลือของปี 2562 ประมาณ 800-1,000 ล้านบาท โดยรวมช่วงที่เหลือของปี 2562 รับรู้รายได้ประมาณ 1,300-1,700 ล้านบาท
          นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทยังมีแผนเข้าประมูล และนำเสนอบริการกับหน่วยงานราชการ และภาคเอกชน มูลค่ารวมประมาณ 4,000 ล้านบาท คาดหวังได้งานประมาณ 35% ของมูลงานดังกล่าว หรือประมาณ 1,400 ล้านบาท
          ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 คาดว่าจะดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรกเป็นไปตามการเติบโตของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยธุรกิจดาต้า เซอร์วิส จะเริ่มรับรู้รายได้จากการให้บริการโครงข่ายเชื่อมต่อกล้อง CCTV ของ กทม.จำนวน 6 พื้นที่ ในเดือน ส.ค. 2562 ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 ปี
          ขณะที่ธุรกิจติดตั้งโครงข่ายในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มดำเนินการติดตั้งโครงข่าย ส่งมอบงาน และรับรู้รายได้โครงการจัดให้มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) จำนวน 15,732 หมู่บ้าน หลังจากบริษัทเป็นผู้ชนะในสัญญากลุ่มที่ 6 ภาคกลาง 1 ซึ่งเข้าประมูลในนามคอนโซเตียมกับบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY และสัญญากลุ่มที่ 8 ภาคใต้ ซึ่งเข้าประมูลในนาม ITEL มูลค่ารวมกันกว่า 3,560 ล้านบาท
          สำหรับธุรกิจบริการดาต้า เซ็นเตอร์ ปัจจุบันมีอยู่ 2 แห่ง แห่งแรกให้บริการครบ 95% ส่วนแห่งที่ 2 บริษัท เจเนซิส ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด ซึ่งร่วมลงทุนกับพันธมิตร 2 ราย ได้แก่ บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT และบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA มีจำนวน 624 แร็คส์ แบ่งออกเป็น 4 เฟส โดยเฟสแรกเต็มแล้ว
          นอกจากนี้ ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างรอผลตอบรับจากสถาบันการเงิน 2 แห่ง คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือน ต.ค. 2562 โดยคาดหวังได้การตอบรับจำนวน 1 แห่ง หลังจากที่บริษัทได้นำเสนอบริการกับสถาบันการเงินดังกล่าว ดังนั้นจะทำให้การดาต้า เซ็นเตอร์แห่งที่ 2 เฟส 2 มีความชัดเจนมากขึ้น ดังนั้นโดยรวมมั่นใจว่ารายได้ในปี 2562 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,000 ล้านบาท หรือเติบโต 30-40% จากปีก่อน ที่มีรายได้อยู่ที่ 1,611.36 ล้านบาท