หึ่งสกสค.ใช้เงิน 38 ล.ทำไลน์แอด

 'อรรถพล'แจงแค่ของแถมโครงการสมาร์ทไอที ตั้งงบก่อนนั่งเลขาฯ-'ทีโอที-กสท'ลุ้นทำสัญญา
          นายอรรถพล ตรึกตรอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ตามที่มีกระแสข่าวว่าตนนำงบประมาณของ สกสค.จำนวน 38 ล้านบาท ไปใช้ทำไลน์แอดในการสื่อสารกับกลุ่มครูนั้น ซึ่งถือว่ามูลค่าสูงเกินไป เป็นการใช้งบที่ไม่เกิดประโยชน์นั้น เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ข้อเท็จจริงคือ สกสค.ได้จัดทำโครงการสมาร์ทไอที วางระบบเทคโนโลยีในการดูแลฐานข้อมูลสมาชิกโครงการสวัสดิการเงินกู้การฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) และสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีคู่สมรสถึงแก่กรรม (ช.พ.ส.) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลขนาดใหญ่ โดยเชิญอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) กรุงเทพ เข้ามาช่วยวางระบบ ซึ่งจัดทำ ทีโออาร์ โดยกำหนดชัดเจนให้เป็นการทำสัญญาแบบจีทูจี หรือเป็นการทำสัญญาระหว่างรัฐต่อรัฐ มีเพียง 2 หน่วยงานที่สามารถเข้าร่วมจีทูจีได้ คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ และขณะนี้ยังไม่มีการเลือกทำสัญญากับหน่วยงานใดทั้งสิ้น
          "เรื่องนี้ได้จัดตั้งงบทำโครงการก่อนที่ผมจะเข้ามารับตำแหน่ง เดิมตั้งงบไว้มากกว่านี้ แต่พยายามปรับลดจนกระทั่งเหลือ 38 ล้านบาท ซึ่งเมื่อดูงบกับประโยชน์ที่จะได้รับแล้ว ผมถือว่าไม่มาก เพราะจะได้ฐานข้อมูลผู้กู้ ช.พ.ค.และ ช.พ.ส.ซึ่งมีกว่า 1 ล้านคน แต่ยังมีข้อมูลซ้ำซ้อน ไม่สามารถตรวจสอบได้ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ทำให้การเก็บเงินค่าทำศพทุกวันที่ 21 ของเดือน ไม่ตรงตามจริง เพราะบางที่มีข้อมูลซ้ำซ้อน บางรายถอนชื่อจากการเป็นสมาชิก บางรายมีชื่อซ้ำซ้อน รวมถึงจะทำฐานข้อมูลลูกหนี้เป็นรายไตรมาส การส่งเงินของแต่ละจังหวัด เพื่อให้รู้ข้อมูลปัจจุบัน เพราะขณะนี้ตรวจสอบค่อนข้างลำบาก เป็นปัญหาให้เกิดการทุจริตอย่างที่ผ่านมา ส่วนไลน์แอดนั้น ยอมรับว่าผมสั่งให้ทำจริง แต่ไม่ได้เสียค่าใช้จ่าย เป็นรายการแถมจากการทำฐานข้อมูล ยืนยันว่าทำทุกอย่างถูกต้อง พร้อมให้เอาสปอตไลต์มาส่อง ตรวจสอบได้ตลอดเวลา" นายอรรถพลกล่าว
          นายอรรถพลกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวไม่ต้องเสนอให้นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รับทราบ เพราะเป็นเงินของ ช.พ.ค.และ ช.พ.ส. ส่วนตนอยู่ในตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่ สกสค.อนุมัติงบเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว เหมาะสมหรือไม่นั้น ส่วนตัวคิดว่าทำได้ ซึ่งความจริงแล้วยังถือว่าดำเนินการช้ากว่าที่กำหนดไว้ ทั้งที่ควรจะทำสัญญาตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 แต่ขณะนี้ใกล้จะสิ้นสุดปีงบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ต้องเรียนรู้ระบบการจัดซื้อจัดจ้างตาม พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560
--จบ--